นายสุกิจ คงปิยาจารย์ กรรมการผู้จัดการ ฮงเส็งการทอกรุ๊ป เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่า จากที่ฮงเส็ง มีแผนจะเข้าไปลงทุนตั้งโรงงานผลิตในเวียดนาม เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน รวมถึงแก้ปัญหาค่าจ้างแรงงานในไทยมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นซึ่งจะทำให้มีต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นกว่าคู่แข่งขัน ขณะที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เวลานี้มีคำสั่งซื้อจากลูกค้าในมือเป็นจำนวนมาก แต่ไม่สามารถรับเพิ่มได้มากเพราะแรงงานผลิตไม่เพียงพอ
ล่าสุดทางกลุ่ม ได้เตรียมไปลงนามสัญญาเช่าที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมของเมืองกว่าง-นัม (Quang-Nam) อยู่ทางภาคกลางของเวียดนามใกล้กับท่าเรือดานังในต้นเดือนพฤษภาคมนี้ หลังจากนั้นจะเริ่มลงมือก่อสร้างโรงงาน และมีกำหนดเปิดดำเนินการในช่วงกลางปี 2555 โดยทั้งโครงการจะใช้เงินลงทุนประมาณ 7-8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ(ประมาณ 210-240 ล้านบาท คำนวณที่ 30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ) เฟสแรกจะลงทุนประมาณ 1,500 จักร กำลังการผลิตประมาณ 1.1 ล้านตัวต่อเดือนเป็นเสื้อผ้ากีฬา เป้าหมายเพื่อใช้เป็นฐานการผลิตส่งออกไปยังตลาดสหรัฐอเมริกา และยุโรป
"ปัจจุบันภาษีนำเข้าเสื้อผ้าของสหรัฐฯจากไทยเกือบ 30% สำหรับเสื้อผ้าที่ทำจากเส้นใยโพลีเอสเทอร์ และเกือบ 20% สำหรับผ้าคอตตอน ในอนาคตหากเวียดนามสามารถเข้าเป็นสมาชิกของเขตการค้าเสรีTPP ที่มีสหรัฐฯเป็นแกนนำได้สำเร็จ ต่อไปการส่งออกสินค้าจากเวียดนามไปสหรัฐฯจะเสียภาษีเป็น 0% เราจะได้เปรียบในการแข่งขันมากรวมถึงเวียดนามยังได้สิทธิประโยชน์ทางการค้าจากสหภาพยุโรป(อียู)"
สำหรับผลการดำเนินงานของกลุ่มในไตรมาสแรกของปีนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนราว 20% ในสิ้นปีนี้ตั้งเป้าต้องขยายตัวที่ 15-20%
ด้านนายวัลลภ วิตนากร ประธานบริหารไฮเทคกรุ๊ป กล่าวว่า ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2554 ตนได้เดินทางไปเซ็นสัญญาเช่าที่ดินในนิคมในเขตภาคกลางของเวียดนาม หลังจากนี้อีกประมาณ 3 เดือนจะเริ่มลงมือก่อสร้างโรงงาน ตั้งเป้าโรงงานในเฟสแรกจะแล้วเสร็จและสามารถเปิดดำเนินการได้ในต้นปี 2555 และเฟสสองเป็นลำดับถัดไป โดยจะใช้เงินลงทุนรวมประมาณ 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ(ราว 300 ล้านบาท) การไปลงทุนครั้งนี้เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานของไทย รวมถึงเพื่อใช้ฐานในเวียดนามในการรับคำสั่งซื้อจากลูกค้าและเพิ่มมูลค่าการส่งออกของกลุ่มในอนาคต
""ปัจจุบันไฮเทคกรุ๊ปมีโรงงานทั้งสิ้น 9 โรง แยกเป็นในกรุงเทพฯ 2 โรง ชัยภูมิ 3 โรง สุพรรณบุรี 1 โรง สุรินทร์ 2 โรง ลาว 1โรง (ไม่รวมโรงงานในจีนที่ร่วมทุน)โดยมีกำลังการผลิตเสื้อผ้ากีฬา ชุดนอน ชุดชั้นในบุรุษ-สตรี และเสื้อผ้าเด็กประมาณ 70 ล้านตัว/ปี การลงทุนในเวียดนามจะช่วยเพิ่มยอดผลิต และยอดส่งออกได้อีกมาก"นายวัลลภ













You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.