Switch to: uk
18 May 2012 23:42PM

ข้อพึงรู้และระวังของการค้าทางอินเทอร์เน็ต

17 Nov 11 ,  จันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์*
  • 0

สืบเนื่องมาจากการเปิดตัว www.thaitrade.com ที่กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 16 กันยายน

 

ท่านคงเห็นข่าวในสื่อต่างๆ กันแล้วว่าเว็บนี้กรมฯ ทำเพื่อสนับสนุนท่านผู้ส่งออกทั้งหลายให้มีเวทีการเสนอขายสินค้า หรือผู้นำเข้าจะเสนอซื้อสินค้าก็ได้ เข้าไปดูเห็นทำได้สวยงามน่าสนใจ เป็นโอกาสแล้วนะคะ ขอช่วยประชาสัมพันธ์ให้มาลงเสนอขายกัน เรื่องอินเทอร์เน็ตนี้ถ้ายิ่งมี contents หรือข้อมูลเนื้อหามาก มีอะไรใหม่ๆ มาอัพเดทบ่อยๆ ก็ยิ่งมีคนเข้ามากขึ้น ค้าขายคึกคักไม่ต่างจากการจัดงานแสดงสินค้าหรือตลาดทั้งหลาย ยิ่งมีของมาก คนก็ยิ่งมาเดินมาก

 

69_th_5_001

ผู้บริโภคยุคใหม่โดยเฉพาะที่สหรัฐฯ ออกไปชอปปิ้งน้อยลง แต่ใช้เวลาเลือกหาสินค้าผ่านทางอินเทอร์เน็ตมากขึ้น

 

เครื่องมือสำคัญในการ sourcing

ได้คุยกับ buyers เขาบอกว่าเดี๋ยวนี้จะหาอะไรก็หาจากอินเทอร์เน็ต แค่ google เข้าไปก็ขึ้นมาเต็มไปหมด เวปไซต์ Alibaba ถึงได้ยอดนิยม การทำงานสมัยนี้ง่ายเหลือเกิน แต่ในเมื่อจะหาอะไรสักอย่าง google หรือ ใช้ search engine อะไรก็แล้วแต่ แล้วมันขึ้นมาเป็นร้อยๆ เขาจะเลือกยังไง เขาบอกว่าอาจจะสุ่มเอาบ้าง หรือ search ให้ scope หรือระบุ keyword แคบลงมา หรือทางผู้ขายทำพีอาร์ให้สะดุดตาสะดุดใจคนซื้อ ซึ่งก็มีหลายวิธี เช่น ทำ banner  ทำให้ขึ้นมาอยู่ชื่อต้นๆ ให้มีโฆษณาขึ้นมาทางช่องทางซ้าย ช่วยอำนวยความสะดวกให้เรา

 

ปัญหาเว็บไซต์ของบริษัทไทย 

Buyers เขาคอมเมนท์มาค่ะถึงปัญหาที่เจอ พอดีคุยกันเรื่องบริษัทไทย เขาเลยพูดถึงเว็บที่เขาเข้าไปดู เขาบอกดิฉันมาว่า เรื่องการทำเว็บสองภาษา คือทำหน้าภาษาไทยและภาษาอังกฤษ  เปิดมาเป็นหน้าเว็บภาษาไทย อยากดูภาษาอังกฤษก็คลิก พอจะดูสินค้าก็เป็นภาษาไทยอีก ก็ต้องคลิกเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษทีละหน้า เสียเวลา เลยไม่ดูแล้ว อย่าลืมนะคะว่ามีผู้ขายมากกว่าผู้ซื้อ เราทำให้เขาเสียเวลา หงุดหงิด ก็ไม่เอาดีกว่า ไปหาเจ้าอื่นที่ดูง่ายๆ ไม่เสียอารมณ์

 

หลักง่ายๆ คือ ต้องคลิกน้อยครั้งที่สุด ข้อมูลจัดทำให้ดูง่าย อ่านง่ายชัดเจน เหมือนเส้นผมบังภูเขาที่อยากยกตัวอย่างมาเล่าสู่กันฟังมีเยอะมากกกกก ขอแค่ตัวอย่างให้ดูก่อนนะคะ

