ฝ่ายพัฒนานโยบายการค้า
แก้ปัญหาแรงงาน ผลักดันบีโอไอส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศ
คุณกาสชัย แจ่มขจรเกียรติ อุปนายกที่ 1 กล่าวถึงงานของฝ่ายพัฒนานโยบายการค้าว่า สิ่งสำคัญคือต้องดูแลกฎระเบียบต่างๆ เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจ เพื่อปลดล็อกและปรับปรุงกฎระเบียบต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคกับอุตสาหกรรม เรื่องหนึ่งที่สำคัญคือเรื่องแรงงาน

คุณกาสชัย แจ่มขจรเกียรติ อุปนายกฝ่ายพัฒนานโยบายการค้า
“เรื่องของแรงงานอาจจะต้องใช้วิสัยทัศน์อีกแบบหนึ่ง ต้องเปลี่ยนมุมมอง อย่างเช่นภาครัฐมองว่าทั่วประเทศมีคนว่างงานตั้ง 230,000 คน แต่แรงงานเหล่านี้ส่วนใหญ่จบปริญญาตรีแล้วยังว่างงานอยู่ ซึ่งคนเหล่านี้คงไม่มาเป็นพนักงานเย็บ อีกส่วนหนึ่งก็เป็นแรงงานที่อยู่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็อาจจะต้องเปลี่ยนมุมมองใหม่ว่าแรงงานสำหรับอุตสาหกรรมของเราไม่มีแล้ว แล้วจะหาแรงงานเข้ามาอย่างไร เราต้องมาวิเคราะห์ให้ชัดเจนและดูว่าเราขาดแรงงานอยู่จริงๆ เท่าไหร่ จะทำอย่างไรให้แรงงานจากอุตสาหกรรมอื่นย้ายเข้ามาอยู่ในอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มบ้าง ควรเปิดให้มีแรงงานต่างชาติเข้ามาเพื่อเสริมให้ผู้ประกอบการขยายตัวเติบโตต่อไปได้ด้วยวิธีไหน อย่างไร และจะทำอย่างไรจึงจะปรับให้แรงงานที่เรามีอยู่เป็นแรงงานที่มีทักษะ มีฝีมือดีขึ้น ซึ่งสมาคมฯ ได้ไปประชุมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เขาเห็นภาพเดียวกับเรา ให้ภาครัฐเข้าใจเพราะนี่เป็นระดับนโยบาย
“เรื่องค่าแรงขั้นต่ำ เราไม่ได้มองว่ามันเป็นประเด็นอีกต่อไปแล้ว เนื่องจากอุตสาหกรรมนี้ต้องการพัฒนาศักยภาพและความสามารถของแรงงาน และให้ค่าแรงที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อดึงดูดใจให้อยู่กับเรา ฉะนั้น เราคงใช้กลยุทธ์ปรับปรุงสมรรถนะและเพิ่มค่าแรงให้สูงตาม ซึ่งมันเกินค่าแรงขั้นต่ำไปมากอยู่แล้ว แต่ที่ยังต้องควบคุมค่าแรงขั้นต่ำไว้ให้เหมาะสมเพราะเวลาใช้แรงงานต่างชาติเราต้องอิงค่าแรงขั้นต่ำ
“ส่วนประเด็นการลงทุน บีโอไอ (สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน) มีหน้าที่ส่งเสริมการลงทุนให้แก่นักลงทุนต่างประเทศ ช่วงที่ผ่านมาสมาคมฯ ได้ร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ
บีโอไอ พูดคุยกันว่าบีโอไอน่าจะมีบทบาทในการส่งเสริมให้นักลงทุนไทยไปลงทุนในต่างประเทศด้วย ซึ่งเข้าใจว่าบีโอไอกำลังพิจารณารายละเอียดเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีในการหาแนวทางการพัฒนากฎระเบียบ ซึ่งน่าจะเป็นไปได้ในเร็ววันนี้
“อยากฝากถึงสมาชิกว่า ถ้าหากมีประเด็นใด ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ที่ประสบปัญหาอยู่เป็นประจำ ให้แจ้งเข้ามายังสมาคมฯ เพื่อที่จะหาทางช่วยเหลือและแก้ไข หากเป็นเรื่องกฎระเบียบ สมาคมฯ จะไปหารือกับภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะกฎระเบียบและนโยบายเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าแก้ไขได้ ทุกคนจะได้รับประโยชน์” คุณกาสชัย กล่าว
