
วอล-มาร์ท (Wal-Mart) ยังคงรักษาตำแหน่งราชาแห่งการค้าปลีกไว้ได้ แม้ยอดขายแผนกเครื่องแต่งกายไม่เข้าเป้าทำให้บริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่ของโลกรายนี้ต้องวิเคราะห์และทบทวนกลยุทธ์ใหม่เพื่อกระตุ้นลูกค้าให้ลุกขึ้นมาแต่งตัวมากขึ้น ยอดขายของแผนกเครื่องแต่งกายกำลังเป็นปัญหาที่สำนักงานใหญ่ของวอล-มาร์ท ในรัฐอาร์คันซอ สหรัฐอเมริกากำลังเร่งหาทางออก
“บริษัทค่อนข้างผิดหวังกับยอดขายของแผนกเครื่องแต่งกายในปีที่แล้ว โดยเฉพาะในไตรมาสสุดท้าย เรากำลังเร่งศึกษาเพื่อปรับกลยุทธ์ใหม่” Eduardo Castro-Wright รองประธานและหัวหน้า วอล-มาร์ท ในอเมริกา กล่าวในงานแถลงผลประกอบการไตรมาสที่ 4
แม้ยอดขายของแผนกเครื่องแต่งกายจะไม่ดีนัก แต่ผลประกอบการรวมของ วอล-มาร์ท ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2552 ก็โตถึง 22.2% ทั้งที่ตลาดอเมริกายังเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจที่ตึงตัวอยู่
การลดราคาและการแข่งขันที่สูงทำให้ยอดขายของแผนกสินค้าลดราคาเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนลดลง 2% ในช่วงสามเดือนที่สิ้นสุดในเดือนมกราคม 2553 วอล-มาร์ท คาดการณ์ว่ายอดขายจะลดต่ำกว่า 1% ถึง 1% สำหรับระยะสามเดือนที่จะสิ้นสุดในเมษายนนี้
วอล-มาร์ท อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างและวัฒนธรรมขององค์กร โดยเริ่มปรับหน่วยงานในอเมริกาตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา และยังได้เซ็นสัญญาทำธุรกิจด้วยมูลค่าเบื้องต้นสองพันล้านเหรีนญสหรัฐฯ กับ Li & Fung บริษัท sourcing ใหญ่ของฮ่องกง
รองประธาน Eduardo กล่าวว่า การร่วมมือกับ Li & Fung ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการจัดซื้อจัดหาสินค้าจะช่วยลดต้นทุนการผลิตให้กับวอล-มาร์ท “การซอร์ซซิ่งจากทั่วโลกจะช่วยลดต้นทุนสินค้าลดราคาและเพิ่มส่วนต่าง ทั้งยังจะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเรา ทำให้เราลดราคาสินค้าได้ดีกว่าคู่แข่ง”
ผลกำไรในไตรมาสที่ 4 ของบริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่ยังเกิดจากการตัดค่าใช้จ่ายขนานใหญ่ โดยผลประกอบการช่วงสามเดือนส่งท้ายปี 2552 เพิ่มเป็น 4.63 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ จาก 3.79 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปีก่อนหน้านั้น รายได้สิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2553 เพิ่มขึ้น 4.5% เป็น 11.36 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ จาก 10.87 หมื่นล้านเหรียญ ส่วนผลกำไรในปี 2552 เพิ่มขึ้น 7% เป็น 1.43 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีรายได้เพิ่ม 0.9% เป็น 40.82 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ













You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.