- ลงรูปมากๆ ก็ดีค่ะ a picture paints a thousand words แต่คิดให้ดีๆ นะคะ ว่ารูปที่ลงนั้นคนดูเขาเห็นอะไร เคยเห็นบริษัทขายอาหารทะเล มีรูปเจ้าของยืนภาคภูมิใจอยู่ท่ามกลางปลาที่วางระเกะระกะอยู่บนพื้นซีเมนต์มีน้ำไหลนอง และเจ้าของใส่รองเท้าแตะย่ำอยู่ แบบนี้ไม่ได้นะคะ ไม่ผ่านเรื่องความสะอาดและสุขอนามัย ฆ่าตัวเองเลย แล้วไม่แต่ตัวเอง แต่ทำให้คนคิดว่าเมืองไทยเป็นอย่างนี้ไปหมด


- หรือเผลอไปลงรูปสินค้าที่ก็อปเขามาเต็มๆ ก็เสร็จเหมือนกัน พวกแบรนด์ดังๆ เขามีคนคอยสอดส่อง

 

- หรือว่าเรากลัวคนก็อปเรา หลายคนบอกหนีกันที่การออกแบบใหม่ๆ หรือคุณภาพ หรือการบริการลูกค้า หรือถ่ายแบบไม่ต้องเห็นแบบชัดๆ เอาแค่ไอเดีย สมัยนี้การแข่งขันโปร่งใสมาก เราเห็นคู่แข่ง คู่แข่งเห็นเรา


- ภาษาที่ใช้ก็ไม่ใช่ภาษาพ่อภาษาแม่เรา เพราะฉะนั้น หาคนที่เขาชำนาญมาเขียนให้ดีกว่าค่ะ อย่าจ้างถูกๆ ประหยัด เพราะแปลผิด ใช้คำพูดผิด ก็ไปเลยได้เหมือนกัน  บางกรณีอาจไม่ร้ายแรง เดาๆ เอาพอรู้ว่าหมายความว่าอะไร บางครั้งก็ขำๆ ไป บางครั้งเข้าใจผิดจนเป็นเรื่อง จะไม่คุ้มกันค่ะ


- พวกตัวหนังสือวิบแวบ หรือรูปเคลื่อนไหวไปมา หรือวีดีโอ special effect ต่างๆ ที่แนะนำบริษัท บิ๊วอารมณ์ก่อนเข้าสู่เนื้อหา ไม่ต้องมีเลยค่ะ ทำให้ช้า นักธุรกิจทั้งหลายบอกว่าเสียเวลาอันเป็นเงินเป็นทอง ท่านอาจคิดว่าสวยดูดี แต่เขาไม่สนใจจะดูหรอกค่ะ จะออกไปดูของคนอื่นแทน  just get to the point รแนะนำบริษัท แนะนำสินค้า ข้อมูลดูง่ายและมีข้อมูลสำคัญที่เขาต้องการรู้เพียงพอ ควรให้ลูกค้าติดต่อกลับไปให้คลิกได้ง่าย และทางคุณก็ต้องมีคนคอยดูแล รีบตอบ ไม่ใช่อุตส่าห์ทำดีหมด แต่ไม่มีคนดูแลคอยตอบ ก็จบเหมือนกัน

 

- ข้อความบางอย่าง ระวัง อาจถูกลูกค้าหรือคู่แข่งเอาไปฟ้องหรือกลับมาเป็นปัญหากับท่านได้ เช่นการอ้างอิงบางอย่างที่ทางกฎหมายไม่อนุญาต เช่นไปบอกว่ามีสรรพคุณรักษาโน่นนี่ได้ ทั้งที่ไม่ได้มีการทดสอบรับรองหรือมีใบอนุญาตทางกฎหมาย ทางสหรัฐฯ เข้มงวดนะคะ มีคนอเมริกันที่เอาสินค้าไทยมาขายแล้วมีข้อความบางอย่างที่ FDA (องค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ) เข้าไปดูในเว็บไซต์เขาแล้วเอามาใช้เป็นหลักฐาน ผลคือไม่ออกใบอนุญาตให้นำเข้า

 

- การจ้างบริษัททำเว็บหรือทำเองก็แล้วแต่  คิดถึงลูกค้าเป็นหลัก อย่าคิดเองว่าเราชอบแบบไหน  พวกเว็บดีไซเนอร์มักจะอยากให้สวยๆ มีลูกเล่นเยอะๆ แต่ทำให้ช้าเสียเวลาหรือเปล่า สำหรับตลาดอเมริกา เขาดูจะชอบหน้าเว็บที่เรียบง่าย ดูง่ายหาง่าย ไม่เลอะลายตา ไม่ต้องคลิกหลายรอบ หน้าแรกหน้าสองกว่าจะเจอ ไม่เอาแล้ว ไปดูเว็บอื่นดีกว่า ชอบข้อมูลที่เป็นสาระนะคะ ไม่ใช่ข้อมูลผิวเผินประเภทบอกว่าเราดี ของสวย ราคาดี ต้องบอกลึกกว่านั้น โรงงานเป็นอย่างไร มีมาตรฐานอะไร สินค้าผลิตยังไง ดีน่ะดียังไง มีเรื่องราว  มีบริการพิเศษอะไร ดีกว่าแตกต่างกว่ารายอื่นอย่างไร