ฝ่ายส่งเสริมการค้าและธุรกิจแฟชั่น
เน้นสร้างดีไซน์ สร้างแบรนด์ รับ AEC
คุณยศธน กิจกุศล อุปนายกที่ 2 เปิดเผยถึงแผนงานของฝ่ายการส่งเสริมการค้าในส่วนที่เกี่ยวข้อง OEM (ผู้รับจ้างผลิต) ว่า
“เราพยายามพัฒนา OEM ให้ยกระดับการให้บริการเป็น ODM หรือ OBM (ผู้ผลิตสินค้าที่มีดีไซน์-ผู้ผลิตสินค้าที่มีแบรนด์) ซึ่งทำมาระยะหนึ่งแล้ว เรามีโครงการอย่างเช่น Fashion Focus USA Market ที่ได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ เพื่อส่งเสริมบริษัทที่สนใจสร้างแบรนด์และทำตลาดในอเมริกา ซึ่งตอนนี้เข้าปีที่สาม น่าจะเรียกว่าปักธงได้ เพราะมีโชว์รูม มีเอเจนต์ที่สนใจนำสินค้าภายใต้แบรนด์ของบริษัทที่เข้าร่วมโครงการไปขายในอเมริกาตั้งแต่สองปีที่แล้ว โครงการนี้เราจะนำเสนอให้เป็นโครงการต่อเนื่อง ซึ่งตอนนี้มีคนสนใจจะเข้าร่วมมากขึ้นเพราะเห็นว่ามีคนที่ประสบความสำเร็จ
“อีกเรื่องหนึ่งคือการไปลงทุนขยายกิจการในต่างประเทศ อาจจะไปเทคโอเวอร์หรือไปลงทุนในประเทศที่มีต้นทุนต่ำกว่า ซึ่งก็คือประเทศกลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และ เวียดนาม)”

คุณยศธน กิจกุศล อุปนายกฝ่ายส่งเสริมการค้าและธุรกิจแฟชั่น
“ทิศทางหนึ่งของสมาคมฯ คือการเพิ่มมูลค่าสินค้าเครื่องนุ่งห่มให้มากขึ้น ก็จะเน้นหนักไปที่เรื่องการสร้างดีไซน์ สร้างแบรนด์ ปัจจุบันเรามีสมาชิกที่มีแบรนด์ของตัวเองประมาณ 40-50 ราย แผนงานเร่งด่วนของเราคือการเตรียมพร้อมสำหรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2015 โดยใช้กลยุทธ์ รู้เขารู้เรา
“รู้เขา คือเราน่าจะมีการสำรวจข้อมูลตลาดเป้าหมาย (market research) ซึ่งคงต้องทำโครงการนำเสนอกรมฯ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่สามารถสนับสนุนงบประมาณได้ นอกจากนั้นเรายังต้องทำ market update เพื่อให้ทราบความเคลื่อนไหวต่างๆ ที่เกี่ยวกับธุรกิจของเราในตลาดเป้าหมาย จากนั้นก็จะจัดสัมมนาเผยแพร่ข้อมูลเหล่านี้ให้กับสมาชิก แล้วก็จัด study mission ขั้นตอนสุดท้ายคือการเข้าสู่ตลาดด้วยกิจกรรม business matching หรือเข้าร่วมงานแสดงสินค้า (Trade Fair) ในประเทศเป้าหมาย
“รู้เรา คือบริษัทต้องรู้ตัวเอง โดยสมาคมฯ จะเตรียมความพร้อมให้ อาจจะเป็นในรูปของการทำเวิร์คชอปให้กับสมาชิกหรือผู้ที่ต้องการทำตลาด AEC จริงๆ แต่ต้องผ่านการพิจารณาว่ามีความพร้อมแค่ไหน มีคอลเลกชั่นของตัวเอง มีดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ มีโปรไฟล์ที่สามารถนำเสนอผู้ซื้อได้ รู้จักการบริหารจัดการแบรนด์ รู้จักการทำเอกสารส่งออก
สำหรับการขยายการค้าไปต่างประเทศนั้น คุณยศธนกล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์หรือ OEM จะต้องเข้าไปทำความรู้จักกับตลาดเป้าหมายก่อน
