Switch to: uk
22 May 2012 09:59AM

ฮัช พัพพีส์ ดันกระแส 50 ปี พลิกสถานการณ์กำลังซื้อตก

20 May 08 ,  Bangkok Biz Week
  • 0
ฮัช พัพพีพส์ ประกาศรับมือกำลังซื้อตก และ สู้ศึกตลาดรองเท้าแข่งเดือด จับกระแสครบรอบ 50 ปี โปรโมทผ่านแคมเปญการตลาด และสินค้า โหมกลยุทธ์ใหม่ "ไฟติ้ง คอลเลคชั่น" วางขายราคาเดียว 1,090 บาท สิ้นปีหวังช่วยผลักดันยอดขายโต 25%

ความไม่แน่นอนทางการเมือง ยังคงเป็นปัญหาสำคัญให้กำลังซื้อของผู้บริโภคอยู่ในภาวะสะดุด เมื่อรวมกับการขึ้นราคาของสินค้าต่างๆ แบบฉุดไม่อยู่ด้วยแล้ว ภาพชะลอการใช้จ่ายยิ่งชัดเจน โดยเฉพาะช่วงเมษายนที่ผ่านมา จำนวนคนเดินห้างลดลงไป 20%

เป็นสัญญาณที่ วราวุธ มัทธนพจนารถ ผู้อำนวยการอาวุโสผลิตภัณฑ์ ฮัช พัพพีส์ (Hush Puppies) แบรนด์รองเท้าจากสหรัฐอเมริกา มองเป็นปัจจัยลบที่ทำให้ตลาดรองเท้าปีนี้น่าจะเติบโตในอัตราถดถอย ต่างจากอดีตที่ส่วนใหญ่จะโตในตัวเลขสองหลัก

"ส่วนใหญ่ตลาดรองเท้าจะโตเฉลี่ยประมาณ 10% แต่สภาพเศรษฐกิจไม่ดีแบบนี้ คนประหยัดและเลือกใช้กับสิ่งที่จำเป็น แน่นอนว่า ต้องมีการซื้อรองเท้าลดลง ทำให้ภาพรวมของตลาดรองเท้าปีนี้จะโตไม่เกิน 5% เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมาที่มีมูลค่า 2,500 ล้านบาท ซึ่งแต่ละแบรนด์ต้องหาทางออกและงัดทุกกลยุทธ์มาใช้ตามแนวทางของตน"

สำหรับการตลาด ฮัช พัพพีส์ ปีนี้ยังยึดนโยบายระดับโกลบอล หยิบโอกาสครบรอบ 50 ปีของแบรนด์ มาเป็นแกนหลักของการรุกตลาด พร้อมนำเสนอผ่านแคมเปญการตลาดในรูปแบบต่างๆ ทั้งจัดอีเวนท์และกิจกรรมส่งเสริมการขาย ตลอดจนสื่อสารผ่านตัวสินค้าที่มีความแปลกใหม่ทั้งดีไซน์และเทคโนโลยี

โดยแคมเปญการตลาด เริ่มเรียกน้ำย่อยด้วยกิจกรรม Charity Day ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2551 ให้นำรองเท้าคู่เก่าสภาพใด ยกเว้นรองเท้าแตะ ยี่ห้อก็ได้มาบริจาคเพื่อรับรองเท้าคู่ใหม่จากฮัช พัพพีส์ ซึ่งรองเท้าที่ได้รับบริจาคจะนำไปมอบให้ผู้ต้องขังไร้ญาติทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง

หลังจากนั้นจะมีอีกหลายแคมเปญทยอยออกมา รวมถึงการจัดอีเวนท์ตามต่างจังหวัดประมาณ 13-15 จังหวัดอาทิ โคราช ขอนแก่น บุรีรัมย์ ชุมพร ฯลฯ ในรูปแบบโรดโชว์ จัดมินิแฟชั่นโชว์ และกิจกรรมส่งเสริมการขาย ที่จับมือกับบัตรเครดิตที่เป็นพันธมิตรในการให้สิทธิพิเศษเฉพาะ

"แม้คนต่างจังหวัดกำลังซื้อจะน้อยกว่าคนกรุงเทพฯ แต่เป็นตลาดที่น่าสนใจ เนื่องจากแบรนด์รองเท้าส่วนใหญ่ไม่ให้ความสำคัญ หรือแม้จะลงไปบ้างก็จะเป็นจับเฉพาะจังหวัดใหญ่และเป็นเมืองท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ตและเชียงใหม่เท่านั้น หากเจาะได้จะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่เสริมความแข็งแกร่งให้ฮัช พัพพีส์ ทั้งฐานลูกค้าและยอดขาย" ผู้อำนวยการอาวุโสผลิตภัณฑ์ ฮัช พัพพีส์กล่าว

ส่วนตัวสินค้า ในโอกาสครบรอบ 50 ปี จะมีการสร้างอิมเมจและรีเฟรซแบรนด์ด้วยการดึงดีไซเนอร์ชื่อดังมาร่วมออกแบบ ซึ่งดีไซเนอร์ในที่นี้ มีทั้งผู้ที่มีอาชีพดีไซเนอร์โดยตรง หรืออาจเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงจากวงการต่างๆ แบ่งสินค้าออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