ดิฉันก็เคยทำเว็บไซต์ของสำนักงานส่งเสริมการค้าเหมือนกัน บริษัทแรกที่ให้ทำค่อนข้างมีไอเดียของตัวเอง และเราก็มีไอเดียของเราจากประสบการณ์ พอออกมาก็ยังไม่ค่อยใช่ แต่บอกไม่ถูก ครั้งต่อไปจ้างบริษัทใหม่ปรับปรุง เขามาอีกแนวหนึ่งคือเริ่มจากการสัมภาษณ์ลูกค้า และผู้ที่เราอยากให้ใช้เว็บไซต์เราว่าต้องการอะไรแล้วถึงมาออกแบบ ก็ได้รับคำชมว่าใช้ง่าย

 

แต่เรื่องเนื้อหาเป็นเรื่องที่เราต้องคอยดูแล ซึ่งก็มาจากผลการสัมภาษณ์เหมือนกัน ว่าเขาต้องการรู้อะไร ก็ต้องจ้างบริษัทที่รับเขียน เพื่อว่าเขียนอย่างไรจะมีเนื้อหาตามที่คนอยากรู้ และเพื่อการประชาสัมพันธ์ให้ได้มีคน search เจอต้นๆ ซึ่งทุกคนก็คงคิดแบบนี้ แล้วจะทำยังไง ก็ต้องคิดกันต่ออีกว่าจะมีทางสร้างความแตกต่างอย่างไร ต้องไป link กับเว็บอื่นมากๆ มี facebook ไว้เป็นตัวช่วยและตัวเข้าถึงลูกค้าอีกทางหนึ่ง ต้องใช้คำอะไรที่คนจะ search บ่อยๆ หรือมีโอกาสจะให้เขาเจอได้ มีเทกนิคเยอะค่ะ สมัยนี้มีสอนมีคนรับทำเรื่องพวกนี้เยอะ ไปตามงานแสดงสินค้าทุกงาน ตอนนี้ต้องมีการบรรยายเรื่องการทำการตลาดผ่านทางอินเทอร์เน็ต โซเชียลมีเดีย เป็นต้น เราอาจทำเองได้ แต่ควรศึกษาให้รู้มากๆ ก็จะดีกว่าค่ะ เพราะเส้นผมบังภูเขาอย่างที่บอก เราต้องคิดถึงผู้ใช้เป็นหลัก ทำอย่างไรถึงจะใช้ง่าย สะดวก เร็ว บางทีเราเห็นต้องลงทะเบียนทำอะไรมากๆ ก็เลิกแล้ว คนยุคอินเทอร์เน็ตใจร้อน ไม่อดทนค่ะ แต่ถ้าเจอเรื่องที่ชอบก็อาจหลงอยู่ในเว็บท่านนานได้

 

- หมั่นตรวจสอบ backend ตรวจสอบได้ทั้งของเว็บไซต์และเฟซบุค ว่าใครเข้ามาดูบ้าง จากที่ไหน เข้าบ่อยไหม ดูอะไร นานแค่ไหน ประกอบการวิเคราะห์ปรับปรุง

 

69_th_5_002

รูปแบบของเว็บไซต์ thaitrade.com

ประเภทลูกค้า B2C

สำหรับต่อไปถ้าท่านคิดอยากจะขายตรงไปถึงผู้บริโภค ไม่ต้องรอง้อผ่านคนกลาง ผู้ซื้อเป็นใครบ้าง

 

- คนอยู่ห่างไกล หลายประเทศคนอยู่กระจัดกระจาย เดินทางไม่สะดวก หรือของที่มีขายก็ไม่ค่อยมีมาก เพราะฉะนั้นซื้อทางอินเทอร์เน็ต ระบบไปรษณีย์เขาก็ดี ส่งให้ถึงหมด ไม่ชอบหรือใช้ไม่ดี จะคืนก็สะดวก