“อย่างเวียดนามมีงาน VIFF – Vietnam International Fashion Fair ซึ่งเขาพยายามปรับปรุงงานให้เป็นอินเตอร์เนชั่นแนล และคิดว่าไทยน่าจะเป็นพาร์ทเนอร์กับเขาได้ พื้นที่งานแค่ 6 พันกว่าตารางเมตร ก็คิดว่าน่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าไปทำตลาดเวียดนาม จะมีทั้งการทำ business matching ไปพบหน่วยงานต่างๆ และการไปเยี่ยมชมโรงงาน (factory visit) ดูโรงงานที่ดีที่สุดของเขา และขอรายชื่อผู้ประกอบการเวียดนามที่อาจจะต้องการหาพาร์ทเนอร์ หรือต้องการขายกิจการ ซึ่งก็มีผู้ประกอบการไทยต้องการเข้าไปเทคโอเวอร์กิจการ
“การทำตลาดต่างประเทศ เบื้องต้นเราจะชูแบรนด์ให้เข้าไปปูทางในอาเซียนก่อน เพราะแบรนด์ไทยน่าจะมีศักยภาพมากพอ แล้วก็เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าไทย ส่วน OEM ขนาดกลางและเล็กน่าจะสนใจ เพราะปัจจุบันก็มีลูกค้าจาก AEC มาว่าจ้างให้เราผลิตบางส่วน ซึ่งเราคิดว่า OEM ไทยน่าจะเป็นแหล่ง sourcing ให้กับแบรนด์ทั้งหลาย เมื่อถึงปี 2015 ภาษีเป็น 0% ก็จะมีความได้เปรียบมากกว่าที่ลูกค้าจะไปสั่งจากจีน
“อีกส่วนหนึ่งคือ ทำอย่างไรให้แบรนด์ไทยมีภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาผู้ซื้อ ว่าสินค้าไทยไม่ใช่สินค้าที่มีราคาถูกและด้อยคุณภาพ ซึ่งภาครัฐต้องช่วยผลักดันเพราะเป็นเรื่องส่วนรวม เรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนต้องรีบดำเนินการก่อนปี 2015 เพราะถ้าผู้ซื้อหรือ retailer รู้จักแบรนด์ไทย การทำตลาดก็จะง่ายขึ้น”
ในส่วนของ BIFF&BIL นั้น อุปนายกฝ่ายส่งเสริมการค้าฯ บอกว่า ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงความเห็นว่ายังต้องมีอยู่ แต่กรมส่งเสริมการส่งออกอยากให้เอกชนเข้าไปมีส่วนร่วมมากขึ้น ทั้งรูปแบบการจัดงาน การคัดเลือกผู้แสดงสินค้า และผู้เข้าชมงาน
“ผมเห็นว่า BIFF&BIL ควรจะเป็นเวทีให้กับประเทศใน AEC ซึ่งจะเป็นประโยชน์และตรงตามเป้าหมายที่วางไว้ คือให้ไทยเป็นศูนย์กลางของอาเซียน ถ้ามี 10 ประเทศในอาเซียนให้ผู้ซื้อและผู้เข้าชมงานมาดู หรือมีเกาหลี ญี่ปุ่น จีน อินเดียเข้าร่วม จะทำให้งานมีความน่าสนใจมากขึ้น
“ขอประชาสัมพันธ์ด้วยว่าสมาคมฯ ได้สมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์ stylesight.com สมาชิกสามารถเข้ามาใช้ หาเทรนด์ หาข้อมูลแฟชั่นและดีไซน์ต่างๆ บางบริษัทเข้ามาหาข้อมูลแล้วสามารถนำไปทำคอลเลกชั่นแล้วลูกค้าก็สั่งซื้อ เรามีคอมพิวเตอร์ให้ใช้สองเครื่อง เข้ามาใช้ได้ฟรีนะครับ เพียงแต่ต้องโทรเข้ามาจอง
“อีกเรื่องหนึ่งที่เราต้องการทำให้สมาชิกคือการเพิ่มช่องทางจัดจำหน่าย เราคิดว่าจะสร้าง shopping mall online เพราะบทบาทของออนไลน์น่าจะมีมากขึ้น เรามีพาร์ทเนอร์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน อี-คอมเมิร์ซ นี่เป็นสิ่งที่ฝ่ายส่งเสริมการค้าฯ คิดว่าจะทำในวาระนี้”
ฝ่ายพัฒนาอุตสาหกรรม
พัฒนาผู้ประกอบการให้พร้อมแข่งขัน