สินค้าจากการออกแบบของดีไซเนอร์ต่างประเทศ ที่จะอิมปอร์ตเข้ามา อีกส่วนเป็นผลงานของดีไซเนอร์คนไทย ภายใต้คอนเซปต์เดียวกับชุดว่ายน้ำเจนเซ่น ที่มี ซินดี้ สิรินยา บิชอฟ นางแบบชื่อดังมาออกแบบให้ โดยทั้งสองกลุ่มจะออกมาให้ยลโฉมในคอลเลคชั่น Winter ช่วงไตรมาสสามของปีนี้

ขณะที่เทคโนโลยี อีกจุดแข่งขันที่สำคัญจะเน้นนำเสนอเทคโนโลยีที่แตกต่างจากคู่แข่ง อาทิ เทคโนโลยีกันน้ำ (Waterproof Leathers and construction) ที่มากับ คอลเลคชั่นสตรีทสมาร์ท ในกลุ่มรองเท้าผู้ชาย ส่วนรองเท้าผู้หญิง จะเน้นเรื่องดีไซน์ เช่น คอลเลคชั่นครูส มีเทคโนโลยี Wave Reflex การออกแบบพื้นรองเท้าแบบลูกคลื่น ทำให้เกิดการยืดหยุ่น สวมใส่สบาย

อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์หนึ่งที่ทุกแบรนด์หลีกเลี่ยงไม่ได้ และนำมาเป็นประเด็นแข่งขันในยุคข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ คือ กลยุทธ์ราคา ซึ่งหลายแบรนด์ได้นำมาใช้ตั้งแต่ปีที่แล้วต่อเนื่องมาถึงปีนี้

ทางฮัช พัพพีส์ก็เช่นเดียวกัน นอกจากจัดโปรโมชั่นเหมือนทุกแบรนด์แล้ว ปีนี้ยังเพิ่มกลยุทธ์ใหม่ คือ การออกสินค้าในกลุ่มรองเท้าแตะสตรีสไตล์ Contemporary ขายในราคา 1,090 บาท ที่ วราวุธ เรียกว่า ไฟติ้ง คอลเลคชั่น เพราะราคาถูกกว่าสินค้าประเภทเดียวกันในคอลเลคชั่นปกติ 30%

โดยผลิตออกมาทั้งหมด 5,000 คู่ วางขายเฉพาะโรบินสัน และตั้งใจจะออกคอลเลคชั่นลักษณะนี้ในปีนี้เพียงปีเดียว

"เป็นปีแรกที่ดำเนินการ และทำเฉพาะในไทย สืบเนื่องมาจากกำลังซื้อไม่ดี ซึ่งไม่กลัวว่าจะทำให้โพสิชั่นของแบรนด์เสียไป เพราะเราทำแบบคอลเลคชั่นเดียวจบ ไม่ได้ทำต่อเนื่องหรือออกมาหลายคอลเลคชั่น ส่วนการเลือกออกไฟติ้ง คอลเลคชั่นในกลุ่มนี้ เพราะเป็นฐานที่ใหญ่ที่สุดของตลาดรองเท้าผู้หญิงคิดเป็น 60-70% หากยอดขายส่วนนี้หายไปจะกระทบต่อรายได้ในภาพรวม"

นอกจากนี้ ยังมีแผนขยับสัดส่วนการขายในกลุ่มอิมปอร์ต ที่มีราคาสินค้าตั้งแต่ 3,000-5,000 บาท เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อดีแม้สภาพเศรษฐกิจไม่ดีก็ตาม โดยจะเพิ่มสัดส่วนการขายกลุ่มนี้จากไม่เกิน 15% มาเป็น 20-25%

ทั้งนี้ในแผนยังเตรียมขยายจุดจำหน่ายเพิ่มเติมในช่วงไตรมาสสี่อีก 4 จุด เป็นแฟล็กชิพ สโตร์ 1 แห่ง เคาน์เตอร์ 2 แห่ง และเอาท์เล็ต 1 แห่ง จากเดิมมีจุดจำหน่ายมากกว่า 80 จุด แบ่งเป็นชอป 6 แห่ง ที่เหลือเป็นรูปแบบเคาน์เตอร์ เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าอย่างทั่วถึง


"ปีนี้เป็นอีกปีที่ทุกคนต้องเหนื่อยหนัก เราเองก็เช่นเดียวกัน แต่เชื่อว่า สิ่งที่ดำเนินการไปทั้งหมดจะช่วยกระตุ้นยอดขายให้เติบโต 25% จากปีที่ผ่านมา และเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดของฮัช พัพพีส์จาก 13% เพิ่มเป็น 14% ซึ่งดูไม่มากนัก เพราะทุกคนต้องลงมาแข่งเรื่องราคา" ผู้อำนวยการอาวุโสผลิตภัณฑ์ ฮัช พัพพีส์กล่าวสรุป

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.