ได้มาพูดถึงงานสำคัญที่อยากให้คนไทยได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความยิ่งใหญ่ในครั้งนี้"ผมในฐานะซีอีโอที่คลุกคลีกับงานแฟร์มาตั้งแต่ครั้งแรกราว ๆ พ.ศ. 2527 ซึ่งเริ่มต้นด้วยแฟร์เล็กๆ ที่มีเพียง 47-48 บูธ และจัดปีละครั้ง จนมาถึงทุกวันนี้เราขยายงานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีจำนวนสมาชิกที่มาออกบูทมากขึ้น จากหลักสิบ หลักร้อย ขณะนี้มีถึงหลักพัน ทั้งยังมีการกำหนดให้จัดงานสองครั้งต่อปีตั้งแต่ พ.ศ. 2535 นอกจากนี้สิ่งที่ไม่เคยละเลยคือสถานที่จัดงาน ที่ต้องได้รับความสะดวกทั้งการจัดพื้นที่ภายในงาน และการเดินทาง โดยตั้งแต่การจัดงานครั้งที่ 39 เราเลือกจัดที่ชาเลนเจอร์ฮอลล์ เมืองทองธานี ซึ่งเป็นฮอลล์แรกของเมืองไทยที่ไม่มีเสามาบดบังทัศนียภาพความยิ่งใหญ่ของงาน จึงพูดได้เต็มปากเต็มคำเลยว่างานบางกอกเจมส์ฯ ไม่ใช่แค่แฟร์ของสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ แต่ยังเป็นหน้าเป็นตาของระดับประเทศไปแล้ว ด้วยการสนับสนุนและส่งเสริมจากกรมส่งเสริมการส่งออก และอีกหลายหน่วยงาน เราจึงก้าวมาได้ขนาดนี้ แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมของอัญมณีและเครื่องประดับมีการเติบโตขึ้นมาด้วย
งานครั้งที่ 44 แน่นอนว่าความพิเศษย่อมเกิดเพิ่มขึ้นจากครั้งก่อน โดยในครั้งนี้มีเรื่องน่าตื่นเต้นหลายประการ สิ่งแรกเราได้สร้างสรรค์ความยิ่งใหญ่โดยมี Diamond Fine Pavilion เกิดขึ้นกว่า 100 บูธ และยังได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลที่ให้อุตสาหกรรมได้รับการยกเว้น VAT 0% นอกจากนี้ยังมีเรื่องดีๆ อีกมากมาย ซึ่งเราได้จัดกิจกรรมให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมด้วย คือการแข่งขันการออกแบบจิวเวลรี่เพื่อชิงถ้วยพระราชทานฯ โดยจัดให้เป็นการประกวดระดับประเทศ ภายใต้ชื่อว่า "พลอยไทยจิวเวลรี่อวอร์ด" และสานต่อโครงการไทยแลนด์อินเตอร์เนชั่นแนลจิวเวลรี่อวอร์ด ซึ่งจัดปีเว้นปี โดยครั้งต่อไปจะจัดในปี 2011 มีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมฝีมือคนไทยโดยเฉพาะ ทั้งยังเป็นการยกระดับพร้อมส่งเสริมพัฒนาดีไซเนอร์ของไทย ที่สำคัญอีกเรื่องคือจัดสรรพื้นที่สำหรับการ Business Matching ทำให้ exhibitor กับ buyer มาเจอกันบนเนื้อที่กว่า 100 ตารางเมตร ไม่ต้องไปเดินหา ช่วยประหยัดเวลา และสามารถเดินดูงานไปทั่วในชาเลนเจอร์ 1-3" คุณสมชาย กล่าว
บางกอกเจมส์ แอนด์ จิวเวลรี่ แฟร์ ถือเป็นงานแสดงสินค้าที่มีอายุจัดงานมานาน 44 ครั้ง จึงเป็นสิ่งการันตีได้ถึงประสบการณ์ ทั้งยังเป็นความภาคภูมิใจที่อยากให้คนไทยมาเยี่ยมชมงานอัญมณีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคพื้นเอเชีย ไม่ว่าจะอยู่ในธุรกิจนี้หรือไม่ก็อยากให้คนไทยได้มาเห็นฝีมือคนไทยด้วยกัน ให้เห็นว่าคนไทยเราสามารถทำได้ไม่อายใคร ในงานบางกอกเจมส์ แอนด์ จิวเวลรี่ แฟร์ ครั้งที่ 44













You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.