Switch to: uk
18 May 2012 23:59PM

เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังปี 2554 เติบโตต่อเนื่อง

05 Aug 11 ,  รายงานสภาวะเศรษฐกิจประจำไตรมาส 2 ปี 2554 สายงานเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ ส.อ.ท.
  • 0

เศรษฐกิจไทยครึ่งปีแรกยังมีการเติบโตได้ดี ซึ่งคาดว่าการเติบโตคงอยู่ในอัตราเฉลี่ยร้อยละ 4.0-4.2 อันเป็นผลจากการขยายตัวจากภาคการบริโภคภายในประเทศไทยขยายตัวได้ร้อยละ 4.3 ซึ่งได้รับแรงหนุนจากราคาที่ปรับสูงขึ้นของสินค้าเกษตรที่สำคัญ เช่น ยางพารา อ้อย พืชพลังงาน ที่มีราคาสูงขึ้นโดยเฉลี่ยร้อยละ 11.01 ส่งผลต่อดัชนีเงินเฟ้อเดือนมิถุนายน 2554 สูงขึ้น เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันในปีแล้ว 4.06 ทำให้ในช่วง 6 เดือน มีอัตราเฉลี่ยร้อยละ 3.56 ซึ่ง สะท้อนให้เห็นถึงสภาวะเศรษฐกิจของไทยยังไปได้ดี

 

 

Industry_001

 

ทั้งนี้แนวโน้มดัชนีเงินเฟ้อ มีแนวโน้มที่สูงกว่าปีก่อน อันเป็นผลจากราคานํ้ามันในไตรมาสแรกจนถึงปลายไตรมาส 2 การเติบโตของเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีแรก มีการเติบโตได้ในระดับที่ดีเกิด จากการขับเคลื่อนของภาคส่งออก ซึ่งครึ่งปีแรกมีการขยายตัวได้สูงกว่าเป้าหมาย โดยในช่วงมกราคม – มิถุนายน สามารถส่งออกได้ถึง 114,977.5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเท่ากับ 3.45 ล้านล้านบาท คิดเป็นอัตราการขยายตัวถึงร้อยละ23.6 ซึ่งเป้าของกระทรวงพาณิชย์กำหนดไว้เพียงร้อยละ 12-15 ส่วนสำคัญเป็นผลจากการขยายตัวในเชิงราคาจากสินค้าเกษตรถึงร้อยละ 48.9

 

ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมมีการขยายตัวในระดับร้อยละ 16.8 ซึ่งตลาดที่มีการขยายตัวได้ดียังเป็นประเทศญี่ปุ่น ซึ่งในข่าวต้นปีประสบกับภัยธรรมชาติจาก “สึนามิ” อย่างรุนแรง แต่การส่งออกครึ่งปีกลับขยายตัวได้ถึงร้อยละ 38 ตามมาด้วยตลาดอาเซียนขยายตัวปานกลางที่ร้อยละ 14.7 ส่วนตลาดยูโร (15 ประเทศ) ขยายตัวได้ร้อยละ 11.7 ขณะที่ตลาดสหรัฐอเมริกา ซึ่งเดิมเศรษฐกิจมีท่าทีจะฟื้นตัวแต่กลับทรุดตัวทำให้ภาคส่งออกขยายตัวได้เพียงร้อยละ 6

 

เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังยังคงเติบโตต่อเนื่อง คาดว่าเศรษฐกิจไทยทั้งปี 2554 น่าจะเติบโตได้เฉลี่ยร้อยละ 4.2 ถึง 4.3 หากนับเฉพาะภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังต่อเนื่องไปปีหน้า ยังเติบโตได้ดีจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจแบบประชานิยม ซึ่งภาคการบริโภคเอกชนจะได้รับจิตวิทยาในทางบวกในการขยายตัวถึงร้อยละ 4.1 - 4.2

 

ขณะที่ภาคส่งออกยังเป็นกลไกหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจขยายตัวต่อเนื่องในลักษณะชะลอตัวเล็กน้อย คาดว่าจะขยายตัวได้ทั้งปีร้อยละ 20.5 - 22.0 เป็นมูลค่าการส่งออกทั้งปี 225,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (กระทรวงพาณิชย์) ขณะที่การนำเข้ามีการขยายตัวร้อยละ 25 ถึง 26 มูลค่าประมาณ 214,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทำให้ดุลการค้าและดุลการชำระเงินเป็นบวกที่ 10.8 และ 12.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ตามลำดับ

 

