ปั้นแบรนด์ไทยสู่ตลาดโลก
จากไอเดียเก๋ๆ ที่ออกแบบชุดชั้นในเป็นชุดวิวาห์ เรียกความสนใจจากผู้เข้าชมงาน "บางกอกแฟชั่นวีค 2006" ที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี เจ้าของผลงานและไอเดียชุดชั้นในคอลเลคชั่นชุดวิวาห์นี้คือ บริษัท เอ็ม วี เอส ดี จำกัด ผู้ผลิตชุดชั้นในมานานกว่า 30 ปี
คุณธนิส สุทธิพันธ์ กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า ชุดชั้นในคอลเลคชั่นชุดวิวาห์นี้บริษัทออกแบบขึ้นมาเป็นพิเศษ เป็นการเปิดตัวแบรนด์ใหม่คือ "Seraphim" และต้องการโชว์ให้ลูกค้าเห็นศักยภาพด้านงานออกแบบของบริษัท ซึ่งไม่แพ้ผู้ผลิตชุดชั้นในรายอื่น โดยมองว่าบางกอกแฟชั่นวีคเป็นงานที่มีกลุ่มเป้าหมายคือลูกค้าต่างประเทศ จึงพยายามนำเสนอดีไซน์ให้ออกมาแปลกใหม่เพื่อดึงลูกค้าเข้ามาในร้าน ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี
ทั้งนี้ Seraphim เป็นภาษากรีก มีความหมายว่าเทพธิดาแห่งความหวาน ดังนั้นชุดชั้นในจึงโดดเด่นด้วยงานดีไซน์ที่มีการปักเลื่อม เครื่องประดับ และลูกเล่นต่างๆ ที่นำมาตกแต่ง ทำให้ชุดชั้นในดูหรูหรา สมกับชื่อเทพธิดาแห่งกรีก ซึ่งลูกค้าสามารถร่วมออกแบบชุดชั้นในอย่างที่ต้องการจะสวมใส่ได้ในวาระพิเศษ
นอกจากแบรนด์ Seraphim ซึ่งบริษัทจะเน้นกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงบนในตลาดในประเทศและต่างประเทศแล้ว ปลายปีที่ผ่านมาบริษัทยังได้ต่อยอดชุดชั้นในแบรนด์ "ดรุณี" ซึ่งได้รับการตอบรับจากตลาดในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน อย่าง ลาว เวียดนาม หรือ กัมพูชา โดยขยายฐานเพิ่มเข้าไปในสหรัฐอเมริกาและยุโรป ดรุณีเป็นชุดชั้นในออกแนวหวาน มีทั้งแบบเรียบๆ และลายเซ็กซี่ จับกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นหรือวัยเริ่มทำงานช่วงอายุ 18-35 ปี เน้นการออกแบบใหม่ๆ มากขึ้น เฉลี่ย 10 แบบต่อเดือน
"ปัจจุบันผู้หญิงซื้อชุดชั้นในเพราะความสวยงามของชุด ซื้อเพราะเห็นว่าดีไซน์สวยถูกใจ ไม่ได้รอจนเสื่อมสภาพ ผมว่าเรื่องดีไซน์เป็นจุดที่ทำให้ผู้หญิงเข้าไปหยิบจับ แต่จะกลับมาซื้ออีกหรือไม่ขึ้นอยู่กับคุณภาพว่าใส่สบาย ช่วยกระชับรูปทรงหรือไม่ ซึ่งการที่บริษัทผลักดันแบรนด์ดรุณีไปตลาดต่างประเทศนอกจากชื่อจะแสดงถึงความเป็นไทยแล้ว ผมว่างานดีไซน์หรือคุณภาพเราไม่แพ้ที่อื่น โดยเฉพาะดรุณีขายดีมากในประเทศเพื่อนบ้านและตะวันออกกลาง เพราะนอกจากลูกค้าชอบดีไซน์แล้วยังชอบเรื่องความกระชับ ทำให้มีการผลิตลอกเลียนแบบสินค้าของเรามาก การพัฒนาเข้าสู่ตลาดสหรัฐและยุโรปซึ่งเป็นตลาดใหม่ครั้งนี้ก็น่าจะได้รับการตอบรับที่ดีเช่นกัน" กรรมการผู้จัดการกล่าว
