Switch to: uk
19 May 2012 00:11AM

Being and Doing ให้แฟชั่นไทยเจริญ

01 Dec 10 ,  สุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล*
  • 0

สถานการณ์เศรษฐกิจตอนนี้ดูเหมือนจะคล้ายๆ ปี 2006 ที่เงินบาทแข็งตัวอย่างต่อเนื่อง จำได้ว่าในรอบปี 2006-2007

 

เงินบาทแข็งตัวขึ้นถึงเกือบ 30% แต่ในเดือนกันยายน 2010 เดือนเดียวก็แทบย่ำแย่เสียแล้ว แต่ช่วงนั้นเป็นข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ได้ไม่กี่วันก็โดนข่าว “ฟิล์ม-แอนนี่” กินพื้นที่ข่าวไปหมดเสียนี่

 

ประเทศไทยนี้บันเทิงดีตลอดกาล ข่าวที่ควรจะนำเสนอไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนข่าวดี คนทำความดี หรือการแจ้งข่าวเพื่อให้ทุกคนเตรียมพร้อมกับสถานการณ์ ไม่ค่อยมีให้เห็นบนหน้าข่าวหรอก จำได้ว่าตอนที่บริษัทของผม (บริษัท เอสพีบี เท็กซ์ไทล์ จำกัด) ได้รับรางวัลธรรมาภิบาลดีเด่นจากมูลนิธิ ดร.ป๋วย อึ้งภากรณ์ ซึ่งเป็นปีแรกๆ ในการมอบรางวัลนี้ที่จัดโดย ธนาคารแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคาร ก็รู้สึกว่ารางวัลนี้เป็นรางวัลทรงเกียรติมาก และควรจะมีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ทุกหน่วยงานภาคธุรกิจลุกขึ้นมา “ดี และ เก่ง” แต่ก็แทบไม่มีคนรู้จักรางวัลนี้เลย หรือจะพูดว่ารางวัลนี้น่าจะเป็นที่รู้จักเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้นจะเหมาะกว่า ผ่านมาหลายปีก็ยังไม่ค่อยเห็นข่าวประเภทส่งเสริมให้คนและองค์กรทำความดีเพื่อสังคมอยู่ดี แล้วธุรกิจที่ยั่งยืนบนพื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียงและเศรษฐกิจสร้างสรรค์จะเป็นจริงได้อย่างไร ถ้ายังวนเวียนอยู่ในวงจร สื่อเสนอให้เสพข่าวบันเทิง และยัดเยียดข่าวเชิงลบให้กับสังคมไทย


ยังดีที่ตอนนี้มีสังคม social network หลายกลุ่มเกิดขึ้นมาเพื่อเพิ่มประจุบวกให้กับสังคม ลุกขึ้นมาแสดงจิตอาสาพัฒนาสังคมเท่าที่แต่ละกลุ่มแต่ละคนจะทำได้มากขึ้น ถ้าขืนแต่รอ “สื่อ” นำสาร และข่าวดีมาให้คนไทย คงต้องรอไปไม่รู้อีกกี่ปีกี่ชาติกว่า “เขา" จะพัฒนา


จะว่าไปแล้วทุกคนก็คงทราบดีอยู่แล้วว่า เมืองไทยไม่พัฒนาไม่ใช่เพราะใครคนใดคนหนึ่ง คนไทยทั้งประเทศคงต้องรับผิดชอบร่วมกัน แต่บทบาทและความสำคัญต้องเริ่มจากรัฐบาลน่าจะลองมาสะท้อนดูประเทศไทยอีกทีดีไหมว่าเป็นอย่างไร (Being) และจะทำอะไร (Doing) ให้เกิดผลลัพธ์ระยะยาวที่ดีต่อคนไทยทั้งประเทศ


ปัจจัย Being ที่น่าทบทวนเช่น จุดแข็งที่ชัดเจนของประเทศ ความเชื่อมั่นว่าเราทำได้ การมอบหมายบทบาทที่ชัดเจนให้หน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบ เป็นต้น อย่างอุตสาหกรรมแฟชั่นของพวกเราน่าจะเป็นตัวอย่างได้ดีทีเดียว เป็นจุดแข็งแท้ๆ แต่ถูกมองข้าม รัฐบาลไปใส่ใจแต่อุตสาหกรรมรถยนต์ อิเลกทรอนิคส์ ที่นับหัวได้เลยว่าเจ้าของธุรกิจเหล่านั้นกี่คนเป็นคนไทย และประเทศไทยได้ value added น้อยแค่ไหนในอุตสาหกรรมเหล่านั้นเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม และแฟชั่น ที่สร้าง value chain ให้คนไทยทุกสายงานได้เกิดประโยชน์ร่วมกันตั้งแต่ ปั่น ทอ ย้อม ตัดเย็บ ออกแบบ และค้าขาย


ส่วน Doing รัฐบาลก็น่าจะมาสนับสนุน และดูว่าจะช่วยอุตสาหกรรมเราอย่างไร เข้าใจในรายละเอียดของอุตสาหกรรมนี้มากขึ้น และสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการ นักธุรกิจ ที่เกือบจะทั้งหมดเป็นคนไทยว่าจะดูแลอย่างดี และจะไม่ทอดทิ้งเด็ดขาด เพราะเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของประเทศ แต่ในความเป็นจริงมันโหดร้ายกว่าสิ่งที่ควรจะเป็นมากมายนัก ของดีถูกมองข้าม เราก็ต้องช่วยเหลือตัวเองกันต่อไป เผื่อในวันไหน “เขา” ตาสว่าง และมีวิสัยทัศน์ เขาจะกลับมาสนใจเราใหม่ก็ได้ เอาให้รอดละกัน สู้ๆ นะครับพวกเรา นักธุรกิจอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยจงเจริญ


*กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยคาเนตะ จำกัดและ บริษัท เอสพีบี เท็กซ์ไทล์ จำกัด

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.