ด้านการลงทุนภาคเอกชนทั้งภายในและการลงุทนจากต่างประเทศ จะตอบรับความมั่นคงด้านการเมืองในประเทศ โดยได้รับการตอบสนองที่ดีจากประชาชน โดยเฉพาะในระดับต่างจังหวัดนั้นภาคการเมืองมีเสถียรภาพ ทำให้การลงทุนจากต่างประเทศผ่าน BOI ครึ่งปีแรกมีผู้ขอรับการลงทุน 247,000 ล้านบาท ทั้งปีคาดว่าจะเป็น 500,000 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 11-12 ทั้งนี้นักลงทุนรายใหญ่เป็นประเทศญี่ปุ่น รองลงมาเป็นประเทศจีน สหรัฐอเมริกา และสิงคโปร ์ตามลำดับ การลงทุนภาคเอกชนจะขยายตัวทั้งปีที่ร้อยละ 9.6 – 10.2 และการลงทุนภาครัฐจะขยายตัวร้อยละ 3.6 จากแผนการลงทุนในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ส่งผลให้การว่างงาน ณ สิ้นปีจะอยู่ที่ร้อยละ 0.8-0.9 เป็นระดับที่ตํ่ามากประเทศหนึ่งของโลก

 

ขณะเดียวกันการว่างงานจะก่อให้เกิดการตึงตัวด้านแรงงานทั้งในภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตร แต่ระดับราคาสินค้าเกษตร ยังมีการปรับตัวรักษาระดับราคาไว้ได ้สำหรับภาคการท่องเที่ยวจะขยายตัวได้สูงสุดร้อยละ 15-16 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในประเทศกว่า 17-18 ล้านคน (ครึ่งปีมีนักท่องเที่ยวเข้ามาแล้วกว่า 9.6 ล้านคน)

 

ปัจจัยทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ดี (ในครึ่งปีหลัง)

1. การเมืองมีความชัดเจน จากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 พรรคเพื่อไทยได้คะแนนเสียงข้างมากเป็นแกนจัดตั้งรัฐบาล ทำให้ภาพการเมืองไทยมีความชัดเจน อีกทั้งนโยบายประชานิยมโดยเฉพาะการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยใช้เม็ดเงินจำนวนมากบวกกับนโยบายการปรับค่าจ้างขั้นตํ่า 300 บาท การปรับเงินเดือนข้าราชการ จะส่งผลทางจิตวิทยาต่อการบริโภค อาจขยายตัวร้อยละ 4.6 ภาคค้าปลีกขยายตัวร้อยละ 3.2 และการลงทุนภาคเอกชน ขยายตัวร้อยละ 9.6 – 10.2 ซึ่งดีกว่าครึ่งแรกของป ีและภาคการลงทุนจากต่างประเทศ ผ่านทาง BOI ทั้งป ีน่าจะขยายตัวได้ร้อยละ 12.8 – 14.0 คิดเป็นเม็ดเงินลงทุนกว่า 500,000 ล้านบาท  

 

2. ระดับราคาสินค้าเกษตร ยังมีทิศทางการปรับตัวที่สูง (ส่งผลต่อทางบวกการบริโภคภายใน) ระดับราคาสินค้าเกษตรยังมีการปรับตัวได้ด ีถึงแม้ว่าอาจมีการชะลอตัวในพืชเกษตรบางรายการ แต่ราคายังอยู่ในเกณฑ์ที่ด ีที่ทำให้ทั้งปีระดับราคาน่าจะปรับสูงขึ้น เฉลี่ยร้อยละ 10 – 11 โดยเฉพาะราคาข้าว ได้รับแรงหนุนจากนโยบายจำนำข้าวเปลือก เมตริกตันละ 15,000 บาท ทําให้ระดับราคาเริ่มมีการปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อระดับราคาข้าวสาร ที่เพิ่มเป็นเมตริกตันละ 745 เหรียญสหรัฐ ขณะที่ราคาปกติจะเฉลี่ยที่ 550 เหรียญสหรัฐ

 

3. ภาคการส่งออกและนำเข้า ยังขยายตัวได้ด ีส่งผลต่อดุลการค้าที่ยังเป็นบวก การส่งออกและนำเข้าครึ่งปีหลัง ยังมีทิศทางไปได้ดี หลังจากขยายตัวในครึ่งปีแรกได้ร้อยละ 23.6 และ 28.53 ในไตรมาส 3 และไตรมาส 4 การส่งออกอาจมีการขยายตัวที่ชะลอตัว ที่ร้อยละ 17 และร้อยละ 15 ตามลำดับ ตัวเลขการส่งออกทั้งปีคาดว่าจะขยายตัวได้มากกว่า 225,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นมูลค่า 6.75 ล้านล้านบาท คาดว่าทั้งปีส่งออกขยายตัวได้รัอยละ 20.5 – 22.0 แต่เป็นการขยายตัวเชิงปริมาณเพียงร้อย-ละ 9.0 – 10.0 ซึ่งสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัวได้ร้อยละ 16 แต่สัดส่วนอยู่ในภาคส่งออกถึงร้อยละ 63 ขณะที่สินค้าเกษตรขยายตัวเชิงมูลค่าได้ร้อยละ 44 แต่มีสัดส่วนอยู่ในภาคส่งออกเพียงร้อยละ 19 ในด้านการนำเข้าครึ่งปีหลังจะชะลอตัวเล็กน้อย ที่อัตราร้อยละ 25.0 – 26.0 เพราะแนวโน้มค่าเงินบาทไปทางแข็งค่าและมีสต๊อกสูง ทำให้ทั้งปีการนำเข้าจะมีมูลค่าประมาณ 214,200 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้ดุลการค้ายังเป็นบวกที่ 10,800 ล้านเหรียญสหรัฐ  

