โดยเป็นผลมาจากการที่จีนยังคงมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเข้มแข็งท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังอยู่ในภาวะชะลอตัว อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในปี 2552 และ 2553 จะอยู่ที่ร้อยละ 8.5 และ 9.0 ตามลำดับ ในขณะที่เศรษฐกิจโลกในปี 2552 ชะลอตัวลงร้อยละ 1.1 ก่อนที่จะปรับเป็นบวกร้อยละ 3.1 ในปี 2553
นอกจากนี้ คนชั้นกลางของจีนซึ่งปัจจุบันมีอยู่ราว 250 ล้านคน เป็นกลุ่มผู้ซื้อหลักของสินค้าฟุ่มเฟือยเพื่อใช้ประกาศฐานะทางเศรษฐกิจ รสนิยม และอัตลักษณ์เฉพาะตน คนกลุ่มนี้เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในเมืองหลักอย่างปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และเมืองรองอย่าง หัวโจว ฉงชิ่ง ส่งผลให้ปัจจุบันจีนมีการบริโภคสินค้าฟุ่มเฟือยแต่ละปีกว่า 8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นร้อยละ 20 ของมูลค่าการบริโภคสินค้าฟุ่มเฟือยทั่วโลก และหากการบริโภคยังคงเติบโตต่อเนื่องเช่นนี้ คาดว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า การบริโภคจะมีมูลค่าสูงถึง 1.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ทำให้จีนกลายเป็นประเทศผู้นำในการบริโภคสินค้าฟุ่มเฟือยแทนที่ประเทศญี่ปุ่น

ตัวอย่างเครื่องประดับพลอยสีในตลาดระดับบนของจีน
โอกาสการค้าพลอยสี
ปัจจุบันผู้บริโภคในตลาดจีนนิยมเพชรและเครื่องประดับที่ตกแต่งด้วยเพชรมากที่สุด ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ เดอ เบียร์ส ได้ทุ่มงบประมาณโฆษณาประชาสัมพันธ์และจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เพชรสามารถครอบครองตลาดจีนไว้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ เครื่องประดับเพชรบนตัวเรือนแพลทินัมกลายเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในหมู่ชาวจีน ขณะที่พลอยสีรวมถึงเครื่องประดับที่ตกแต่งด้วยพลอยสีที่เคยเป็นสินค้าหลักในตลาดได้ลดความสำคัญลง โดยในปี 2551 มูลค่าการบริโภคเครื่องประดับพลอยสีในจีนมีเพียง 1.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราวร้อยละ 5.5 ของมูลค่าการบริโภคเครื่องประดับโดยรวม นอกจากนี้ พลอยสีในจีนยังประสบปัญหาจากการที่ผู้บริโภคยังขาดความเข้าใจและตระหนักถึงคุณค่า โดยมองว่าพลอยสีมิใช่สินค้าที่คงคุณค่าทางเศรษฐกิจได้นาน โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเพชร อีกทั้งปัญหาที่สำคัญของพลอยสีในตลาดจีน คือ การไม่มีระบบการแบ่งระดับราคาและกำหนดมาตรฐานคุณภาพของสินค้าที่ชัดเจนเหมือนเพชร
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญในตลาดอัญมณีและเครื่องประดับของจีนหลายรายเห็นพ้องกันว่า พลอยสียังเป็นสินค้าที่มีศักยภาพในตลาดจีน โดยต่างมั่นใจว่ายังคงมีความต้องการบริโภคพลอยสีแฝงเร้นอยู่ในหมู่ชาวจีนจำนวนมาก และเครื่องประดับพลอยสีจะหวนคืนสู่กระแสนิยมในหมู่ผู้บริโภคชาวจีนอีกครั้งอย่างช้าๆ โดยความต้องการบริโภคจะเพิ่มสูงขึ้นไปพร้อมๆ กับพัฒนาการในตลาด ทั้งในด้านการกำหนดมาตรฐานสินค้าและระดับการรับรู้ในคุณค่าของพลอยสีในสายตาผู้บริโภค ทั้งนี้ International Colored Gemstones Association (ICA) ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจีนสำรวจความคิดเห็นกลุ่มตัวอย่าง 1,445 รายใน 16 เมืองใหญ่ของจีน พบว่า ผู้บริโภคร้อยละ 77.5 ของกลุ่มตัวอย่างที่มีเครื่องประดับพลอยสีในครอบครองแล้วยังตั้งใจที่จะซื้อเพิ่มอีกในอนาคต ขณะที่ผู้บริโภคร้อยละ 52 ของกลุ่มตัวอย่างที่ไม่เคยซื้อเครื่องประดับพลอยสีเลยต้องการที่จะเริ่มต้นซื้อในอนาคต สัญญาณบวกดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลจากฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ Cai Shi Kou Department Store ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าที่จำหน่ายอัญมณีและเครื่องประดับรายใหญ่ที่สุดของจีนที่ระบุว่า ขณะนี้พลอยสีได้กลับเข้าสู่ความนิยมในตลาดจีนบ้างแล้ว โดยเฉพาะพลอยสีแดงจะได้รับความชื่นชมจากผู้บริโภคจีนเป็นพิเศษ รวมถึงปัจจุบันคนรุ่นใหม่ก็ได้หันมาเลือกซื้อเครื่องประดับตกแต่งพลอยสีกันมากขึ้น

