โลกโลกาภิวัตน์ใบนี้ทำให้แยกคนไม่ค่อยออก หมายความว่าคนชาติไหนๆ ก็ตกอยู่ใต้อิทธิพลของสื่อ คิดอะไรชักคล้ายๆ กัน แต่งตัวก็คล้ายๆ กัน พอคล้ายกันมากไปก็แสวงหาความแตกต่าง อยากจะแต่งตัวมีสไตล์ของตัวเอง จะได้ไม่ถูกคนอื่นกลืน ส่งผลให้ร้านค้าที่มีสินค้าแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร สนองอารมณ์หลากหลายของผู้ซื้อได้เป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ
มีรายงานการสำรวจของสมาคมในฝรั่งเศส เรื่องระบบการจัดจำหน่าย หรือ ระบบค้าปลีกใหม่ในฝรั่งเศส เรื่องนี้ ต้องทำความเข้าใจกันนิดนึงว่า หลายเรื่องดูธรรมดา แต่สำหรับฝรั่งเศสแล้วจัดว่าเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่ เนื่องจากวัฒนธรรมดั้งเดิมของคนฝรั่งเศสเขานิยมซื้อของจากร้านขายปลีกที่ตั้งเรียงรายตามถนนหรือตามซอกซอยที่เป็นย่านชอปปิ้งของเมือง แม้แต่ห้างสรรพสินค้าก็ยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก การพัฒนาการขายปลีกที่เราเห็นมีอยู่ในประเทศอื่น บางอย่างเพิ่งจะเข้ามาในฝรั่งเศสเอง ซึ่งก็ถือว่าเป็นการทำลายกำแพงวัฒนธรรมการชอปปิ้งของชาวฝรั่งเศสลง ช่องทางพวกนี้มีอะไรกันบ้างมาดูกันนะคะ จะได้เข้าใจลูกค้าเราได้ดีขึ้น
E-commerce กำลังขยายตัว ลูกค้าชอบเพราะมีให้เลือกมาก การบริการก็ดี
Mail order พยายามแข่งขันด้วยการให้บริการลูกค้า ที่ฝรั่งเศสตอนนี้มีการจ้างเซลส์รวมกันทั้งประเทศถึง 300,000 คน คิดดูแล้วกันว่าเขาต้องการบริการลูกค้าให้ทั่วถึงใกล้ชิดขนาดไหน
Consignment shops กำลังเริ่มเป็นที่นิยมเหมือนกัน ตอนนี้ทั่วฝรั่งเศสมีถึง 1,200 แห่ง ในจำนวนนี้ 700 แห่งขายเสื้อผ้าสำเร็จรูป ผู้บริโภคฝรั่งเศส 66% ซื้อเสื้อผ้าจากร้านประเภทนี้
Factory shops กลับมาสู่ความนิยมอีกครั้ง เพราะได้ลูกค้าใหม่และลูกค้าที่อายุน้อย
Concept shops กำลังเป็นที่นิยมมาก เปิดกันเป็นดอกเห็ด ร้านประเภทนี้ต้องมีคอนเซปต์ดี ทั้งตัวสินค้าและการตกแต่งร้าน
Retail parks อันนี้ล่าสุด อิทธิพลจากสหรัฐอเมริกาข้ามน้ำข้ามทะเลไปที่อังกฤษ จากอังกฤษก็ข้ามมาถึงฝรั่งเศสแล้ว Retail parks เป็นลูกผสมระหว่างศูนย์การค้ากับศูนย์ธุรกิจที่ตั้งอยู่นอกเมือง มักเป็นอาคารที่มีสถาปัตยกรรมสวยงาม สินค้าคุณภาพสูง อาจมีกิจกรรมหมุนเวียนและมีบริการที่ดี ทำให้ลูกค้ารู้สึกสะดวกสบาย เพลิดเพลินกับบรรยากาศ แล้วยังเดินทางไปมาสะดวกระหว่างที่ทำงานและที่ชอปปิ้ง
ในภาพรวม ร้านค้าต่างๆ พยายามสร้างบรรยากาศเพื่อให้ลูกค้าติดใจอยู่นานๆ ก็ไม่ต่างจากเมืองไทยหรือเมืองอื่นๆ ในโลกโลกาภิวัตน์ หลังจากเห็นภาพร้านค้าปลีกต่างๆ แล้ว ต่อไปเป็นเรื่องที่ว่าลูกค้าในฝรั่งเศสและประเทศอื่นในยุโรป เลือกซื้อเสื้อผ้ากันอย่างไร การสำรวจนี้ผู้จัดทำคือ Peclers ซึ่งเป็น trend agency และให้คำปรึกษาเรื่องธุรกิจแฟชั่นด้วย
ฝรั่งเศส
เจ้าของสินค้าและร้านค้าต้องให้ความสำคัญกับสีให้มาก เพราะผู้บริโภคฝรั่งเศสจะพิจารณาเรื่องสีก่อน
ลูกค้าเป้าหมาย ควรเป็นกลุ่มที่ฉลาด มีความรู้เป็นผู้ใหญ่ ต้องการสินค้าดี ทน หรือใช้ได้นานไม่ล้าสมัย แต่ก็ยังชอบความทันสมัยอยู่
