บริษัทนี้ชื่อ Bonobos ก่อตั้งโดยหนุ่มสองคนที่เป็นรูมเมทกันที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด สองคนนี้เห็นว่าทรงกางเกงที่มีขายอยู่ใส่แล้วไม่สวยดูไม่หล่อเท่าที่ควร อันนี้จริงค่ะ กางเกงซื้อตามร้านทั่วๆ ไปในอเมริกาสำหรับหนุ่มทำงานออฟฟิศทั่วไปจะฟิตติ้งไม่ค่อยสวย ดูหลวมๆ โดยเฉพาะตรง ...ก้น
ความสำเร็จมาจากเรื่องของเทคโนโลยีและการมองเห็นช่องว่างในตลาด
มาดูกันว่าเขาคิดยังไง ทำยังไงนะคะ
ที่มาของกางเกงยี่ห้อนี้มาจากผู้ก่อตั้งซึ่งเป็นนักกีฬา หากางเกงที่ใส่พอดีไม่ได้เลยทำเองเสียเลย กางเกงนี้เหมาะกับคนรูปร่างแบบนักกีฬา เอวเล็ก ช่วงตะโพกและขาใหญ่ มีทั้งขาตรงและ bootcut ขณะนี้กำลังออกแบบเพิ่มสำหรับคนผอมและคนตัวใหญ่

นอกจากนี้บริษัทเตรียมจะออกเสื้อเชิ้ตที่ไม่มีเนื้อผ้ามากองอยู่ที่เอว ไม่ได้บอกว่าจะทำยังไง แต่ประมาณว่าใส่แล้วดูดีก็แล้วกัน บริษัทตั้งเป้าว่าจะทำเสื้อผ้าสำหรับคนที่รูปร่างมีปัญหา ในแบบที่จำเป็นต้องใส่แล้วพอดี เช่น กางเกง เสื้อเชิ้ต เสื้อสูท แต่บางประเภทไม่จำเป็น เช่น กางเกงว่ายน้ำ ซึ่งได้ลองทำตลาดออกมาแต่ไม่ได้รับความนิยม เพราะเวลาผู้ชายใส่กางเกงว่ายน้ำมักจะใส่หลวมๆ แบบกางเกงขาสั้น และเมื่อเปียกน้ำแล้วก็ไม่ค่อยสำคัญเท่าไหร่ว่าจะต้องฟิตดีมาก
กลับมาพูดถึงเรื่องกางเกงกันต่อนะคะ ส่วนหนึ่งของความสำเร็จมาจากฟิตติ้ง แล้วฟิตติ้งที่ดีมาจากไหน มาจากแพตเทิร์น ขอบกางเกงไม่ได้เป็นเส้นตรงแต่เป็นเส้นโค้ง กางเกงที่ขายอยู่ตามร้านยี่ห้อต่างๆ ตัดให้คนจำนวนมากใส่ได้ ก็เลยไม่มีใครใส่ได้พอดี จะหลวมๆ แต่กางเกงของ Bonobos ใส่แล้วจะพอดีตัว ทำให้คนใส่ดูดีกว่ามาก สำหรับราคาขาย กางเกงเบสิกราคาตัวละ 88 เหรียญสหรัฐฯ ไปจนถึง 188 เหรียญสหรัฐฯ สำหรับกางเกงผ้าวูลซับในด้วยผ้าไหม เทียบกับกางเกงยี่ห้อ Gap ที่ตัวละ 50 เหรียญสหรัฐฯ




