Switch to: uk
18 May 2012 23:58PM

การบริหารจัดการโซ่อุปทานอุตสาหกรรมสิ่งทอไทย

20 Apr 11 ,  ผศ.ดร.ธนัญญา วสุศรี*
  • 0

สถานการณ์การบริหารจัดการในยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี กฎระเบียบทางการค้า และสภาพแวดล้อมของโลก อุตสาหกรรมสิ่งทอไทยเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ต้องประสบผลกระทบต่างๆ ดังกล่าว ตั้งแต่เรื่องการเปิดการค้าเสรี ความไม่แน่นอนของอัตราแลกเปลี่ยน เทคโนโลยีทางด้านการผลิตและการสื่อสารที่มีผลกระทบต่อความอยู่รอดของอุตสาหกรรม สิ่งที่จะทำให้อุตสาหกรรมสิ่งทอของไทยเติบโตอย่างต่อเนื่องและแข็งแรงคงจะต้องเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความแตกต่างจากประเทศคู่แข่ง

 

55_th_2_001

 การร่วมมือในลักษณะเครือข่ายช่วยให้ธุรกิจสิ่งทอไทยได้เปรียบทางการแข่งขัน โดยเฉพาะกับบริษัทขนาดกลางและเล็ก

 

แต่ทั้งนี้การแข่งขันในยุคปัจจุบันไม่ได้เป็นการแข่งขันระหว่างบริษัท แต่เป็นการแข่งขันระหว่างโซ่อุปทาน การที่จะทำให้โซ่อุปทานมีความสามารถมากขึ้นจะต้องเริ่มจากการสร้างความแข็งแกร่งภายใน ดังจะเห็นได้จากการศึกษาของ Lowson et al (1999) ที่ได้วิเคราะห์การสูญเสียรายได้ของธุรกิจเครื่องนุ่งห่มที่มีผลต่อทั้งโซ่อุปทาน ดังตารางที่ 1  

 

ตารางที่ 1  รายได้ที่สูญเสียในธุรกิจเครื่องนุ่งห่ม (ร้อยละของยอดขายปลีก)

 

เส้นใยและเส้นด้าย

เครื่องนุ่งห่ม

ค้าปลีก

รวม

ลดราคา (Forced markdowns)

0.6

4.0

10.0

14.6

สินค้าขาดแคลน (Stock-outs)

0.1

0.4

3.5

4.0

ต้นทุนสินค้าคงคลัง (@ 15% carrying cost)

1.0

2.5

2.9

6.4

รวม

1.7

6.9

16.4

25.0

Source: Lowson et al (1999)

  

จะเห็นได้ว่าธุรกิจเครื่องนุ่งห่มมีความสูญเสียจากการไม่ประสานงานกันในระหว่างโซ่อุปทานสูงถึงร้อยละ 25 ของยอดขายปลีก โดยความเสียหายนั้นจะเกิดขึ้นอยู่ในทุกจุดของโซ่อุปทานตั้งแต่ปลายน้ำจนถึงต้นน้ำ ดังนั้นการจัดการโซ่อุปทานจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ธุรกิจสามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขั้นตอนพื้นฐานที่สำคัญที่สุดคือ การเจรจาทางธุรกิจเพื่อกำหนดกฎกติกาในความร่วมมือกัน การแบ่งปันผลกำไรและความเสี่ยงร่วมกัน ตรงนี้เป็นกลยุทธ์ที่แต่ละบริษัทอาจจะมีรูปแบบหรือเงื่อนไขที่แตกต่างกันไป ซึ่งความร่วมมือตรงนี้ยังเป็นจุดอ่อนอย่างรุนแรงของผู้ประกอบการไทย ที่ต่อให้มีเครื่องมืออำนวยความสะดวกทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ แต่ไม่สามารถตกลงความร่วมมือได้ การจัดการโซ่อุปทานจะไม่เกิดขึ้น

 

