* มีส แวน เดอร์โรห์
ประวีณเจต บริพันธ์ทวีนันท์ เล่าว่า มีส แวน เดอร์โรห์ เป็นสถาปนิกและนักออกแบบที่มีอิทธิพลอย่างมาก
ต่อวงการออกแบบโลก เขาเป็นชาวเยอรมัน เกิดที่ aachen เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 1886 เป็นบุตรของผู้รับ
เหมาก่ออิฐ จบชั้นมัธยมก็ออกมาฝึกงานกับสถาปนิกพื้นบ้านและนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ตั้งแต่อายุเพียง
15 ปี พออายุได้ 19 ปี ก็ไปเป็นช่างออกแบบเฟอร์นิเจอร์ในเบอร์ลิน
ในปี 1908-1911 ไปเป็นผู้ช่วยของ Peter Behrens ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในเบอร์ลิน เบเรนส์เป็นสถาปนิกชั้น
นำของเยอรมันในขณะนั้น ทำให้มีสได้รับอิทธิพลของเบเรนส์ไปด้วย ซึ่งงานออกแบบในช่วงแรกของมีสจะ
เห็นได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ ประมาณต้นปี 1911 มีสได้รับโอกาสในการออกแบบตึกชื่อ สตีล สแครปเปอร์
(Steal Scraper) เขาใช้เหล็กกับกระจกทั้งอาคาร ซึ่งได้รับชื่อเสียงอย่างมาก
ต่อมามีสยังได้ออกแบบอาคารสำนักงานและบ้านพักอาศัย โดยยึดหลักเปิดช่องว่าง (Open Space) ซึ่งมี
สเห็นว่าเหล็กกับกระจกให้ความงดงาม จากการสะท้อนภาพนอกเหนือจากแสงเงา ภาพจากธรรมชาติได้
ความเร้าใจที่ภาพเปลี่ยนไปตามเวลา เกิดความงามแบบดรามา ซึ่งในข้อนี้ต้องยกประโยชน์ให้ผลจากการ
พัฒนาทางเทคนิคของเยอรมัน
อีกสิ่งหนึ่งที่มีสใช้เป็นหลัก คือการพยายามให้การก่อสร้างที่เป็น "ศิลปะ" กลายเป็น "วิทยาศาสตร์" ที่เข้า
ใจได้ ทั้งนี้ ได้ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ขณะเดียวกันก็ยึดถือสัจจะในการก่อสร้างเป็นความหมายที่แท้
* เหล็ก-กระจก-คอนกรีต
ประวีณเจต กล่าวว่า มีส น่าทึ่งในความรู้สึก เพราะเขาคือ ผู้ปฏิวัติวงการออกแบบและการก่อสร้างทั่วโลก
เปลี่ยนยุคสู่ความงามที่เป็นธรรมชาติ ขณะเดียวกันก็สอดรับกับยุคสมัยที่ขณะนั้นเป็นช่วงของการปฏิวัติ
อุตสาหกรรม การผลิตแบบแมสหรือการผลิตครั้งละจำนวนมากเป็นสิ่งสำคัญ แต่มีสก็ไม่ทิ้งความงามตามที่
เป็นจริง โดยมีสมีความเห็นว่า ระบบโครงสร้างของเหล็ก กระจก และคอนกรีต มีธรรมชาติที่ต่างกัน และ
ควรสะท้อนออกมาให้เห็นความงามในแต่ละส่วน มีสพิถีพิถันเกี่ยวกับการเลือกใช้วัสดุมาก บางครั้งถึงกับไป
ควบคุมถึงเตาเผาอิฐ เพื่อให้ได้คุณภาพตามต้องการ งานก่อสร้างของมีสมักคิดเป็นระยะเป็นเซนติเมตร เพื่อ
ให้ละเอียดเท่าที่จะเป็นไปได้ และนี่คือความเนี้ยบที่นักออกแบบรุ่นเหลนอย่างประวีณเจตประทับใจ
"มีสมักใช้วัสดุมาตรฐานจากการผลิตเป็นหน่วยพิกัด งานของมีสส่วนใหญ่จะเรียบง่าย แต่มีความซับซ้อนอยู่
ภายใน ก็เนื่องมาจากความพิถีพิถันกับความหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังเหล็ก กระจก และคอนกรีตนี้เอง
ความเรียบง่ายต้องพิจารณาด้วยปัญหา เพราะศิลปะที่แท้คือความงามและความเป็นสัจจะที่คงนิรันดร์"
