การแกะสลักกับอัญมณีเพื่อนำมาทำเป็นเครื่องประดับนั้น สามารถทำได้ในอัญมณีที่มีเนื้อแข็งและ
อัญมณีอินทรีย์ อันได้แก่ ทับทิม ไพลิน มรกต เปลือกหอย ปะการัง หรือแม้แต่หินภูเขาไฟที่มีความขรุ
ขระเป็นจุดเด่นทำให้สามารถแกะสลักเป็นรูปร่างแปลกๆ จาก Mount Vesuvius มีสีชอล์กขาวขุ่น สีขาว
ครีม สีเบจ สีอิฐ สีเทาอ่อน สีเทาดำไปจนถึงสีดำ
ดูเหมือนว่าความเลอค่าที่ชนชั้นสูงมักให้ความสนใจเป็นพิเศษ คงหนีไม่พ้นเปลือกหอย โดยเฉพาะเปลือก
ที่มีสีน้ำตาลไหม้ปนสีขาว ซึ่งมาจากส่วนบนของเปลือกหอย Cassis tuberosa หรือเปลือกหอยที่มีสีชมพู
ซึ่งจะมาจากเปลือกหอยสังข์ (ในภายหลังได้มีการนำปะการังสีชมพูมาใช้แทน) รองลงมาก็เป็นอัญมณี
เนื้อแข็ง ซึ่งจะมีความทึบแสงและมักนิยมนำไปใช้ทำเป็นเข็มกลัด ซึ่งจะมีราคาที่แพงกว่าเปลือกหอยแกะ
สลัก
สำหรับเรื่องราวที่ช่างผู้แกะสลักมักนำมา "เล่า" ลงบนชิ้นงานนั้นๆ มักจะเป็นการถ่ายทอดตำนานเทพจาก
ศรัทธาและอารมณ์อันสุนทรีที่พาไป อาทิ เทพ Bacchante, เทพธิดา Minerva, ปิศาจ Medusa, เทพเจ้า
แห่งสงครามและขุนศึก หรือแม้แต่รูปแกะสลักขุนนางผู้มีลาภยศต่างๆ แต่นับจากนั้นในภายหลังเมื่อความ
นิยมถูกถ่ายเทลงสู่ชนชั้นกลาง การแกะสลักมักจะนิยมแกะจากรูปลักษณ์ของหญิงสาวในสีหน้าและ
อารมณ์ต่างๆ นัยว่าเป็นปริศนาที่ชวนลุ่มหลง ดังเช่น Leonardo da Vinci และ Shakespeare ได้
แสดงออกทางผลงานอันเป็นอมตะของตน
*ข้อมูลจาก - John Benjamin; Antique Jewellery, Monica Lynn and Patricia Rosser Clements;
"Cameos Classical to Costume"
















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.