ในสภาพการณ์ปัจจุบันของอุตสาหกรรมสิ่งทอไทย อุปสรรคของการจัดการโซ่อุปทานเริ่มต้นตั้งแต่การขาดความเชื่อมั่นระหว่างองค์กร การวัดประสิทธิภาพในลักษณะตามหน้าที่ (functional) ไม่สะท้อนภาพของการจัดการโซ่อุปทานที่เป็นการวัดในลักษณะของกระบวนการ เช่น แต่ละกระบวนการมีการวัด KPI เป็นของตนเอง โดยไม่ได้มองถึงประสิทธิภาพโดยรวมของการตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้า ซึ่งจะต้องเน้นความร่วมมือของแต่ละหน่วยงานหรือการทำงานแบบ cross functional ทั้งภายในบริษัทและระหว่างบริษัท การบริหารงานจัดซื้อยังไม่เป็นระบบ เพราะไม่มีความร่วมมือกับผู้ส่งมอบอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือการพัฒนาคุณภาพร่วมกัน ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศนั้น แม้แต่บริษัทขนาดใหญ่ที่มีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศดีกว่าบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก แต่ข้อมูลสารสนเทศต่างๆ ที่สำคัญในการบริหารจัดการโซ่อุปทานยังไม่ได้เชื่อมโยงถึงกัน เช่น แผนการผลิต ปริมาณสินค้าคงคลัง Specification ของคำสั่งซื้อ เช่น สี จากโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าที่จะมีส่วนช่วยให้โรงงานย้อมทำงานได้เร็วขึ้น เช่น การทดลองย้อมก่อนที่ผ้าดิบจะมาถึง จะช่วยลดอัตราการย้อมซ้ำได้ สถานภาพของคำสั่งซื้อของลูกค้า (Customer order status) สถานภาพคำสั่งซื้อวัตถุดิบ (Purchase order status) รวมทั้งขาดการวางแผนร่วมกันระหว่างบริษัทที่จะต้องทำในลักษณะการบริหารจัดการแต่ละคำสั่งซื้อ (Order based management) เพื่อที่จะให้แต่ละโรงงานได้ทราบถึงระยะเวลาที่แต่ละโรงงานได้รับการจัดสรรเพื่อทำการผลิตสินค้า และกำหนดระยะเวลาต่างๆ ที่จะต้องแจ้งให้โรงงานปลายน้ำทราบเมื่อการบริหารการผลิตไม่เป็นไปตามแผนการผลิตที่วางร่วมกันไว้ เพื่อให้โรงงานปลายน้ำปรับแผนการผลิตให้สอดคล้องกับสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว อุปสรรคเหล่านี้ยังคงปรากฏในเห็นอยู่ในอุตสาหกรรมของประเทศไทย

 

55_th_2_002  55_th_2_003

ธุรกิจเครื่องนุ่งห่มมีความสูญเสียจากการไม่ประสานงานกันในระหว่างโซ่อุปทานสูงถึงร้อยละ 25 ของยอดขายปลีก

 

แนวทางการพัฒนาโซ่อุปทาน 

การพัฒนาประสิทธิภาพของโซ่อุปทานจะต้องพิจารณาถึงคุณลักษณะของสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่เรานำเสนอให้แก่ลูกค้าว่าอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ใด อะไรจะเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความได้เปรียบทางการแข่งขัน เช่น สินค้าเป็น Basic products หรือเป็น Seasonal products หรือ Short-season products รูปแบบการบริหารจัดการจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละช่วงวงจรชีวิตของสินค้า ถ้าผลิตภัณฑ์ของเราเป็นสินค้าพื้นฐาน ที่ไม่มีความหลากหลาย สิ่งที่จะทำให้เราชนะในการแข่งขันคือ ต้นทุนต่ำ ดังนั้น การบริหารจัดการโซ่อุปทานของเราจะเป็นในลักษณะ Lean Strategy เพื่อมุ่งเน้นการลดความสูญเสีย (waste) ในระบบบริหารการผลิตทั้งโซ่อุปทาน แต่ถ้าหากเราผลิตสินค้าที่เป็นในลักษณะแฟชั่นที่เป็นลักษณะฤดูกาล การบริหารจัดการในลักษณะ Agile Strategy หรือ Lean ผสมผสานกับ Agile (Leagile) จะเป็นส่วนสำคัญที่ใช้ในการปรับกระบวนการผลิตของโซ่อุปทาน ดังแสดงในตารางที่ 2 (Tower and Bergvall-Forsberg, 2009)

 

ตารางที่ 2 รูปแบบของโซ่อุปทานที่ประยุกต์กับผลิตภัณฑ์แฟชั่น  

Merchandise

Introduction

Growth

Maturity

Decline

Basic products

Lean

Lean

Lean

Lean

Seasonal products

Agile/Leagile

Lean/Leagile

Lean/Leagile

Agile/Leagile

Short-season products

Agile/Leagile

Agile/Leagile

Agile/Leagile

Agile/Leagile

Source: Tower and Bergvall-Forsberg (2009)

 

