Switch to: uk
05 February 2012 22:07PM

เบื้องลึกอัญมณีธ.ค.โต133% ผลพวงรวมส่งออกทองคำ2เดือน/ทำใจงานบางกอกเจมส์กร่อย

30 Jan 09 ,  ฐานเศรษฐกิจ
  • 0
อภินิหารทองคำดันตัวเลขส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับเดือนธันวาคมพุ่งกระฉูดกว่า 133% เหตุรวมทองส่งออกไม่ได้ช่วงปิดสนามบินปลายพฤศจิกายน นายกสมาคมอัญมณีฯ ระบุส่งออกเป็นชิ้นงานจริงๆ ทั้งปีโตแค่ 20% แนวโน้มปี 52 ขอแค่เสมอตัว ทำใจงานบางกอกเจมส์ครั้งแรกของปีปลายกุมภาฯนี้ งานกร่อย

จากตัวเลขการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับในเดือนธันวาคม 2551 ที่กระทรวงพาณิชย์เพิ่งประกาศล่าสุด ปรากฏขยายตัวสูงถึง 133% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หลายฝ่ายมีความสงสัยว่าทำไมตัวเลขสูงมาก สวนทางกับเศรษฐกิจโลกขาลง

ต่อเรื่องดังกล่าวนายวิชัย อัศรัสกร นายกสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทย และเครื่องประดับเปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่าโดยข้อเท็จจริงแล้วเป็นผลสืบเนื่องจากช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2551 มีเหตุการณ์ปิดสนามบินทำให้การส่งออกสินค้าในกลุ่มอัญมณี ซึ่งโดยส่วนใหญ่เป็นทองคำที่ยังไม่ได้ขึ้นรูปไม่สามารถส่งออกได้ ดังนั้นจึงต้องมาส่งออกในเดือนธันวาคม ดังนั้นตัวเลขรวมกันสองเดือนจึงทำให้มูลค่าการส่งออกขยายตัวเพิ่มขึ้นสูงมาก

อย่างไรก็ดีจากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์โดยความร่วมมือของกรมศุลกากร ระบุการส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับในปี 2551 ทั้งปี ไทยมีการส่งออกมูลค่าทั้งสิ้น 8,270 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯขยายตัวสูงถึง 54% หรือในรูปเงินบาท 274,102 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 48% นายวิชัยชี้แจงว่า ในจำนวนมูลค่าดังกล่าวในส่วนของการส่งออกอัญมณี และเครื่องประดับที่เป็นชิ้นงานสินค้าจริง มีอัตราการขยายตัวประมาณ 20-30%

สอดคล้องกับการตรวจสอบของ "ฐานเศรษฐกิจ"พบว่า จากการส่งออกอัญมณีในปี 2551มูลค่า 8,270 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในจำนวนนี้เป็นรายได้จากการส่งออกทองคำที่ยังไม่ได้ขึ้นรูปมูลค่าสูงถึง 3,384 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือประมาณ 113,096 ล้านบาท) ดังนั้นการส่งออกอัญมณีฯในรูปชิ้นงานจริงมีมูลค่า 4,886 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับการส่งออกอัญมณีฯในปี 2550 มูลค่า 5,382 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในจำนวนนี้เป็นการส่งออกทองคำยังไม่ได้ขึ้นรูปมูลค่า 1,513 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เหลือเป็นการส่งออกอัญมณีฯที่เป็นชิ้นส่วนจริง 3,869 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ดังนั้นในปี 2551 ที่ผ่านมา การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับที่เป็นชิ้นงานจริงๆ จึงขยายตัวเพิ่มขึ้นเพียง 20%

นายวิชัยกล่าวต่อว่า การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับที่ขยายตัวมากจากการเก็งกำไรส่งออกทองคำไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพราะส่วนหนึ่งได้ช่วยสนับสนุนให้ไทยเป็นตลาดการค้าทองคำที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก อีกทั้งไม่น่าหวั่นเกรงว่าจะทำให้ไทยขาดดุลการค้า เพราะหากได้ราคาดีผู้นำเข้ามาก็จะขายออกไป แต่ราคาไม่ดีก็จะเก็บไว้เป็นทุนสำรองของประเทศได้ โดยในปีนี้ราคาทองคำในตลาดโลกคาดจะอยู่ที่ระดับไม่ต่ำกว่า 800 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนช์ เพราะจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวคนจะซื้อหาไว้เป็นสินทรัพย์เพื่อเป็นทุนสำรอง หรือซื้อเพื่อเก็งกำไรมากขึ้น

นายกสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยฯ กล่าวถึงแนวโน้มการส่งออกอัญมณี และเครื่องประดับในปีนี้(ไม่รวมทองคำ)ว่า ในไตรมาสแรกคาดจะขยายตัวติดลบ เพราะเศรษฐกิจทั่วโลกอยู่ในช่วงขาลงอย่างชัดเจน แต่ในไตรมาสที่ 2-4 คาดเศรษฐกิจของหลายประเทศที่ทุ่มงบกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น จีน อินเดีย และรัสเซียจะเริ่มฟื้นตัวขึ้นอย่างช้าๆ ทำให้โอกาสการขายก็ยังมี ซึ่งหากทั้งปีนี้การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับของไทยอยู่ในระดับเดียวกับปีที่ผ่านมา หรือขยายตัว 0% ก็น่าพอใจแล้ว

อย่างไรก็ตามระหว่างวันที่ 25 กุมภาพันธ์-1 มีนาคมศกนี้ ทางสมาคมร่วมกับกรมส่งเสริมการส่งออกจะจัดงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ(บางกอกเจมส์)ครั้งที่ 43 ซึ่งเป็นครั้งแรกของปีนี้(ปกติจัดปีละ 2 ครั้ง) ซึ่งทำใจแล้วว่าจะมีผู้สั่งซื้อ หรือนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศลดลงอย่างแน่นอน แต่ทางสมาคมจะพยายามประชาสัมพันธ์ และชักจูงผู้ซื้อให้เข้าร่วมงานให้มากที่สุด โดยจูงใจในเรื่องช่วยเหลือค่าโรงแรมที่พักและอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ อย่างดีที่สุด

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.