แต่ว่ากางเกงเป็นอะไรที่เลียนแบบง่าย คาดว่าอีกไม่นานคู่แข่งก็คงเอาไอเดียไปทำบ้าง แต่เนื่องจากผู้ก่อตั้งทั้งคู่เรียนที่ Stanford Business School เลยไม่เป็นที่แปลกใจว่าต้องคิดทางหนีทีไล่ว่าต้องสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง โดยใช้เรื่องการบริการ ความสะดวกและเทคโนโลยี
เทคโนโลยีคือ ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการขาย และการบริการลูกค้า
ขายทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งในอเมริกาง่ายอยู่แล้ว คนนิยมการซื้อของทางอินเทอร์เน็ต คุณผู้ชายทั้งชอบเรื่องคอมพิวเตอร์ และไม่ชอบชอปปิ้ง การไปชอปดูจะเป็นการสร้างความเครียดความกดดันให้มาก อยากจะซื้อๆ ให้มันเสร็จๆ หมดภาระ ดังนั้นการซื้อของทางอินเทอร์เน็ตจะสะดวกรวดเร็ว
แต่การไม่มีร้านทำให้ไม่สามารถลองได้ แล้วถ้าใส่ไม่ได้ก็เป็นภาระต้องไปคืน เขาก็ส่งเสริมให้คนสั่งไปหลายๆ ขนาดและแบบ เพื่อจะได้ลองที่บ้านให้สบายใจ ตัวไหนใส่ได้ต้องการก็เก็บไว้ ถ้าไม่ต้องการก็ส่งคืน ซึ่งต้องจัดการระบบโลจิสติกส์ การคืนสินค้า และการคิดเงินให้ดี ทางบริษัทไม่คิดค่าขนส่งทั้งตอนสั่งและตอนคืนของ ที่น่าสนใจคือนอกจากการติดต่อกับบริษัททางโทรศัพท์หรืออีเมลเหมือนกับรายอื่นๆ เร็วๆ นี้เค้ายังจะเสนอการติดต่อผ่านทาง video chat ซึ่งพอมองเห็นกันได้ก็จะสามารถให้คำแนะนำลูกค้าได้เรื่องการฟิต การเลือกแบบต่างๆ ซึ่งสามารถทดแทนการไปที่ร้านค้าได้

การไม่มีร้านเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้มีรายได้มีกำไรสูง เพราะไม่ต้องไปลงทุนให้เงินจมหรือเป็นหนี้ ปีที่แล้ว Bonobos มีรายได้ถึง1.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ปีนี้อาจถึง 4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทั้งๆ ที่บริษัทเพิ่งตั้งขึ้นเมื่อปี 2007
การโฆษณาก็ใช้เทคโนโลยีเหมือนกัน นอกจากการเริ่มลงโฆษณาในแมกกาซีนผู้ชาย ยังโฆษณาไปถึงผู้หญิงให้ซื้อกางเกงนี้ให้ผู้ชายจะได้ดูดี ก่อนหน้านี้การโฆษณามีแต่ลงใน facebook เท่านั้น ลูกค้าเป้าหมายเป็นผู้ชายทำงานในวงการการเงิน มีรายได้ดี ต้องการดูดี หากางเกงที่ใส่พอดีไม่ได้ แต่พบว่าอาชีพอื่นก็ต้องการกางเกงที่ใส่แล้วพอดีดูดี เช่น อาชีพครูอาจารย์ นักธุรกิจอื่นๆ
ข้อดีอีกข้อหนึ่งสำหรับการขายสินค้าออนไลน์คือ สามารถติดตามวิเคราะห์ลูกค้าได้ง่ายว่าใครซื้อ ซื้ออะไร เมื่อไหร่ ฯลฯ และ กำลังจะทำเป็น personalize homepage มีข้อมูลของลูกค้าแต่ละคน ลักษณะรูปร่าง ขนาดรูปร่าง แบบที่ชอบ หรือแบบที่เคยสั่ง เหมือนกับที่เราไปตัดกางเกงตามร้านและเขาเก็บข้อมูลเราไว้
ดิฉันก็หวังว่าเขาจะทำกางเกงและเสื้อผู้หญิงบ้าง หาที่ใส่ได้พอดียากเหลือเกิน อิจฉาคุณผู้ชายจัง













You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.