Switch to: uk
05 February 2012 19:34PM

ELLE Fashion Week 09 Review

02 Dec 09 ,  ผศ. ดร. อโนทัย ชลชาติภิญโญ
  • 0
เทรนด์แฟชั่นและคอลเลกชั่นเด่นน่าสนใจจาก ELLE Fashion Week 09

85_elle01.jpg
กระแสเศรษฐกิจขาลงๆ ขึ้นๆ ไม่แน่ไม่นอนแบบนี้เกือบทำเอางานแฟชั่นประจำปีของ ELLE ที่ชาวแฟชั่นนิสต้าแห่งเมืองกรุงเทพมหานครรอคอยปีละสองครั้งเกือบไม่ได้ชมกัน เพราะความอัตคัตของสปอนเซอร์จัดงาน แต่สุดท้าย คุณกุลวิทย์ เลาสุขศรี และทีมงานก็สามารถเนรมิต ELLE Fashion Week 09 ขึ้นมาได้
 
ครั้งนี้มีแบรนด์ทั้งหน้าเดิมที่น่าสนใจและเป็นที่ติดตามอยู่เสมอคือ Senada, Sretsis, Kloset Red Carpet, Disaya, Asava, Zenithorial, 27 Friday และ Nagara แต่แบรนด์ที่ยังคงเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับวงการ เช่น Kai และ Pisit ก็ยังคงรักษามาตรฐานความเป็นห้องเสื้อชั้นนำกับงานแนวชั้นสูงได้เสมอมา ครั้งนี้น้องใหม่เช่น Vatit Itthi มาพร้อมกับ Olanor พร้อมด้วยกลุ่มดีไซเนอร์เลือดใหม่ของวงการที่สนับสนุนผลักดันโดยกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ ในนาม Designers' Room รวม 6 แบรนด์ พ่วงด้วย Top Shop เสื้อผ้าแนวสตรีทแบรนด์ดังจากลอนดอนร่วมแจมแคทวอล์คด้วย
 
เทรนด์แฟชั่นในภาพรวมของแทบทุกโชว์ใช้สีเบสิก ตุ่น หม่น เช่น ดำ เทา เบจ น้ำตาล ม่วง และ น้ำเงิน โดยเน้นสีสันสดจัดพอให้ตื่นตาได้บ้าง ผ้าต่วนซาตินยังคงครองแคทวอล์ค futuristic และความเป็น masculine ผสมดีเทลแบบ feminine ในรูปทรงของ goddess หรือเทพเจ้ากรีกมีให้เห็นแทบทุกแบรนด์ มีเพียง 27 Friday ที่หยิบยืมอัตลักษณ์ไทยมาเป็นพรอพขำๆ ได้อย่างลงตัวดี
85_ellesenada.jpg
Senada