คอลเลคชั่นล่าสุดของดรุณีที่บริษัทนำไปเปิดตลาดต่างประเทศเน้นลายพิมพ์ที่มีความเป็นไทย มีทั้งแบบเรียบๆ เป็นโมปั๊มเพื่อเสริมให้หน้าอกดูใหญ่ขึ้น เหมาะกับตลาดอเมริกา และแนวเซ็กซี่ใช้ผ้าลูกไม้ เลือกใช้เทรนด์สีออกแนวเอิร์ทโทน สีหวาน สำหรับตลาดยุโรป
ในต้นปีหน้าบริษัทมีแผนที่จะเปิดแบรนด์ใหม่คือ "Minoan" (มิโนแอน) ซึ่งเป็นชื่อนักรบผู้หญิงกรีก ที่นำเชือกมารัดหน้าอกเพื่อให้หน้าอกตั้ง ดูสวยเป็นรูปทรง นับเป็นจุดเริ่มต้นของชุดชั้นในยุคก่อน บริษัทฯ จึงได้วางแผนสร้างแบรนด์ Minoan ซึ่งเป็นชุดชั้นในแฮนด์เมดเพื่อเน้นตลาดระดับบน
พร้อมเปิด Customer Service สิงหาคม
คุณธนิสเปิดเผยต่อไปว่า สำหรับแผนการตลาดคือการนำแบรนด์ไปเปิดบูธแสดงสินค้าและเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ อาทิ Interselection ที่ปารีส Hong Kong Fashion Week ที่ฮ่องกง ส่วนตลาดในประเทศใช้วิธีเพิ่มช่องทางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า โดยแบรนด์ Seraphim มีจำหน่ายที่ห้างเซ็นทรัล ปีแรกตั้งเป้ายอดขายทั้งในและต่างประเทศประมาณ 10 ล้านบาท ส่วนชุดชั้นในดรุณีได้มีการขยายจุดจำหน่ายเพิ่มในห้างสรรพสินค้า เช่น ห้างโรบินสัน และ เดอะมอลล์ พร้อมทั้งจัดกิจกรรมโรดโชว์เข้าพบลูกค้าในต่างจังหวัด
"การเปิดบูธสินค้าที่ต่างประเทศเพื่อให้ลูกค้ารู้จักเรา ตอนนี้ก็มีประเทศเดนมาร์กสนใจนำแบรนด์ดรุณี ไปจำหน่าย ส่วนในประเทศเราอาจจะมีการเปิดเป็นชอปในสถานที่ต่างๆ เพื่อเป็นการเพิ่มจุดขาย และเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าในการเลือกซื้อสินค้าของเรา แต่คงต้องดูว่าจะเป็นที่ไหน" คุณธนิส กล่าว
นอกจากนี้บริษัทได้จัดตั้ง Customer Service ประจำที่ออฟฟิศที่ อ. สามพราน ซึ่งนอกจากจะให้บริการรับส่งสินค้าแก่ลูกค้าถึงบ้านในการสั่งซื้อขั้นต่ำ 500 บาทขึ้นไปแล้ว ยังมีบริการรับเปลี่ยนหรือแก้ไขสินค้าที่ไม่พอดีกับรูปร่างโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และยังถือเป็นการรับฟังความคิดเห็นจากลูกค้าและนำมาพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ประมาณเดือนสิงหาคม
ในด้านคุณภาพสินค้านั้น บริษัทได้รับมาตรฐาน World Response Apparel Product: WRAP จากสหรัฐอเมริกา และได้นำระบบโลจิสติกส์มาใช้ภายในองค์กร ตั้งแต่การรับวัตถุดิบเข้ามาจนถึงขั้นตอนการส่งของ โดยตั้งเป้าผลิตสินค้าพร้อมส่งมอบให้ได้ภายใน 45 วัน
