Switch to: uk
19 May 2012 01:03AM

เทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ "มาดใหม่" Blue Collar

09 Aug 10 ,  bangkokbiznews.com
  • 0

หากจะออกแบบโต๊ะ คณะไหนเป็นคนออกแบบ คณะไหนเอาไปผลิต คณะไหนจะทำตลาด หากคิดแบบนี้ทุกโปรเจคทั้งเด็กและอาจารย์จะเกิดกระบวนการคิดเชิงบูรณาการ


ท่ามกลางข่าวคราวของเด็กอาชีวะยกพวกตีกัน แต่จะเหมาะรวมว่าเด็กอาชีวะแย่เสียทั้งหมดก็ไม่ได้


"แต่ก็ต้องยอมรับว่ามีเด็กกลุ่มเสี่ยง ประมาณ 60 คน จากเด็กทั้งหมด 12,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเด็กปี 1 ที่อาจมีคู่อริจากโรงเรียนเก่ามาล้างแค้น แต่หากเป็นเด็กโต จะเริ่มมากอนาคตตัวเอง โดยเฉพาะปี 3-4"


เสียงสะท้อนจาก ดร.สาธิต พุทธชังยงค์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ


กับเด็กกลุ่มเสี่ยงต้องจับตา...กับเด็กกลุ่มใหม่ ซึ่งตั้งใจและขยัน ต้องยิ่งสนับสนุน


"หากไม่ต้องการให้เด็กตีกัน ก็ได้ด้วยการเปลี่ยนไปสอนคณะนิเทศศาสตร์ หรือ เอ็มบีเอ ก็จะไม่มีเด็กตีกันแล้ว แต่ไม่มีประโยชน์ที่จะทำ เพราะตลาดยังต้องการแรงงาน ต้องการพนักงานสายอาชีวะ และเด็กของผมก็เป็นเด็กดี มากกว่าไม่ดี กรณีการค้นเจออาวุธในมหาวิทยาลัย ผมมองว่าเป็นข้อดี หากไม่เจอ เด็กอาจจะนำอาวุธไปทำร้ายคนอื่นได้ ผมว่าทุกมหาวิทยาลัยต้องยอมรับความจริง และหาทางแก้ไข"


ถ้าผมจะรักษาหน้าตอนนี้ เดี๋ยวต่อไปจะไม่มีหน้าให้รักษา...


หลังจากรับตำแหน่งในปี 2552 ดร.สาธิต เดินหน้ายกระดับมหาวิทยาลัยสู่ระดับสากล


มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ เกิดจากการรวมกันของ 3 สถาบัน สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเทคนิคกรุงเทพ ที่มีความโดดเด่นด้านการเรียนการสอนด้านอุตสาหกรรมหนัก สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตพระนครใต้ ที่เด่นในด้านคณะคหกรรม และสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตบพิตรพิมุข มหาเมฆ ที่เด่นการบริหารและภาษา


เมื่อผนึกกำลังรวมกัน บวกกับจุดเด่นด้านทำเลที่ตั้งย่านใจกลางเมือง จึงทำให้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ มีจุดแข็งที่สามารถแข่งขันกับมหาวิทยาลัยอื่นๆได้


และหากต้องการชนะในเวทีแข่งขัน มีทางเลือก 3 ทาง ทางแรกคือ มีสาขาที่แตกต่าง ทางที่สอง คือเราต้องสร้างทางเลือก ด้วยจำนวนสาขาที่มากกว่า และทางสุดท้ายคือ เราต้องทำให้ดีกว่า 


"ที่นี่เราต้องสร้างความแตกต่าง เราเลือกว่าเราเก่งด้านไหน อะไรเราสู้ได้ แล้วหยิบจุดเด่นมาขาย หากเห็นจุดขายแล้วผมสู้ตาย อย่างหลักสูตรแฟชั่น สิ่งทอ เครื่องเรือน เทคโนโลยีอุตสาหกรรม บริหารธุรกิต นี่ผมไม่ยอมใคร"


โดดเด่นสุดในยามนี้ เห็นจะเป็นกลุ่มกลุ่มคหกรรมและแฟชั่น  เพราะมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ได้เข้าไปเป็น 1 ใน 14 ประเทศขององค์กร Inter Coler ประเทศอิตาลี ซึ่งทำหน้าที่กำหนดเทรนด์สีในอุตสาหกรรมการออกแบบของโลก 


"ผมไม่ได้เกาะกระแส เรามาว่าทิศทางจะไปทางนี้ แต่ตอนนี้เรารู้เทรนด์ล่วงหน้า ทำให้มั่นใจจะสามารถถ่ายทอดความรู้เทรนด์ ไปสู่นักศึกษา ทำให้ได้เปรียบในการประกอบอาชีพเมื่อจบออกไป หรือต้องการเป็นจุดศูนย์กลางที่อุตสาหกรรมการออกแบบจะเข้ามาศึกษาเรื่องเทรนด์สี"