 

4. ภาคการผลิตยังมีการขยายตัวได้ดี และดัชนีความเชื่อมั่น (ส.อ.ท.) ครึ่งปีหลังยังสูง จากตัวเลขการนำเข้าสินค้าประเภททุนและวัตถุดิบ ในช่วงครึ่งปีแรกร้อยละ 22.4 และ 38.30 ตามลำดับ จะส่งผลต่อการขยายตัวด้านการผลิตของภาคอุตสาหกรรม ในช่วงครึ่งหลังของปี จะมีการขยายตัวสูงขึ้น เห็นได้จากตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่น ส.อ.ท.ในช่วงหลังของปี 2554 มีตัวเลขที่สูงขึ้น 113.5 สูงกว่าดัชนีความเชื่อมั่นเดือนพฤษภาคม ที่ 108.3 และเดือนมิถุนายน ที่ระดับ 107.4 แต่ก็ต้องมาดูว่าช่วงเดือนสิงหาคมจนถึงปลายไตรมาสที่ 3 อาจจะมีผลกระทบจากภัยนํ้าท่วม ซึ่งเกิดจากฝนตกชุกมากในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ อย่างไรก็ด ีในภาคการผลิตการใช้กำลังการผลิตอยู่ในเกณฑ์ใกล้เต็มพิกัด ส่งผลทำให้การว่างงานของไทยอยู่ที่อัตราที่ค่อนข้างตํ่าที่ร้อยละ 0.8 – 0.9

 

5. การเมืองนิ่งส่งผลต่อการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว ภาคการท่องเที่ยวของไทยมีการขยายตัวต่อเนื่อง จากในช่วงครึ่งปีแรก ระดับจองห้องพักของโรงแรมเพิ่มขึ้นร้อยละ 40 อีกทั้งแรงหนุนจากการท่องเที่ยวในประเทศครึ่งปีแรก นักท่องเที่ยวมีจำนวนถึง 9.6 ล้านคน ส่วนในช่วงครึ่งปีหลังจะเพิ่มเป็นเท่าตัว คาดว่าการท่องเที่ยวจะขยายตัวได้มากกว่าร้อยละ 15-17 คิดเป็นตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นจำนวน 17 – 18 ล้านคน และในปี 2555 คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวอาจสูงถึง 20 ล้านคน (สมมติฐานบนการเมืองในประเทศมีเสถียรภาพ) นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นประเทศจีน ตามมาด้วยอินเดีย ซึ่งส่วนใหญ่จะพักโรงแรมระดับ 3 ดาว  

 

6. ภาคอสังหาริมทรัพย์ฟื้นตัว ภาคอสังหาริมทรัพย์มีการขยายตัวต่อเนื่องจากปี 2553 จำนวน 120,000 หน่วย และในปี 2554 จะขยายตัวในลักษณะที่ชะลอตัวเล็กน้อยที่อัตรา 105,000 หน่วย อีกทั้งนโยบายรัฐบาลกระตุ้นภาคอสังริมทรัพย์ตามโครงการบ้านหลังแรก จะยังเป็นการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ให้มีการเติบโตมต่อเนื่อง ซึ่งภาพอสังหาริมทรัพย์ ในปี 2554 จะมีการขยายตัวในระดับปานกลางค่อยไปทางด ีที่ระดับร้อยละ 4.9 มีผลต่อ GDP ร้อยละ 2.4 ขณะที่ภาคก่อสร้างมีผลต่อ GDP ร้อยละ 2.7  

 

7. ตลาดทุนยังเติบโตได้ดี จากการเมืองมีทิศทางที่มีเสถียรภาพ กอปรกับเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรปยังไม่พ้นวิกฤต ทำให้มีเม็ดเงินไหลเข้ามาในตลาดหุ้นไทย ซึ่งในปี 2554 ยังโตได้ 1,197 – 1,200 จุด ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยร้อยละ 16.7 ขณะที่ปี 2555 ผลตอบแทนจะลดน้อยลง จะเหลือประมาณร้อยละ 13 แต่ภาคธนาคาร หุ้นยังไปได้ด ีซึ่งเม็ดเงินต่างประเทศที่เข้ามาจะลงทุนในตลาดหุ้นร้อยละ 54 และลงทุนในตราสารหนี้ร้อยละ 19-20

ข้อมูลจากรายงานสภาวะเศรษฐกิจประจำไตรมาส 2 ปี 2554 สายงานเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ ส.อ.ท. โดย ดร.ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 1 สิงหาคม 2554

 

เครื่องมือชี้วัดเศรษฐกิจไทย

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.