 ชนิตา ปรีชาวิทยากุล แห่ง Senada ไม่เคยละทิ้งความเป็นผู้หญิงไปไกลกว่าที่ความเป็นผู้หญิงฝรั่งเศสเมืองใหญ่จะเป็นได้ ครั้งนี้ Senada เสนอภาพความ minimal ที่เรียบ มีรสนิยม เป็นผู้หญิงที่ sophisticate รู้จักผสมสีถึงแม้จะต้องมิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อผ้าที่สีสันแห้งหม่นตามซีซั่นฤดูหนาว แต่มีสีแอ็คเซ่นสดๆ พอให้ดึงดูดความสนใจได้อย่างไม่เอะอะมากนัก สีเทาหม่น ฟ้าหม่นอมเขียว ม่วงตุ่น กรมท่า แมทช์อยู่บนสีดำเทาและครีม บนผ้าเดรปซาตินมีน้ำหนักเพื่อสร้างโครงสร้างให้เหมือนจะมีโครง แต่น้ำหนักของผ้าทำให้ไม่มีโครง Senada เพิ่มความเป็นผู้หญิงด้วยโบว์หลายขนาด ระบาย และการซ้อนทับของชั้นผ้า โดยไม่เน้นความหวานหยดย้อยและดูเป็นเด็กจนเกินไป ผสานกับกางเกงและรูปทรงกระโปรงแบบผู้หญิงทำงาน ทำให้ความเป็นผู้หญิงดูไม่เลี่ยน และปิดท้ายด้วยเดรสสั้นสีส้มอิเล็กทริค สีสดชัด เพื่อบ่งบอกความเป็นสาว urban chic
85_elleasava.jpg
Asava
พลพัฒน์ อัศวประภา นำพา Asava มาสร้างสีสันในแอล แฟชั่นวีก ได้หลายซีซั่นแล้ว ครั้งนี้ Asava ยังคงความเป็น minimalism อย่างต่อเนื่อง โดยเจาะกลุ่มผู้หญิงทำงานตอนต้นจนถึง young executive ที่นิยมความโก้ หรู เรียบ และดีไซน์ที่ไม่ซ้ำใคร ผู้หญิงของ Asava มีรสนิยม มีพลัง และมีความทันสมัยเสมอมา ครั้งนี้ Asava หยิบสองเทรนด์มาชนกันอย่างน่าสนใจ ทั้งจับเดรปจีบลอนผ้า สร้างวอลลุ่มให้กับโครงเสื้อแบบเทพเจ้ากรีกโบราณ ซึ่งให้ความเป็นอิสตรีที่ทรงพลัง ความโค้งเว้ารับเรือนร่าง ประกอบกันกับเทรนด์ futuristic ที่แข็ง โก้ แบบผู้ชาย ล้ำสมัยด้วยไหล่กว้าง กางเกงสแลค blouse เสื้อทำงาน ทั้งคอลเลกชั่นใช้ผ้าซาตินต่วนเพื่อยืนยันความเป็นอนาคต ไล่เฉดสีค่อนข้างเป็นผู้ชาย ทั้ง เทา ขาว ดำ ฟ้าหมากเฉด และสะดุดตาด้วยสีชมพูเบบี้พิงค์
85_elle2kai.jpg
Kai
คุณไข่ สมชาย แก้วทอง ผู้เป็นแรงบันดาลใจให้ดีไซเนอร์รุ่นต่อๆ มาของวงการแฟชั่นไทย สร้างสรรค์ความงามบนแคทวอล์คของแอลอีกครั้ง ครั้งนี้เหมือนเป็นการเฉลิมฉลองการกลับมาปรากฎกายอีกครั้งของคุณเพชรา เชาวราษฎร์ โดยหยิบยืมสไตล์ของยุค 50's ต่อ 60's มาใช้เป็น key look โดยมีภาพของ ออเดรย์ แฮปเบิร์น ดาราฮอลวีวูดชื่อดังในยุคเดียวกันกับคุณเพชราเป็นสื่อกลาง จึงหลีกเลี่ยงที่จะนำเอา mini black dress ซึ่งเป็นโลโก้หนึ่งประจำตัวของออเดรย์มาให้เป็นโครงเสื้อหลัก ประกอบด้วยการแต่งตาดำโต คิ้วโค้ง ผมสั้นหวีเรียบปัด ถุงมือ หมวก รองเท้า Chanel Pump และ long cigarette holders เมื่อชุด mini black dress ถูกปล่อยเรียงออกมาเป็นการปูพื้นฐานแล้ว แฟชั่นก็ถูกปรับเอาโครงเสื้อและรายละเอียดแบบยุค 50's ออกมาอย่างต่อเนื่องพร้อมกับนางแบบรับเชิญที่ทำให้ผู้ชมปลาบปลื้มที่ได้ยลโฉมนางแบบในอดีตที่ชื่นชอบอีกครั้ง ลุคถูกปรับจาก Breakfast at Tiffany's มาจนถึง My Fair Lady เนรมิตให้นางแบบทุกท่านสวยแตกต่างสมวัยและบุคลิกภาพของแต่ละท่าน ราวกับคุณไข่จะบอกผู้ชมทุกท่านว่างานออกแบบเสื้อผ้าแบบ haute couture นั้นลูกค้าทุกรายต้องแตกต่างและสวยโดยต้องไม่ซ้ำกัน งานเสื้อผ้าของ Kai จึงไม่ได้ออกมาเป็น single concept collection แต่เป็น personalized theme collection
85_elle27.jpg
27 Friday
 ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามกับคอลเลกชั่นล่าสุด "สาวอีสานรอรัก" ของ ชนะชัย จรียะธนา ดีไซเนอร์ชื่อดังของ 27 Friday ผู้มีความสามารถสองด้านรวมกันอยู่ในตัว ทั้งในด้านการออกแบบและการสร้างสไตล์ พูดถึงการสร้างสไตล์ให้เป็นสาวอีสานรอรักนั้น ชนะชัย จับเอาการมิกซ์แอนด์แมทช์ของเสื้อผ้าสมัยใหม่เข้าด้วยกัน และโปะปะทับด้วยผ้าขาวม้า ลายสก็อตพื้นบ้าน ผ้าทอพื้นเมือง หมวกฟางแบบต่างจังหวัด และกระเป๋าสานใบโต ผสานเข้าไปกับมิวสิคลูกทุ่งยิ่งทำให้โชว์นี้ได้อารมณ์ ได้บรรยากาศความเป็นอีสานเต็มหัวใจ ลองถอดเอาผ้าขาวม้า พรอพตกแต่ง กระเป๋า รองเท้า เข็มขัด ออกให้หมด ก็จะเหลือเพียงเสื้อผ้าทันสมัย ใหม่อินเทรนด์ที่ขายได้ทุกตัว สีเสื้อกับลายกระโปรงกางเกงอาจจะเข้ากันบ้างไม่เข้ากันบ้าง แต่ก็ให้อารมณ์มิกซ์แอนด์แมทช์ได้ดีเยี่ยม เมื่อพิจารณาผลงานดีไซน์ จะเห็นได้ว่า motif ของความเป็นอีสานส่วนใหญ่อยู่ที่ลวดลายผ้า ทั้งลายผ้าดั้งเดิมและลวดลายพิมพ์ที่ขยายลายจนใหญ่ หรือปรับแต่งให้ดูใหม่ รวมทั้งการนำผ้าพื้นเมืองหรือผ้าตาสก็อตมาปะตัดต่อเข้าไปบนตัวเสื้อ มองให้ดีๆ หลับตาสักข้างหนึ่ง แล้วลองถอดลวดลายผ้าเหล่านั้นออกให้เหลือสีพื้นๆ คุณจะเห็นเสื้อทันสมัยธรรมดาๆ ที่เป็นมาตรฐานของคำว่า อินเทรนด์ และใส่ง่ายขายได้ง่าย นี่แหละที่ผมบอกว่าดีไซเนอร์คนนี้เก่งและฉลาดมาก
85_elleko.jpg
Kloset Red Carpet
 มลลิกา เรืองกฤตยา พร้อมด้วย ณัฐฏ์ มั่งคั่ง นำทีมดีไซเนอร์เสนอคอลเลกชั่นใหม่ด้วยแรงบันดาลใจของงานเฟอร์นิเจอร์ยุค 1920's ซึ่งเป็นงานฝีมือศิลปะแบบ Art Deco ครั้งนี้ Kloset Red Carpet หลีกหนีความเป็นสาวน้อยฝรั่งเศสแบบ Country French Girl มาเป็นสาวปารีเซียงเมืองหลวงผู้มีความพิถีพิถันกับการแต่งกาย ปรุงโฉมและร่ำรวยความหรูหรา
    