- คนไม่มีเวลา ภารกิจเยอะ หรือขี้เกียจเดินทาง เปิดไม่มีปิด 24/7 เล่าให้บางคนฟังเขาไม่เชื่อว่าคนอเมริกันสมัยนี้ไม่ออกไปชอปปิ้ง แม้แต่ไปตลาดยังไม่ไป คนเขาเวลาเป็นเงินเป็นทอง ไปซูเปอร์มาร์เก็ตก็ไม่ได้สนุก บางทีต้องขับรถไปไกล ซูเปอร์ฯ ก็ใหญ่ กว่าจะเดินทั่วเพื่อหยิบของที่ต้องการได้ แล้วยังคอยคิวจ่ายเงินอีก แล้วก็ขนของขึ้นรถ ขนของขึ้นบ้าน เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า แต่การสั่งซื้อทางอินเทอร์เน็ตผ่านทางเว็บไซต์ Amazon หรือซูเปอร์ฯ บางแห่งมีบริการส่ง จะไปซื้อตอนไหนก็ได้ ไม่ต้องขับรถให้เปลืองน้ำมัน ไม่ต้องเสียเวลาหาที่จอด บางทีมีเวลาหน่อยก็เป็นช่วงดึกๆ เช้าๆ ร้านยังไม่เปิด ก็อินเทอร์เน็ตอีก อยากจะชอปตอนไหนได้หมด ถึงได้มีคำว่า 24/7 เปิด 24 ชม 7 วัน

ที่สำคัญคือไม่ชอบก็คืนได้ ไม่งั้นของบางอย่างคนก็ไม่อยากเสี่ยง และสำคัญค่ะ ซื่อสัตย์ เชื่อใจได้

- shop around, compare price, product นี่ก็เหมือนกัน นั่งอยู่บ้านก็หาข้อมูลเปรียบเทียบราคาของ เปรียบเทียบแบบ แล้วก็สั่งซื้อ จะเอาเร็วจ่ายเพิ่มอีกนิดก็ได้แล้ว ทุกคนทำแบบนี้เราก็ต้องเตรียมว่าสู้คนอื่นได้ บางเว็บต้องสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า คุยกันสอบถามความเห็น เสนอข้อมูลที่ดูเป็นกลางช่วยการตัดสินใจ

 

- Special interest :  long tail marketing ดิฉันเคยเขียนเรื่องนี้ลง FashionBiz เมื่อนานหลายปีแล้ว เรื่อง long tail marketing ยุคนี้ยิ่งเห็นชัดขึ้น เป็นการเปิดโอกาสให้ใครๆ ก็เป็นเจ้าของธุรกิจได้ คือด้วยอินเทอร์เน็ตนี้ ทำให้เรามีสังคมคนที่สนใจเรื่องเดียวกัน ที่ปกติอาจจะไม่รู้ว่าเป็นใครอยู่ที่ไหน ซึ่งถ้าเป็นเรื่องเฉพาะทางมากๆ จะมีจำนวนไม่มาก อยู่กันกระจัดกระจาย หากันไม่เจอ ทำธุรกิจกันก็ไม่ได้ แต่ด้วยอินเทอร์เน็ตทำให้ทำได้หมด และขายของกันได้เป็นเรื่องเป็นราว รวยกันมาแล้ว

 

69_th_5_003

รูปแบบของเว็บไซต์ thaitradeusa.com

 

สิ่งสำคัญสำหรับ B2C

ถ้าจะค้าขายจากผู้ผลิตผู้ส่งออกถึงผู้บริโภคในต่างประเทศโดยตรง  ต้องเตรียมพร้อมเรื่องการรับเงิน การคืนเงิน การส่งของ รับส่งของคืน กฎระเบียบการส่งออก การนำเข้า บางท่านเป็น SMEs ไม่ค่อยมีประสบการณ์ พอมีลูกค้าสั่งมาก็ไม่ทราบระเบียบการส่งออกของไทย ไม่ทราบระเบียบนำเข้าของปลายทาง เรื่องเหล่านี้อย่าหวังให้ลูกค้าทราบนะคะ พวกผู้บริโภคไม่ทราบหรอกค่ะ ส่งของแล้วออกของ ส่งให้ถึงมือลูกค้าทำยังไง แล้วถ้าเขาจะคืนจะต้องทำระบบเตรียมรองรับไว้ด้วย และสำคัญอีกเรื่องคือความซื่อสัตย์ เรื่องสินค้า คุณภาพ ราคา ไม่ใช่ผ้าไหมแท้ก็บอกว่าเป็นไหม ได้ยินบ่อยๆ การให้ข้อมูลแนะนำสินค้า มีเรื่องราวที่มาของสินค้า หรือสินค้าเรามีส่วนช่วยสังคมยังไงก็ช่วยได้อีกเหมือนกัน