บรรยากาศการซื้อขายอัญมณีและเครื่องประดับ ณ Cai Shi Kou Department Store กรุงปักกิ่ง
กลยุทธ์รุกตลาด
แม้จะเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง แต่ประเทศจีนก็ได้ชื่อว่าเป็น “ตลาดปราบเซียน” ฉะนั้น ผู้ประกอบการไทยที่ต้องการรุกเข้าสู่ตลาดอัญมณีและเครื่องประดับจีนจึงจำเป็นต้องดำเนินกลยุทธ์การตลาดด้วยความรอบคอบ อีกทั้งยังจะต้องแสวงหาและ/หรือเร่งสร้างสายสัมพันธ์ที่ดี (Guanxi) กับคนจีนในพื้นที่ที่ต้องการจะเข้าไปเจาะตลาดด้วย ในที่นี้จะขอเสนอแนะกลยุทธ์รุกตลาดจีนที่น่าสนใจดังนี้
1. เร่งสร้างมาตรฐานคุณภาพพลอยสีร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายไทยและจีน เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคจีนเกิดความเชื่อมั่นต่อคุณภาพมาตรฐานของพลอยสีในทำนองเดียวกับเพชร พลอยสีของไทยก็จะได้รับการยอมรับและเป็นที่ต้องการในตลาดจีนมากขึ้น
2. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรสร้างการรับรู้ในระบบมาตรฐานดังกล่าวในข้อ 1 แก่ผู้บริโภค ควบคู่กับการจัดกิจกรรมโฆษณาประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความตระหนักในคุณค่าของเครื่องประดับที่ตกแต่งด้วยพลอยสีจากประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่องทางที่ชาวจีนรับทราบข่าวสารเกี่ยวกับพลอยสีมากที่สุดคือ นิตยสารแฟชั่น รองลงมาคือ หนังสือพิมพ์เฉพาะทาง และโทรทัศน์
3. ผู้ประกอบการไทยจะต้องเข้าตลาดอย่างมีชั้นเชิง ด้วยการเลือกพื้นที่เป้าหมายอย่างเหมาะสมว่าจะเจาะตลาดเมืองหลักหรือเมืองรอง โดยพิจารณาที่ความพร้อมในเรื่องเงินทุนและทรัพยากรต่างๆ แสวงหาพันธมิตรที่เชี่ยวชาญตลาดจีน รวมทั้งต้องรู้จักใช้ประโยชน์ด้านภาษีศุลกากรจากข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) เป็นต้น
สำหรับท่านผู้อ่านที่สนใจข้อมูลโอกาสการค้าพลอยสีในตลาดจีนฉบับเต็ม สามารถติดต่อขอรับเอกสาร GIT TRADE REVIEW Issue 3/2009 เรื่อง โอกาสการค้าพลอยสีในจีน ได้ที่ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ติดต่อคุณภูษดา พุฒพันธ์ ที่โทร 0 2218 5470-4 ต่อ 24 หรือดาวน์โหลดได้ที่ www.git.or.th/info_center04.html
Source: สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)













You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.