ยุค 1920's คือยุคที่ประกอบด้วยงานศิลปะเด่นสองรูปแบบที่มีเนื้อหาต่างและตรงข้ามกัน Art Deco เป็นศิลปะที่นำเสนอความเป็นเพศชาย ความสุขุม สง่างาม น่าเกรงขาม มีพลังแบบสุภาพบุรุษผู้มีรสนิยม ศิลปะแบบ Art Deco กำเนิดในยุโรปเมื่อครั้งเกิดการจัดงานใหญ่ในกรุงปารีสในปี 1925 ชื่อว่า The Great Exposition Des Art Modernes Decoratifs Et Industriels ศิลปะแบบ Art Deco ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งในงานสถาปัตยกรรม ตกแต่งภายใน และแฟชั่น โดยมีดีไซเนอร์ชื่อดังแห่งยุคคือ Erte เป็นผู้รังสรรค์ผลงานแบบปรมาจารย์ เป็นที่กล่าวขาน และในยุคนั้นผู้คนมีความสุขกับการใช้ชีวิตยามค่ำคืน กับงานเลี้ยงฉลอง การชมละครเวทีและการแสดงแสงสีเสียงที่รุ่งเรืองสุดๆ ทำให้ผลงานของ Ert? โด่งดังมากๆ กับชุดละคร หรือที่เรียกว่า Theatre Costume และเสื้อผ้าประกอบภาพยนตร์ จุดเด่นของงาน Ert? ที่ทำให้สาวๆ ยุคนั้นแต่งกายตามคือการไว้ผมสั้นบ๊อบ หรือสั้นหยิกแนบหน้าผากและแก้ม มี head dress หรือส่วนตกแต่งบนศีรษะ เช่น ขนนก หรือหมวกขนาดเล็กตกแต่งด้วยขนนกและเลื่อมลูกปัด เดรสยาวสุ่มบานในยุคก่อนถูกปรับเปลี่ยนให้ผอมเพรียวและสั้นเพื่อรองรับรูปร่างสตรียุค Modern 20's ให้ผอมเพรียว ไม่มีหน้าอก แขนขาเรียวเล็ก และเพื่อรองรับการบูมสุดขีดของดนตรีแจ๊สและดนตรีที่ทีอิทธิพลจากละติน การออกไปเต้นรำของปาร์ตี้เกิร์ลที่ Charleston ทำให้สตรีลักษณะนั้นถูกขนานนามว่า Flapper หรือ bright Young Things
 
