ในด้านความใส่ใจเรื่องคุณภาพของเสื้อผ้าและเส้นใยในการถักทอเป็นเนื้อผ้านั้น ผลการสำรวจพบว่าผู้บริโภคในอิตาลีเป็นกลุ่มที่ใส่ใจในคุณภาพของเสื้อผ้ามากที่สุด โดยยินดีที่จะจ่ายเงินเพิ่มเพื่อซื้อเสื้อผ้าที่มีคุณภาพมากกว่าถึง 73% และมีกลุ่มคนที่สนใจเรื่องเส้นใยที่ประกอบอยู่ในเสื้อผ้าถึง 78% ในขณะที่ผลสำรวจพบว่าผู้บริโภคชาวไทยและชาวอังกฤษไม่ได้สนใจมองที่ป้ายบอกเนื้อผ้า โดยมีคนไทยที่มองป้ายทุกครั้งและบ่อยครั้งรวมเพียง 29% เท่านั้นเมื่อเทียบกับคนจีนซึ่งให้ความใส่ใจมากที่สุดคือ 65% และเมื่อเปรียบเทียบระหว่างการเลือกใส่เสื้อผ้าธรรมดาที่ใส่สบาย กับเสื้อผ้าทันสมัยแต่ใส่สบายน้อยกว่า ปรากฎว่าคนไทยและคนญี่ปุ่นเลือกที่จะใส่เสื้อผ้าตามแฟชั่น แม้จะใส่ไม่ค่อยสบายนักถึง 20% และ 21% ตามลำดับ ส่วนผู้บริโภคในอิตาลีมีบุคคลประเภทนี้เพียง 8% เท่านั้น
เมื่อถามถึงจำนวนเงินที่ผู้บริโภคใช้ซื้อเสื้อผ้าในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคมที่ผ่านมา คนอิตาลีและญี่ปุ่นมีค่าเฉลี่ยต่อคนในการใช้เงินซื้อเสื้อผ้ามากที่สุด คือประมาณ 15,951 บาท (409 ดอลล่าร์สหรัฐ) และ 11,817 บาท (303 ดอลลาร์สหรัฐ) ในขณะที่คนไทยใช้เงินซื้อเสื้อผ้าโดยเฉลี่ยประมาณคนละ 2,379 บาท
ประเภทของเสื้อผ้าที่ผู้บริโภคใน 9 ประเทศซื้อกันมากที่สุด ได้แก่ เสื้อยืดกับชุดชั้นใน 57% ยีนส์ 55% และกางเกง 48% ในขณะที่ในประเทศไทย ผู้บริโภคชาวไทยซื้อเสื้อยืดมากที่สุดด้วยค่าเฉลี่ยถึง 79% ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยที่สูงที่สุด ตามด้วยยีนส์ 56% และกางเกง 51% ทั้งนี้ ผู้บริโภคใน 9 ประเทศซื้อเสื้อผ้าเฉลี่ยเดือนละ 1 ครั้งหรือมากกว่า คิดเป็น 41%, 2-3 เดือนต่อครั้ง คิดเป็น 32% และ 4-6 เดือนต่อครั้ง คิดเป็น 19% สำหรับคนไทยนั้นซื้อเสื้อผ้าเฉลี่ยเดือนละ 1 ครั้งหรือมากกว่า คิดเป็น 47% ซื้อเสื้อผ้า 2-3 เดือนต่อครั้ง 35% และมีอยู่ 10% ที่ซื้อเสื้อผ้า 4-6 เดือนต่อครั้ง
แรงกระตุ้นในการตัดสินใจซื้อ
61% ของผู้บริโภคใน 9 ประเทศ ตัดสินใจซื้อเสื้อผ้าจากสินค้าตัวอย่างที่โชว์ในร้าน ผู้บริโภค 45% ซื้อเพราะเพื่อนและเพื่อนร่วมงานแนะนำ และผู้บริโภค 42% ตัดสินใจซื้อจากเสื้อผ้าเดิมที่มีอยู่ ในขณะที่ผู้บริโภคคนไทย 57% ตัดสินใจซื้อจากเสื้อผ้าเดิมที่มีอยู่ ตามด้วยการตัดสินใจซื้อจากสินค้าตัวอย่างที่โชว์ในร้าน 53% และตัดสินใจซื้อเพราะเพื่อนและเพื่อนร่วมงาน 38%
ผลการสำรวจยังพบว่าผู้บริโภคในญี่ปุ่นเป็นกลุ่มที่ตัดสินใจซื้อเสื้อผ้าจากนิตยสารมากที่สุดถึง 58% ซึ่งแสดงให้เห็นว่านิตยสารมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเสื้อผ้าของผู้บริโภคในประเทศญี่ปุ่นมากกว่าโทรทัศน์และเพื่อนร่วมงาน ในขณะที่ผู้บริโภคชาวอังกฤษ 82% ตัดสินใจซื้อเสื้อผ้าจากเสื้อผ้าเดิมที่มีอยู่ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าทุกประเทศและสูงกว่าค่าเฉลี่ยผู้บริโภคทั้ง 9 ประเทศถึงสองเท่า (42%)
การสำรวจพฤติกรรมและทัศนคติการเลือกซื้อเสื้อผ้าของผู้บริโภคทั่วโลกครั้งนี้จัดทำโดย คอตตอน เคาน์ซิล อินเตอร์เนชั่นแนล (ซีซีไอ) และ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ทำการสำรวจความคิดเห็นโดย บริษัท ซินโนเวต จำกัด เมื่อเดือนมีนาคม 2549 และได้รับการเปิดเผยในงานสัมมนา "Global Lifestyle Monitor by COTTON USA" เพื่อประโยชน์แก่กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทย
คุณไกรภพ แพ่งสภา ตัวแทน ซีซีไอ ประเทศไทย กล่าวว่า "ซีซีไอ ได้ดำเนินการสำรวจพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ ปี 2541 โดยในปี 2549 เป็นปีแรกที่ทำการสำรวจในประเทศไทย ซึ่งผลการสำรวจดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอได้รับประโยชน์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะในเรื่องพฤติกรรมการซื้อเสื้อผ้าและแฟชั่น ความใส่ใจในคุณภาพของเสื้อผ้าและเส้นใยในการถักทอเป็นเนื้อผ้า รวมถึงการแต่งกายลำลองของผู้บริโภคจากประเทศหลักทั้ง 9 ประเทศ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการทุกกลุ่มสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปพัฒนาแผนการผลิตและแผนการตลาดได้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น"
ทั้งนี้ กลุ่มตัวอย่างที่ทำการสำรวจในประเทศไทยมีจำนวน 507 ราย จากกรุงเทพฯ เชียงใหม่ หาดใหญ่ ชลบุรี และ โคราช โดยมีสัดส่วนชาย-หญิง 50-50 อายุระหว่าง 15-55 ปี และทำการสำรวจในช่วงวันที่ 2-22 มีนาคม 2549













You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.