มหาวิทยาลัยจะต้องนำหน้าเรื่องแฟชั่นและการออกแบบ...แบบบูรณาการ


ดร.สาธิต บอกว่า ได้พยายามเปลี่ยนรูปแบบการทำงานแบบบูรณาการองค์ความรู้ของทุกสาขาไว้ด้วยกัน


"หากเราให้เงิน แล้วแต่ละคณะเอาไปบริหารจัดการเองเหมือนในอดีต จะเหมือนต่างคนต่างเดิน ไม่เกิดการบูรณาการ  เวลาให้โปรเจคงานให้อาจารย์ แทนที่จะให้เงินแต่ละคณะไปจัดการเอง เราก็ให้พวกเขารวมกันแล้วคิดงานออกมาเป็นโปรเจค จากนั้นก็ให้เงินไปทำโปรเจค ทำแบบนี้จะก่อให้เกิดการบูรณาการ จะไม่ให้เงินหากไม่มีโปรโจค  เช่น หากจะให้เด็กออกแบบโต๊ะ อาจารย์ต้องมาคุยกันว่าเด็กคณะไหนเป็นคนออกแบบ คณะไหนเอาไปผลิต แล้วถ้าถ่ายรูปสินค้าละ คณะไหนจะทำตลาด หากคิดแบบนี้ทุกโปรเจค ทั้งเด็กและอาจารย์จะเกิดกระบวนการคิดเชิงบูรณาการ จบออกไปเด็กจะเป็นแรงงานที่มีคุณภาพ"


ตอนนี้มหาวิทยาลัย มี 7 คณะและ 1 วิทยาลัยนานาชาติ ประกอบด้วย  4 กลุ่มใหญ่ ประกอบด้วย บริหารธุรกิจ ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดในมหาวิทยาลัย กลุ่มคหกรรมและแฟชั่น  กลุ่มอุตสาหกรรมหนัก และกลุ่มครีเอทีฟ อินดัสทรี 10 สาชา เช่น การออกแบบผลิตภัณฑ์และเครื่องเรือน สิ่งทอ และแฟชั่น


"เรามีวิทยาลัยนานาชาติ ซึ่งเปิดเมื่อประมาณ 10ปีก่อน เดิมคนจะรู้สึกว่าวิทยาลัยนานาชาติ สำหรับคนรวยเรียน หากกลุ่มคนรวยเป็นกลุ่มเดียวที่มีโอกาส ประเทศก็ไปไม่รอด เราจะต้องการเปิดโอกาสให้กับเด็กทั่วๆไป ด้วยค่าหน่วยกิต 900 บาท ถูกว่าครึ่งหนึ่ง เมื่อเทียบกับหลักสูตรนานาชาติมหาวิทยาลัยอื่น ค่าหน่วยกิตประมาณ 1,800 บาท ที่เราทำราคาได้ถูกกว่า เพราะเราไม่ต้องลงทุนด้านสถานที่ และอาคาร โดยเปิดสอน 5 สาขา ประกอบด้วย บัญชี การตลาด ธุรกิจระหว่างประเทศ สารสนเทศ และการท่องเที่ยว  มีนักศึกษาประมาณ 400 คน"


โดยกระบวนการเรียนการสอน เป็นการนำเด็กนักศึกษาจากต่างประเทศเข้ามาคลุกเคล้ากับเด็กของไทย เพื่อให้เกิดการเลือกเปลี่ยนด้านภาษาและวัฒนธรรม ล่าสุดกำลังจะเปิดให้เด็กนักศึกษาจากกลุ่มสแกนดิเนเวีย เข้ามาเรียนในบางวิชา ส่วนอาจารย์ผู้สอนแม้จะเป็นอาจารย์คนไทย แต่เน้นอาจารย์ที่มีประสบการณ์ทำงานจริง หลายคนที่จบการศึกษาต่างประเทศ


"พยายามจะเปลี่ยน Blue Collar ให้มีคลาสมากขึ้น เปลี่ยนพฤติกรรมเด็กเสียใหม่ ซึ่งเป็นงานที่ยากมาก เพราะตอนนี้สังคมตีค่าเด็กอุดมศึกษาและอาชีวะต่างกัน บอกว่าเด็กอาชีวะตีกัน ไม่เอาไหน หรือจบออกไปไม่รู้ไปทำอะไร หากจะแก้อุตสาหกรรมต้องให้ค่า เพราะอุตฯต้องการแรงงานอาชีวะจำนวนมาก เจ้าของโรงงานต้องออกมาสนับสนุน พ่อแม่ก็มีส่วนสำคัญ เพราะส่วนใหญ่อยากให้ลูกเรียนอุดมศึกษา ในขณะที่เด็กที่จบมา ตกงานเป็นจำนวนมาก"


สังคมอาชีวะ มันอยู่ที่ว่า คุณตั้งสมมติฐานไว้อย่างไร หากบอกว่าเด็กเลว เด็กมันก็จะเลวให้ดู แต่หากมองว่ามันดี มันก็พยายามจะทำดี...ดร.สาธิต ทิ้งท้าย

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.