ในอีกด้านหนึ่งของการพัฒนาศิลปะ ก่อให้เกิดงานศิลปะที่เรียกว่า Art Nouveau ซึ่งเป็นศิลปะของผู้หญิง ได้รับอิทธิพลมาจากเส้นสายของธรรมชาติและงานหัตถกรรม ความโค้งอ่อนช้อย ลายเส้นที่ตวัดพันเลื้อย แสดงถึงความเป็นสตรีเพศ ถูกใช้ในงานสถาปัตยกรรม การตกแต่งภายในและงานออกแบบเครื่องประดับอัญมณี รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์ไปจนถึงแฟชั่น ทำให้เสื้อผ้ายุคนั้นเต็มไปด้วยลายดอกไม้ การปักฉลุตกแต่งขอบชายผ้าที่อ่อนช้อย ซึ่งพบได้ในยุคที่ King Edward แห่งเกาะอังกฤษครองราชย์ เรียกว่ายุค Edwardian เช่นกระโปรงยาวปลายบานออกคล้ายรูปร่างของดอกไม้ ต่อมาลวดลายดอกไม้ถูกนำมาออกแบบใหม่ โดยเฉพาะลายพิมพ์ดอกไม้ขนาดเล็กที่โรแมนติกโดยห้างสรรพสินค้าชื่อดังของลอนดอนคือ Liberty ทำให้ต่อมาลายผ้าดอกเล็กๆ โรแมนติก มักถูกเรียกว่าลายพิมพ์ผ้า Liberty ซึ่ง Paul Smith เป็นดีไซเนอร์ที่นำลายพิมพ์ดอกไม้เหล่านี้มาใช้บ่อยจนกลายเป็นอัตลักษณ์ของแบรนด์เช่นกัน
 
ความน่าสนใจของคอลเลกชั่นของ Kloset Red Carpet คือการนำเอาศิลปะในยุค 1920's มาใช้ได้อย่างน่าสนใจ Kloset แปลงโฉมเป็นสาว Flapper สาวนักท่องราตรีผอมเพรียว โก้และกรุยกราย มี head dress เป็นกระจก ลายเส้นแบบรัศมีแข็งๆ ของ Art Deco มีลวดลายผ้าขนาดเล็ก สีสันโรแมนติกแบบ Art Nouveau แต่ Kloset ก็ไม่ได้ย้อนยุคไปไกลเต็มร้อยเปอร์เซนต์ แฟชั่นเซ็ทนี้ถูกผสมผสานด้วยรูปแบบและโครงเสื้อของเทรนด์ปัจจุบันอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นไหล่ตั้งเหลี่ยม กางเกงเอวสูง ผ้าไหมซาตินเนื้อเงามัน และเครื่องประดับที่มีกลิ่นอายของ Futuristic Design ทั้งหมดผสมรวมเป็นสาวน้อยฝรั่งเศสตามแบบฉบับของ Kloset Red Carpet

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.