 

การประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ 

เรื่องนี้สำคัญมาก คุณทำเว็บไซต์อย่างดี สมบูรณ์ทุกประการ สินค้าก็เลิศ แต่คนจะหาเว็บคุณเจอไหม เดี๋ยวนี้เขาสอนกันเป็นเรื่องเป็นราว สรุปสั้นๆ นะคะ เราก็ไปฝากไว้ เช่น ที่ www.thaitrade.com เพราะเขาก็ประชาสัมพันธ์เว็บให้เราอยู่แล้ว แต่พอเข้าไปอยู่ในนั้นก็มีอีกหลายบริษัท เขาจะหาเราเจอไหม ก็ต้องอาศัยเทกนิคการเขียน keyword แล้วค่ะ

 

ในเว็บใหญ่ๆ เช่น Amazon ดิฉันเคยคุยกับ buyer ของเขา ซึ่งเขาบอกว่าต้องทำประชาสัมพันธ์อื่นอีก เช่น จ่ายเงิน ก็แหม อะไรก็เป็นเงินเป็นทอง ซื้อที่โฆษณาเพิ่มพิเศษ เรื่องพวกนี้มีพวกบริษัทที่ปรึกษา บริษัทพีอาร์รับจ้างทำเยอะมาก ก็ต้องเลือกดูดีๆ แล้วบางทีเขาก็เก่งคนละด้าน บางบริษัทออกแบบและสร้างเว็บเท่านั้น บริษัทที่ทำแต่ด้านพีอาร์ทำคอนเทนท์เขียนข้อมูล อัพเดท ทำลิงค์กับทื่อื่น เพื่อเพิ่มเรตติ้ง จะได้ไปอยู่บรรทัดต้นๆ เวลาคนค้นหา ก็ต้องดูดีๆ เหมือนกัน พวกนี้ไม่ได้รับเขียนให้เราคนเดียว เขียนมากๆ ก็เบลอ แต่งเองบ้าง ดิฉันเคยเจอบ่อย เขียนให้เรา แต่ไปก็อปที่อื่นมา ยังติดชื่อบริษัทเดิมมาอีกด้วย หรือไม่เช็คข้อมูลให้ถูกต้อง ใส่ข้อมูลผิดก็มี การอ้างถึงใครซึ่งเขาบอกว่าเป็น testimonial น่าเชื่อถือกว่า ก็ต้องดูด้วยว่าเจ้าของเขาทราบหรือเปล่าว่าอ้างถึงเขา เขายอมไหม ใส่ชื่อเขาถูกต้องหรือเปล่า ใส่ข้อมูลถูกไหม  ไม่อย่างนั้นอาจถูกเขาฟ้องร้องได้

 

สำหรับท่านที่สนใจตลาดสหรัฐอเมริกา เรายังมีอีกเว็บหนึ่งที่จะแนะนำคือ

 

Thaitradeusa.com อันนี้เป็นเว็บไซต์ของสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครลอสแอนเจลีส สังกัดกรมส่งเสริมการส่งออก ทำเพื่อผู้ส่งออกไทยที่ต้องการขยายไปตลาดอเมริกา ขอเชิญเข้าไปดูและส่งข้อมูลมาประชาสัมพันธ์ได้นะคะ มีหน้าแรกเป็นภาษาอังกฤษ สำหรับผู้นำเข้าที่ต้องการหาสินค้า หาข้อมูลของประเทศไทย หน้าภาษาไทยสำหรับคนไทย เป็นรายงานจากสำนักงานต่างๆ ในสหรัฐฯ เพื่อผู้ประกอบการไทยจะได้รับทราบข้อมูลทั่วไปและข้อมูลแยกตามอุตสาหกรรม มี facebook ที่คลิกเข้าไปดูได้ ท่านสมัครเข้ามาเป็น Friends ก็จะช่วยขยายฐานลูกค้าท่านได้อีกทางหนึ่งค่ะ เป็นเว็บไซต์ที่ช่วยเสริมเว็บ thaitrade.com

 

ขอเชิญท่านผู้อ่านลองเข้าไปดูและใช้บริการกันนะคะ และอย่าลืมปรับปรุงเว็บของท่าน และฟังลูกค้าให้มากๆ นะคะ

 

*ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครลอสแอนเจลีส


You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.