ระดับราคาค่อนไปทางสูง พยายามใช้ผ้าคุณภาพดี รูปทรงเสื้อผ้าดี
ไม่โฆษณาตรงมากไปหรือพยายามยัดเยียด แต่ควรจะเป็นการชี้ให้เห็นคุณภาพสินค้ากับคุณภาพชีวิต
ให้ความสำคัญกับพนักงานขาย ให้คอยดูแลเอาใจใส่ลูกค้าให้ดี เพื่อให้ลูกค้าติดใจ ไม่ไปร้านอื่น
เบลเยี่ยมและเนเธอร์แลนด์
ผู้บริโภคประเภทนี้ให้ความสำคัญกับเรื่องราคา แต่...สินค้าไม่ควรเหมือนสินค้าอื่นในตลาด ต้องแสดงให้เห็นถึงการออกแบบเฉพาะตัวจริงๆ ถึงแม้จะเป็นสินค้าราคาต่ำก็ตาม
พยายามเข้าใจลูกค้า ความต้องการ วิถีชิวิต พฤติกรรมต่างๆ อย่าพยายามยัดเยียดสินค้า
สองประเทศนี้เป็นพลเมืองของโลก ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมหรือการช่วยเหลือสังคม แม้ว่าสินค้าจะถูกตั้งราคาแพงขึ้นกว่าปกติ แต่ถ้าเพื่อรักษาโลกของเราไว้ผู้บริโภคจากสองประเทศนี้ยอมจ่าย
พยายามผลิตสินค้าราคาไม่แพง เพื่อให้ผู้ซื้อซื้อได้เรื่อยๆ
สร้างบรรยากาศให้ตื่นเต้นแปลกใหม่น่าสนใจ พยายามปรับปรุงการตกแต่งร้านและสินค้า พนักงานต้องคอยเอาใจใส่ลูกค้าอยู่เสมอ
อังกฤษ
นักชอปอังกฤษมีความสุขกับการซื้อของ ขอให้เร็วและถูกเข้าไว้
เปลี่ยนสินค้าให้บ่อยๆ ประมาณเดือนละครั้ง ราคาควรจะถูกติดดิน ต้องมีสินค้าตัวเด่นที่ไม่ใส่ไม่ได้เลย คนที่ซื้อจะภูมิใจที่ได้ซื้อสินค้าราคาถูกแต่ดูทันสมัยมาก
ควรมีเครื่องประดับเสริมเสื้อผ้าด้วยจะช่วยให้ขายดียิ่งขึ้น หรืออย่างน้อยถ้าขายเสื้อไม่ได้ ก็อาจขายสร้อยหรือขายแหวนได้
ถึงแม้ว่าสินค้าจะราคาต่ำใกล้หรือติดดิน แต่ต้องพยายามสร้างอารมณ์และสื่อให้รู้สึกว่าเป็นสินค้าราคาแพง
สเปน
ให้ความสำคัญเรื่องการออกแบบให้มีเอกลักษณ์ แต่อย่าละเลยเรื่องการตัดเย็บ
รักษาคุณภาพ ถึงแม้ว่าจะต้องย้ายแหล่งผลิตเนื่องจากต้องการลดต้นทุนแต่ก็อย่าให้มีผลกระทบไปถึงคุณภาพสินค้า
ผ้าควรมีคุณภาพสูง
อิตาลี
คล้ายกับอังกฤษ คนเดินดินทั่วไปไม่ซื้อของแพงที่ไม่สมราคา สินค้าทุกอย่างต้องมีคุณภาพและสวยสมราคา
ต้องมีสินค้าใหม่ๆ เข้าร้านทุกสองอาทิตย์ เพราะคนอิตาเลียนชอบของใหม่
สินค้าควรมีรายละเอียด มีฝีมือที่ลอกเลียนแบบยาก พยายามทำสินค้าที่ต้องใช้ฝีมือคนจะช่วยให้เลียนแบบยาก
ใช้ผ้าราคากลางๆ ได้ แต่ควรเป็นผ้าที่แปลกใหม่
เยอรมัน
ตลาดนี้ควรตั้งเป้าไปที่ลูกค้าที่มีอายุหรือมีขนาดใหญ่
เสื้อผ้าควรจะดูสวย ดูดี คุณภาพดี ใส่สบาย ดูแลรักษาง่าย แต่ราคาห้ามสูง
พยายามสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า ดูแลเอาใจใส่ใกล้ชิดเวลาลูกค้าเข้ามาที่ร้าน และมีการติดต่อกันทางอีเมล์เพื่อให้ข้อมูลสินค้าคลอดเวลา
ให้ข้อมูลบริษัทผู้ผลิตว่าน่าเชื่อถือ
คงจะพอเห็นความแตกต่างของลูกค้ายุโรปกันบ้างแล้วนะคะ ทั้งนั้นและทั้งนี้อย่าลืมว่าแต่ละประเทศมี segment ลูกค้าหลากหลายเหลือเกิน หากคุณผู้อ่านเดินทางไปแถวนั้นอย่าชอปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมเพลินนะคะ ลองสำรวจตลาดซอกซอยต่างๆ และหาทางไปดูแหล่งชอปใหม่ๆ จะได้ไปทำสินค้ามาขายได้มากๆ ค่ะ













You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.