กลุ่มประเทศในทวีปยุโรป อาทิ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และอังกฤษ ล้วนนิยมบริโภคสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่มีการออกแบบสวยงาม หรูหรา โดยภายในประเทศเหล่านี้ ก็มีการแข่งขันกันเองที่สูงมาก การดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคในปัจจุบันซึ่งมีความต้องการที่หลากหลาย อาจเนื่องมาจากการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ (lifestyle) และความชื่นชอบในการเลือกซื้อสินค้าที่แตกต่างกัน (design preference) ให้หันเหมาทางงานเครื่องประดับของนักออกแบบไทยจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้น ปัจจัยในการเสริมสร้างอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยให้มีความเข้มแข็ง และดำรงสถานภาพผู้นำในเวทีโลกได้อย่างยั่งยืนและสมศักดิ์ศรีได้นั้น จะต้องมีความโดดเด่นและความเป็นเอกลักษณ์ในด้านการออกแบบเครื่องประดับเป็นสำคัญ ซึ่งถือเป็นมาตรฐานสินค้าหนึ่ง อันจะกลายเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จของธุรกิจทางด้านนี้ได้เป็นอย่างดี
สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT ซึ่งเป็นองค์กรหลักของภาครัฐ ภายใต้กระทรวงพาณิชย์ ได้ให้การสนับสนุนทั้งการพัฒนาบุคลากรทางด้านการออกแบบ รวมถึงได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการส่งเสริมวิจัยและพัฒนาด้านการออกแบบอัญมณีและเครื่องประดับมาโดยตลอด เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก โดย GIT ได้ตอบรับการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย ด้วยการสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการวิจัยพัฒนาและส่งเสริมการออกแบบเครื่องประดับอย่างมีประสิทธิภาพ และผลักดันให้เกิดนักออกแบบเครื่องประดับไทยรุ่นใหม่ที่มีความสามารถพร้อมก้าวไปสู่เวทีระดับโลก จึงเป็นจุดกำเนิดของ โครงการแนวทางในการสร้างนวัตกรรมใหม่ทางด้านการออกแบบเครื่องประดับ (Platform for innovation in jewellery manufacturing)โดยโครงการนี้เปิดโอกาสให้ผู้มีใจรักการออกแบบจากหลายสาขา อาทิเช่น นักออกแบบ คณาจารย์ และผู้ประกอบการ ได้ศึกษาทดลองการทำงานร่วมกัน ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องประดับด้วยการออกแบบ โดยมุ่งเน้นการศึกษาจากวิธีการจัดการสัมมนากลุ่ม (Focus group seminar) และค้นหากระบวนการใหม่ๆ โดยผ่านกิจกรรมการสัมมนาเชิงปฏิบัติการระดมสมอง มีผู้เข้าร่วมกว่า 25 ท่านจากสาขางานที่กำหนด ซึ่งมีวิทยากรรับเชิญเป็นนักออกแบบมีชื่อระดับโลกชาวอิตาเลียน Mr. Massimo Zucchi และหัวหน้าโครงการ ดร. วีรวัฒน์ สิริเวสมาศ หัวหน้าภาควิชาออกแบบเครื่องประดับ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นผู้ร่วมดำเนินการ

การระดมสมองนี้ได้วางกรรมวิธีใหม่ในการสร้างกระบวนการคิดและกระบวนการพัฒนาการออกแบบให้เหมาะสมกับบริบทไทย โดยให้ความสำคัญกับวิธีการ ขั้นตอน การประสานงาน การพัฒนาเชิงบูรณาการ การพัฒนาองค์ความรู้ และการต่อยอดจากศิลปินนักออกแบบ การนำข้อมูลจากผู้ผลิตและนักการตลาด การวิพากษ์วิจารณ์เพื่อพัฒนาแบบ จนได้ข้อเสนอแนะในการสรุปรูปแบบ แล้วนำมาทำการบูรณาการระหว่างงานออกแบบและการผลิต จนได้ผลลัพธ์ขั้นต้นเป็น Theme Board ที่ประกอบไปด้วยข้อความสำคัญ (Key words) และภาพประกอบสำคัญ (Key Visuals) มากลั่นกรอง เพื่อสื่อถึงแนวความคิดและข้อมูลเบื้องต้นทั้งหมด ให้ได้มาเป็นคอนเซปต์ที่จะได้ทั้งลักษณะรูปแบบ รูปทรง และพื้นผิว รวมถึงชิ้นงานวัสดุที่มีสีสัน และการใช้วัตถุดิบที่แปลกแหวกแนว โดยขั้นตอนดังกล่าวจะทำให้งานออกแบบมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด ทั้งมวลนี้ได้พัฒนาเป็นภาพแบบร่างและภาพเขียนแบบเครื่องประดับสองมิติ ซึ่งเปรียบได้ดั่งภาพสะท้อนของแนวคิดใหม่ในงานออกแบบเครื่องประดับไทยร่วมสมัย (The reflection of new concept in Thai contemporary jewelry)
ผลลัพธ์จากโครงการวิจัยนี้ ทำให้มีการสร้างทัศนคติเพื่อเสริมศักยภาพและกำหนดแนวทางพื้นฐานของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยจะตั้งอยู่บนพื้นฐานของแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ในการนี้ GIT ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันและสนับสนุนผลผลิตของโครงการวิจัยดังกล่าวสู่สายตาสาธารณชน ด้วยการออกหนังสือแสดงผลงานชื่อ "Project Glitz Vol. 1" ซึ่งรวบรวมตั้งแต่ แนวความคิด (Concept) ทฤษฎีหลัก (Principle) ประเด็นหลัก (Theme) ความซับซ้อนของการออกแบบ (Complexity) และภาพผลงานการออกแบบเครื่องประดับ รวมถึงเครื่องประดับที่ผลิตตามแบบจริง เพื่อจะได้นำไปใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยผู้ประกอบการหรือนักออกแบบสามารถนำวิธีการทำงานอย่างเป็นขั้นตอนจากหนังสือดังกล่าวมาเป็นแนวทางในการสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อมาใช้พัฒนารูปแบบงานเครื่องประดับของไทยได้ นอกจากนี้ ผลผลิตจากงานวิจัยทุกแบบวาดได้นำมาผลิตเป็นชิ้นงานเครื่องประดับที่สามารถจำหน่ายได้ในภาคอุตสาหกรรมอีกด้วย
นอกจากงานวิจัยข้างต้น GIT ได้มีโครงการประกวดออกแบบเครื่องประดับ ครั้งที่ 3 ในหัวข้อ "Thai Explosion" ตามแนวคิด passion of Thai design เพื่อคงไว้และสนับสนุนซึ่งความเป็นเอกลักษณ์ของไทย อีกทั้งแสดงถึงการนำความเป็นไทยไปสู่สากล เพื่อให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวต่างชาติได้อย่างภาคภูมิ โดยเปิดเวทีให้นักออกแบบรุ่นใหม่ อาทิเช่น นักเรียน นิสิตนักศึกษา และนักออกแบบมืออาชีพ รวมถึงผู้มีใจรักในการออกแบบ ได้ปลดปล่อยพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ และมีโอกาสนำเสนอผลงาน รวมถึงสนับสนุนให้มีการผลิตเป็นชิ้นงานจริง อันจะเป็นโอกาสในการประกอบอาชีพต่อไป สถาบันฯ มั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า นักออกแบบรุ่นใหม่เหล่านี้จะเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทยสามารถฟันฝ่าสมรภูมิการแข่งขันในตลาดโลกเป็นผลสำเร็จ
ข้อมูลโดย สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)













You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.