นางวิลาวัณย์ อติชาติ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีไทยและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เปิดเผยกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ปัญหาการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก
ในปีนี้ คาดว่าจะส่งผลกระทบทำให้ไทยมีรายได้จากการส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับลดลงจากปี 2551 ไม่ต่ำกว่า 5-10% รวมทั้งส่งผลกระทบต่อรายได้
ของ GIT โดยเฉพาะธุรกิจบริการตรวจวิเคราะห์อัญมณีและเครื่องประดับ โดยคาดว่าปีนี้ GIT จะมีตัวเลขรายได้ลดลงจากปีก่อนถึง 40% จากปกติที่มีรายได้เฉลี่ยประมาณปีละ 10 ล้านบาท
ล่าสุดทาง GIT ได้เปิดโครงการบริการตรวจวิเคราะห์อัญมณีและเครื่องประดับ ให้แก่สมาชิกของ GIT ในราคาต่ำกว่าปกติถึง 20-30% ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2551-เมษายน 2552 และเพื่อช่วยลดภาระต้นทุนค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ส่งออกที่เป็นสมาชิก GIT ประมาณ 300-400 ราย ในช่วงภาวะตลาดชะลอตัว ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากผู้ส่งออกเป็นจำนวนมาก
ล่าสุดทาง GIT วางแผนที่จะขยายระยะเวลาดำเนินโครงการดังกล่าวออกไปจนถึงสิ้นปีนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจสมัครเป็นสมาชิกเพิ่มเติม โดยเสียค่าสมัครเพียง 1,000 บาท คาดว่าก่อนสิ้นปีนี้จะมีจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 10%
"วิกฤตเศรษฐกิจชะลอตัวในตลาดทั่วโลก คาดว่าจะทำให้เกิดปัญหาการกีดกันทางการค้าและการแข่งขันรุนแรงมากขึ้น เพื่อรองรับปัญหาดังกล่าว ทาง GIT ได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 20 ล้านบาท สำหรับจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือตรวจวิเคราะห์ที่ทันสมัยมาใช้ พร้อมเปิดศูนย์วิเคราะห์อัญมณีแห่งใหม่ มูลค่า 120 ล้านบาท ในปี 2553 เพื่อสร้างความ
เชื่อมั่นให้กับสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทยในตลาดโลกอีกทางหนึ่ง" นางวิลาวัณย์กล่าว
ด้านนางประพีร์ สรไกรกิติกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.แพรนด้า จิวเวลรี่ เปิดเผยกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกในปีนี้ คาดว่าจะทำให้บริษัทมีรายได้จากการส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับลดลงจากปีก่อนประมาณ 10-15% โดยช่วงไตรมาสแรกปีนี้
คาดว่าบริษัทจะมียอดขายลดลง 10% กรณีปัญหาวัตถุดิบทองคำที่ปรับตัวสูงขึ้น ทางผู้ส่งออกส่วนใหญ่ก็พยายามปรับลดต้นทุนโดยเพิ่มปริมาณการใช้พลอยสีประดับตกแต่งบนชิ้นงานเครื่องประดับมากขึ้น ด้านผู้บริโภคก็เปลี่ยนพฤติกรรมหันมาใช้สินค้าเครื่องประดับเงินที่มีราคาถูกกว่าแทน
อย่างไรก็ตามทางสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับพยายามผลักดันการส่งออกสินค้าอัญมณีไทยให้มีโอกาสขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ด้วยการเร่งเจาะตลาดสินค้าส่งออกไปยังตลาดหลักและตลาดรองทั่วโลก โดยจะร่วมกับทูตพาณิชย์จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายในลักษณะไทยแลนด์เอ็กซ์โป ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน อินเดีย และรัสเซีย ระหว่างเดือนพฤษภาคม-กันยายน 2552
















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.