ประวีณเจตพูดถึงศิลปินในดวงใจ
* Less is More
มีส นั้นเป็นที่ชื่นชมของนักออกแบบมาทุกยุคสมัย ประวีณเจต กล่าวว่า คงปฏิเสธไม่ได้ว่า งานออกแบบ
ของมีสได้กลายเป็นแรงบันดาลใจของนักออกแบบหลายคนในยุคปัจจุบัน สิ่งที่เป็นม็อตโต้หรือสไตล์ของมี
สไปแล้วก็คือ less is more หมายถึง การคิดให้มากและเหลือให้น้อย ซึ่งสะท้อนออกมาในงานของมีสทุก
ชิ้น นั่นก็คือความเรียบง่ายที่ไม่ง่าย ฟังแล้วเหมือนจะไม่ค่อยเข้าใจ แต่สำหรับนักออกแบบหนุ่ม (น้อย) เขา
อธิบายว่า มันคือการดีไซน์งานที่เหนือชั้น
"ด้วยความน้อย การออกแบบจึงต้องแอบแฝงไว้ด้วยรายละเอียดจำนวนมาก เพื่อให้ความน้อยนั้นคงอยู่และ
ยั่งยืนได้" ประวีณเจต กล่าว
ความหมายของ Less is More คือการใช้ส่วนประกอบที่น้อยแต่ได้ผลมาก ตัดทอนสิ่งไม่จำเป็นออกไป
เพื่อให้เหลือไว้แต่สิ่งที่จำเป็น อีกสิ่งที่มีสบอกให้เรียนรู้คือความฉกาจฉกรรจ์ของการใช้ความคิดที่หากจะให้
ชิ้นงานออกมาน้อยชิ้น ก็ต้องทุ่มเทความคิดให้มากถึงมากที่สุด
ประวีณเจต เพิ่มเติมว่า นอกจากแรงบันดาลใจที่ได้จากนักออกแบบชาวเยอรมันก็คือ สิ่งที่เรียนรู้และเตือน
ตัวเองในทุกครั้งที่เริ่มลงมือทำงาน นั่นคือ การมองทุกอย่างโดยองค์รวม อย่ามองที่งานเพียงอย่างเดียว แต่
ต้องมองภาพรวมทั้งภายในภายนอกที่ต้องไปด้วยกัน มีสกล่าวว่าการออกแบบภายในที่ดี ต้องมองอย่าง
รอบด้านและทั้งมองจากภายนอกให้ทะลุถึงภายใน
"งานของมีสนั้นไม่ตายตัว ตัวอาคารสร้างขึ้นมาแล้วคงที่ แต่การออกแบบตกแต่งภายในสามารถเปลี่ยน
แปลงยืดหยุ่นได้ ขยับขยายได้ทั้งสิ้น one room theory เป็นทฤษฎีที่สำคัญของมีสหมายถึงทฤษฎีการ
มองสเปซหรือพื้นที่ว่างแบบองค์รวม หรือความเป็นสากล เปิดโล่งแต่อยู่ในขอบเขต" ประวีณเจตกล่าวและ
ว่า มีสให้ความสนใจทุกส่วนของอาคารเท่ากัน ตั้งแต่พื้นที่ทั้งหมดของอาคาร บานพับ ประตูหรือป้าย
มีส แวน เดอร์โรห์ มีงานเฟอร์นิเจอร์และสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียงหลายชิ้นและหลายตึก ตึกและงานออก
แบบของเขายังคงอยู่แม้ในปัจจุบัน ที่มีชื่อเสียงอย่างมากคือชุดเฟอร์นิเจอร์จากงานบาเซโลนา ปี 1929 ตึก
สวยงามหลายตึกในสหรัฐเป็นผลงานออกแบบของมีส หลายตึกใช้โครงสร้างง่ายๆ เช่น การใช้กระจกแผ่น
ใหญ่โชว์โครงสร้างเหล็ก ผนังใช้อิฐสี่เหลี่ยมผืนผ้า เช่น Seagram Building, Promontory Apartment
และ White concrete frame lake shore drive เป็นต้น ซึ่งในฐานะนักออกแบบในดวงใจ เขาคือผู้นำความ
คิดและศิลปะมาสอดผสานอย่างลงตัว เป็นแรงบันดาลใจให้แก่นักออกแบบหนุ่มแห่งอินเด็กซ์คนหนึ่งให้
พัฒนาตัวเองอย่างสุดความสามารถ และรับประกันต่อลูกค้าได้ว่า งานของอินเด็กซ์จะก้าวหน้าอย่างไม่หยุด
นิ่ง
















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.