คุณบุญธรรม รัตนจรัสโรจน์ อุปนายกที่ 3 เปิดเผยถึงแผนงานของฝ่ายพัฒนาอุตสาหกรรมว่า มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการแข็งแรงขึ้น เป็นการเตรียมตัวเพื่อให้พร้อมแข่งขัน จึงจะเน้นเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยี พัฒนาบุคลากร และพัฒนาการผลิต
“งานหลักๆ ของฝ่ายนี้แบ่งเป็นสี่ด้าน คือ สนับสนุน Productivity/Business Process Improvement, Human Resource Development and Human Resource Management (HDR/HRM) สนับสนุนการสร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยี และ การจัดกิจกรรมอื่นๆ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรม”

คุณบุญธรรม รัตนจรัสโรจน์ อุปนายกฝ่ายพัฒนาอุตสาหกรรม
“สำหรับแผนงาน Productivity/Business Process เรามีโครงการ Best Practice คอนเซปต์คือพี่สอนน้อง ซึ่ง Best Practice ปัจจุบัน บริษัทที่เคยเข้าร่วมโมดูลใดก็ตาม สามารถสมัครเข้าโมดูลอื่นในโครงการได้อีก เพราะเราได้ไปเจรจากับภาครัฐว่า การพัฒนาองค์กรไม่ได้เกิดจากโมดูลใดโมดูลหนึ่ง แต่เกิดจากการทำร่วมกันหลายๆ โมดูล ซึ่งภาครัฐก็ยินยอมแล้ว โครงการนี้เปิดกว้างกับทุกบริษัทนะครับ” คุณบุญจง กล่าว
“ส่วนการสนับสนุน HRD-HRM คอนเซปต์คือ ฝึกให้พนักงานที่ทำงานอยู่เก่งขึ้น ส่วนพนักงานใหม่ก็ต้องพยายามฝึกให้มีทักษะตรงกับที่เราต้องการ ที่ผ่านมาเราได้หารือกับภาคการศึกษา ซึ่งตอบรับดีมาก อย่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เขาพยายามปรับปรุงหลักสูตรให้ตรงกับความต้องการของภาคเอกชน ก็ได้ไปคุยว่าเราต้องการอะไร ทิศทางไหน ซึ่งเป็นโครงการระยะยาว หรือบางครั้งภาคการศึกษาไม่มีบุคลากรที่จะไปสอนบางวิชา เราก็มีโครงการ Training for Trainer คือนำผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมของเรา เช่น ช่างแพตเทิร์นที่มีประสบการณ์ ไปสอนอาจารย์ด้านคหกรรม เพื่อสอนวิธีทำแพตเทิร์น
“สิ่งที่ต้องแก้ไขอันดับต้นๆ คือบุคลากรบางด้านเราขาดแคลน ตอนนี้ที่ขาดแคลนมากคือช่างแพตเทิร์น โดยเฉพาะชุดชั้นในซึ่งไม่มีสถาบันไหนสอน ทั้งๆ ที่ชุดชั้นในเป็น product champion อย่างหนึ่งของประเทศไทย ยอดส่งออกไม่เคยตก แต่บุคลากรใหม่ๆ ที่เข้ามาไม่เคยเรียนรู้การทำชุดชั้นใน แม้แต่ที่ยุโรปก็ไม่มีช่างแพตเทิร์นรุ่นใหม่ๆ เข้ามา ส่วนคนที่ทำอยู่ก็อายุมากขึ้นเรื่อยๆ ลูกค้าที่ลงออร์เดอร์กับเราเคยขอให้ส่งช่างแพตเทิร์นไปอยู่กับเขา จะได้ปรับแบบ ปรับฟิตติ้งให้เรียบร้อยก่อนส่งมาให้เราตัดเย็บ แต่เมืองไทยเราเองก็ขาดช่างแพตเทิร์น อุตสาหกรรมเราขาดแคลนบุคลากรบางด้านหนักมาก ก็เป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนร่วมกับสถาบันการศึกษา ซึ่งต้องใช้เวลา บางเรื่องอาจเริ่มได้ทันที แต่บางเรื่องอาจนานถึง 4-5 ปี