"เราได้พัฒนาระบบระบบโลจิสติกส์เพื่อลดเวลาการผลิตทุกอย่างให้สั้นลง โดยเริ่มดำเนินการเมื่อปลายปีที่แล้ว ตั้งแต่การเก็บสต็อคสินค้า ไปจนถึงกระบวนการผลิต ก็เริ่มเห็นผลดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ว่ายังไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร ซึ่งเราได้ตั้งเป้าว่าต้องทำตัวอย่างสินค้าให้เร็วขึ้น จาก 7 วันให้เหลือ 1 วัน รวมทั้งลดเวลาการผลิตสินค้าจาก 1 เดือนให้เหลือ 45 วัน เพราะคู่แข่งไม่ใช่ใครก็คือตัวเราเอง" กรรมการผู้จัดการ MVSD กล่าว
ตั้งเป้าเพิ่มยอดขาย 200%
ปัจจุบันบริษัท เอ็ม วี เอส ดี มีโรงงานสามแห่งคือ MVSD กับ SPPD ในจังหวัดนครปฐม และที่ขอนแก่นอีกหนึ่งแห่ง โดย MVSD นั้นเป็นโรงงานผลิตชุดชั้นในสตรีเพื่อส่งออกทั้งหมด มีกำลังการผลิต 5 แสนตัวต่อเดือน แบ่งเป็นกางเกงใน 4 แสนตัวต่อเดือน และบรา 1 แสนตัวต่อเดือน ส่วนโรงงาน SPPD ผลิตเพื่อจำหน่ายให้ตลาดในประเทศ มีกำลังการผลิต 4 แสนตัวต่อเดือน สำหรับโรงงานที่ขอนแก่นสร้างขึ้นเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตสำหรับส่งออก มีกำลังการผลิต 1 แสนตัวต่อเดือน
บริษัทต้องการเพิ่มยอดจำหน่าย 200% คือตลาดในประเทศ 100% และต่างประเทศ 100% โดยไม่นานมานี้บริษัทได้ลงทุนอีกกว่า 30 ล้านบาทและยังมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายกำลังการผลิตที่ MVSD โดยเพิ่มจักรเย็บผ้าจาก 400 คัน เป็น 1,000 คัน ส่วนโรงงานที่ขอนแก่นจะเพิ่มจักรเย็บผ้าจาก 200 คัน เป็น 500 คัน เพื่อรองรับการผลิตชุดชั้นในแบรนด์ของบริษัทและการรับจ้างผลิต
"เราตั้งเป้าเพิ่มลูกค้าโออีเอ็มจากต่างประเทศ คือลูกค้าจากอเมริกาและยุโรป เดือนละประมาณ 3-5 ราย ลูกค้าปัจจุบันก็มีวอลมาร์ท และเมื่อลูกค้ามาเราก็พยายามขายแบรนด์ของเราเอง รวมทั้งมีการนำเสนองานออกแบบให้ลูกค้าด้วย เพื่อให้ลูกค้าได้มีทางเลือกมากขึ้น" คุณธนิส กล่าว
นับเป็นจุดยืนที่ชัดเจนในการพัฒนาตัวเองจากผู้ผลิตไปสู่การสร้างแบรนด์ แม้ว่าในการสร้างแบรนด์จะต้องใช้เวลาให้ทั่วโลกยอมรับ แต่ถ้าไม่เริ่มต้น คงไม่มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ
MVSD Co., Ltd.
Address 59/9 Moo 2 Banmai Samphan 73110
Phone 0-2813-9929, 0-2813-9292
Fax 0-2813-9511
Website http://www.mvsd1999.comhttp://www.mvsd1999.com
Email
This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
Business type Lingerie manufacturer
Brand Darunee, Seraphim,Minoan
Capacity MVSD: 700,000 pcs./month
SPPD: 400,000 pcs./month
Khon Kaen: 100,000 pcs./month
Contact Mr. Tanis Sutthiphan













You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.