จากตารางที่ 2 เห็นได้ว่าการกำหนดกลยุทธ์ที่จะทำให้โซ่อุปทานเป็นโซ่อุปทานที่สามารถชนะการแข่งขันได้ จะต้องเริ่มต้นจากการวิเคราะห์ถึงคุณลักษณะของสินค้า ที่จะถูกนำมาถ่ายทอดเป็นกลยุทธ์ ซึ่งจะต้องเป็นกลยุทธ์อันเดียวกันทั้งโซ่อุปทาน เพื่อให้การบริหารงานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน หลังจากนั้นการบริหารและการจัดการต่างๆ เช่น Lean strategy ซึ่งจะเหมาะสมสำหรับระบบการผลิตที่มีสินค้ามีความหลากหลายน้อย อายุของผลิตภัณฑ์ค่อนข้างยาว ความสามารถในการพยากรณ์การตลาดสามารถทำได้และแม่นยำ จึงสามารถจองวัตถุดิบเพื่อการสั่งซื้อได้ชัดเจน ส่วน Agile strategy จะเหมาะกับการจัดการที่สินค้ามีความหลากหลายมาก หรือเป็นสินค้าที่เป็นแฟชั่น อายุของผลิตภัณฑ์ค่อนข้างสั้น สามารถพยากรณ์ความต้องการของลูกค้าได้ลำบาก  กระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์จึงจะต้องเป็นกระบวนการที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว ให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าซึ่งมาไวและไปไว มุ่งเน้นการวางระบบการจัดซื้อเป็นการจองกำลังการผลิต ระยะเวลาในเตรียมวัตถุดิบจะต้องสั้น ดังนั้นความร่วมมือในโซ่อุปทานจึงเป็นหัวใจสำคัญของผลิตภัณฑ์แฟชั่น นอกจากนี้ การจัดการโซ่อุปทานสามารถนำทั้งรูปแบบของ Lean strategy และ Agile strategy มาประยุกต์ใช้ (เป็น Hybrid strategies) โดยจะมีการบริหารแบบ Lean จากปลายน้ำมาถึงจุด Decoupling point (จุดสำรองวัตถุดิบหรือวัตถุระหว่างการผลิต) แล้วหลังจากนั้นก็จะเป็นการบริหารแบบ Agile ต่อไป ภายใต้ความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทที่เป็นในลักษณะ collaboration  ที่มีการแบ่งปันสารสนเทศ มีความซื่อสัตย์ซึ่งกันและกัน มีการวางแผนร่วมกัน มีการแบ่งปันผลกำไรและความเสี่ยงซึ่งกันและกัน รวมทั้งมีเป้าหมายทางธุรกิจเหมือนต่อไป

 

โดยสรุปแล้วกล่าวได้ว่าปัจจุบันการแข่งขันมีความทวีความรุนแรงมากขึ้น การจับมือกันระหว่างบริษัทในลักษณะโซ่อุปทานจะช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินการแข่งขันทางธุรกิจต่อไปได้ แต่อย่างไรก็ตาม การร่วมมือในลักษณะเครือข่ายหรือ Cluster ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยให้ธุรกิจสิ่งทอของไทยมีความได้เปรียบทางการแข่งขัน โดยเฉพาะกับบริษัทขนาดกลางและเล็กที่จะต้องร่วมมือกันทั้งในระดับโซ่อุปทานและเครือข่ายในลักษณะร่วมกันขาย ร่วมกันจัดซื้อ เพราะบริษัทขนาดกลางและเล็กไม่มีอำนาจในการต่อรอง และไม่มีความสามารถในการผลิตที่หลากหลาย และมีกำลังการผลิตที่จำกัด นอกจากนี้ประเด็นทางด้านการพัฒนานวัตกรรมของอุตสาหกรรมสิ่งทอเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีสร้างความแตกต่าง และระบบการบริหารจัดการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ Green Supply Chain ยังเป็นอนาคตที่กำลังจะมาถึงสำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอที่ต้องการความร่วมมือในการบริหารจัดการทั้งโซ่อุปทาน ตลาดของอุตสาหกรรมสิ่งทอไทยยังมีอยู่ การเชื่อมโยงเศรษฐกิจในแถบภูมิภาคอาเซียนเป็นอีกหนึ่งโอกาสให้กับอุตสาหกรรมสิ่งทอไทย แต่ทั้งนี้ระบบบริหารจัดการจะต้องมีการปรับหรือพัฒนากระบวนการบริหารจัดการเพื่อสร้างความได้เปรียบบนพื้นฐานของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)

 

อ้างอิง 

Fernie, J. and Sparks, L. (2009) Logistics & Retail Management 3rd Ed., Kogan Page, U.K.

Tower, N. and Bergvall-Forsberg, J. (2009) “Agile merchandizing in the European textile fashion

industry”, Logistics & Retail Management 3rd Ed., Kogan Page, U.K.

Lowson, R.H., King, R. and Hunter, N.A. (1999) Quick Response : Managing the supply chain to

meet consumer demand, John Wiley and Sons, Chichester.

----------------------------------------------------------------------------

*ผศ.ดร.ธนัญญา วสุศรี บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

E-mail: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

 

 

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.