“ในส่วนของการสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยี สมาคมฯ มีแผนที่จะสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงการสร้างนวัตกรรม โดยการจัดหาผลงานวิจัยจากสถาบันการศึกษาหรือจากหน่วยงานวิจัยมาให้ผู้ประกอบการนำไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์ การช่วยหาแหล่งงบประมาณสนับสนุนการทำนวัตกรรม รวมถึงการจัดสัมมนาเพื่อแนะนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะช่วยพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิต ”
ฝ่ายประชาสัมพันธ์และสมาชิกสัมพันธ์
สานสัมพันธ์กรรมการและสมาชิก สร้างภาพลักษณ์ที่ดีแก่อุตสาหกรรม
คุณถาวร กนกวลีวงศ์ อุปนายกที่ 4 กล่าวว่า งานของฝ่ายประชาสัมพันธ์แบ่งเป็นสี่ส่วน คือ กรรมการและสมาชิกสัมพันธ์ การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของสมาคมฯ การประชาสัมพันธ์โครงการต่างๆที่สมาคมฯรับผิดชอบ และดูแลโปรเจคท์พิเศษต่างๆ
“ส่วนแรกคือ ดูแลเรื่องกรรมการและสมาชิกสัมพันธ์ให้มีความใกล้ชิดกันมากขึ้น อยากให้กรรมการเข้ามามีส่วนร่วม ส่วนสมาชิกก็อยากให้ได้รับประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมมากขึ้น กิจกรรมที่ทำไปแล้วคือการจัดปฐมนิเทศกรรมการที่เขาใหญ่ เป็นการระดมสมองเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของสมาคมฯ ส่วน Member Talk เราก็จะจัดอย่างน้อยสองเดือนครั้ง ดูว่ามีประเด็นไหนที่สมาชิกสนใจจะได้มาพูดคุยกันเป็นวงเล็กๆ 10-20 คน ครั้งแรกจัดเมื่อต้นเดือนตุลาคม และกิจกรรมที่กำลังจะทำคือ Knock Door Visit การให้กรรมการสมาคมฯ ได้ไปเยี่ยมสมาชิกถึงโรงงาน ไปรวบรวมข้อมูลของสมาชิกว่ามีปัญหาและต้องการอะไร”

คุณถาวร กนกวลีวงศ์ อุปนายกฝ่ายประชาสัมพันธ์และสมาชิกสัมพันธ์
“การเผยแพร่ข้อมูลก็พยายามปรับปรุงให้ดีขึ้น จริงๆ เรามีทั้งเว็บไซต์ อีนิวส์ และNewsletter วารสารของสมาคมที่ออกทุกสองเดือน Annual Report ออกทุกปี และDirectory ซึ่งจะปรับให้ออกทุกหนึ่งปีครึ่ง และที่จะเพิ่มเติมเข้ามาก็คือการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของสมาคมฯ ผ่านทางสื่อแฟชั่น ใช้ Social Network จะทำออนไลน์ให้มากขึ้น และจะเน้นงานประชาสัมพันธ์โครงการต่างๆ ในเชิงรุกมากขึ้น”
คุณถาวรกล่าวในตอนท้ายว่า“เราต้องมุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์เพื่อให้คนเข้าใจมากขึ้น ที่ผ่านมาการประชาสัมพันธ์ของสมาคมฯ เป็นลักษณะของการกระจายข้อมูลแต่ไม่ได้เน้นให้มีการทำกิจกรรมต่อเนื่อง เช่น ทุกคนรู้เรื่อง AEC แต่ไม่รู้ว่าเครื่องนุ่งห่มได้ผลประโยชน์อะไร สมาชิกจะได้รับประโยชน์อะไร เขาจะต้องทำอะไร และสมาคมฯ จะช่วยอะไรบ้าง
“สุดท้ายนี้อยากฝากถึงสมาชิกว่า สมาคมฯ เดินได้ด้วยสมาชิก เดินได้ด้วยกรรมการ เราต้องให้กรรมการมีส่วนร่วมมากขึ้น ให้สมาชิกเข้ามารู้จักสมาคมฯ มากขึ้น ตอนนี้เรามองว่าสมาชิกคือลูกค้า ลูกค้าอยากได้อะไร ไม่ใช่แค่กรรมการอยากได้อะไร นั่นคือเรื่องที่เราต้องรีบทำ”













You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.