Switch to: uk
22 May 2012 10:01AM

ธุรกิจรองเท้าแฟชั่นพลิกเกม...ส่งรองเท้าเพื่อสุขภาพสู้!

25 May 07 ,  ผู้จัดการรายสัปดาห์
  • 0

 

 21-27 พ.ค. 50

  โดยพฤติกรรมการบริโภคแล้ว ผู้หญิงจะซื้อรองเท้ามากกว่าผู้ชาย ปัจจุบันมูลค่าเฉพาะตลาดรองเท้าผู้หญิง

ในแต่ละปีจึงมีไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท ขณะที่รองเท้าแฟชั่นเป็นรองเท้าที่มีอัตราการซื้อสูงที่สุดในรอบปี

แต่ประสพปัญหาในเรื่องของการแข่งขันสูงตามมา ส่งผลให้กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจรองเท้าต้องปรับเปลี่ยน

จุดยืนหันไปผลิตรองเท้าเพื่อสุขภาพแทน


      

 

 ความต้องการของตลาดรองเท้าเพื่อสุขภาพเริ่มเข้ามามีบทบาทในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งจะเห็นได้ว่ารอง

เท้าแบรนด์ดังจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น คลากส์ และสกอลล์ ก็รุกเข้ามาในตลาดเช่นกัน ขณะที่แบรนด์

ของคนไทยอย่าง เรจิน่า ก็ขอเข้ามาแชร์ตลาดจนทำให้ประสบความสำเร็จและยึดเอาธุรกิจรองเท้าเพื่อ

สุขภาพเป็นสินคาหลัก

      สอดคล้องกับ วงศ์ปกรณ์ พิศาลกิตต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แกลลี่ ฟิแรงโต้(ประเทศไทย)จำกัด ผู้

ผลิตรองเท้าเพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์ เรจิน่า(Regina) ที่บอกกับผู้จัดการรายสัปดาห์ถึงการเปลี่ยนจุดขาย

จากเดิมที่เคยเน้นผลิตรองเท้าแฟชั่นเป็นสินค้าหลักและเปลี่ยนมาเป็นผลิตรองเท้าเพื่อสุขภาพแทนเกือบ

80% เนื่องมาจากการแข่งขันของตลาดค่อนข้างสูง ขณะที่รองเท้าแฟชั่นหากตามกระแสแฟชั่นไม่ทันหรือล้า

หลังก็จะส่งผลต่อธุรกิจทันที

        แม้ว่ารองเท้าแฟชั่นนับเป็นสินค้าที่ขายดีเป็นอันดับหนึ่งก็ตาม แต่การเปลี่ยนเทรนด์หันมาผลิตสินค้า

เป็นรองเท้าเพื่อสุขภาพ วงศ์ปกรณ์ อธิบายให้ฟังว่า ปัจจุบันคนไทยเริ่มหันมาสนใจกับสุขภาพของตัวเองกัน

มากขึ้น ซึ่งเท้าก็เป็นส่วนหนึ่งที่ถูกใช้งานหนักดังนั้นการลดแรงกระแทกจากน้ำหนักตัวที่ทิ้งลงไปสู่เท้าจึงเป็น

เรื่องที่สำคัญ

        ขณะเดียวกันตลาดรองเท้าเพื่อสุขภาพก็ยังไม่เป็นที่รู้จักของคนไทยมากนัก ผิดไปจากต่างประเทศที่

เขาเน้นเรื่องของรองเท้าเพื่อสุขภาพมาหลายสิบปีแล้ว การรุกตลาดรองเท้าเพื่อสุขภาพของหลายค่ายทั้งแบ

รนด์คนไทยและแบรนด์ต่างประเทศจึงเริ่มหันมาจับทิศทางตลาดกันมากขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา
 

       "ในอนาคตคาดว่ารองเท้าเพื่อสุขภาพน่าจะมีอัตราการเติบโตสูงพอๆกับรองเท้าแฟชั่น เพราะเท่าที่

ผลิตรองเท้าเพื่อสุขภาพออกมาขายส่งผลให้ยอดขายเติบโตปีละไม่ต่ำกว่า 10% ของยอดขายที่ผลิตออก

มาแต่ละปีไม่ต่ำกว่า แสนคู่ โดยเฉพาะในปีนี้ มั่นใจว่าจะสามารถทำยอดขายเพิ่มขึ้นได้ไม่ต่ำกว่า 15%"วงศ์

 

ปกรณ์ กล่าวด้วยความมั่นใจ

 

        เนื่องจากตลาดรองเท้าของผู้หญิงจะมีขนาดที่ใหญ่กว่าตลาดรองเท้าของผู้ชาย โดยปัจจุบันสัดส่วน

ของผู้หญิงในการหาซื้อรองเท้ามีมากถึงร้อยละ 60 ส่วนตลาดของผู้ชายจะมีสัดส่วนแค่เพียง 40% เท่านั้น

        แม้ว่าจะเป็นหมวดธุรกิจใหม่ และเป็น "นิชมาร์เก็ต" แต่ วงศ์ปกรณ์ กลับบอกว่า มีอัตราการเติบโต

อย่างต่อเนื่องในระดับที่น่าพอใจ และด้วยคอนเซปต์ธุรกิจที่แตกต่าง ไม่ใช่แค่ดีไซน์สวยงาม ไม่ใช่แค่

รองเท้าทั่วไป แต่ลึกกว่านั้นด้วยการมองถึง "แผ่นรองฝ่าเท้าพิเศษ"(MIDSOLE) ส่วนที่หลบซ่อนอยู่ระหว่าง

รองเท้าและเท้ากลายเป็นสูตรที่สร้างความสำเร็จให้เกิดขึ้นกับธุรกิจรองเท้าเพื่อสุขภาพ

      วงศ์ปกรณ์ พูดถึงธุรกิจผลิตภัณฑ์แผ่นรองฝ่าเท้าของทาง เรจิน่า ว่าเป็นธุรกิจตัวแรกในประเทศไทยที่

ยังไม่มีใครโดยเฉพาะคนไทยทำมาก่อน เพราะผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ธุรกิจรองเท้าเพื่อสุขภาพ

แต่กับแบรนด์ เรจิน่า กลับตีโจทย์ออกมาให้แตกต่าง

     "ผลิตภัณฑ์ของเรจิน่า เป็นการวิจัยและผลิตขึ้นมาเองทั้งหมด เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีชั้นสูงที่ยังไม่มี

ในไทย ซึ่งแผ่นรองที่ตัดขึ้นนั้นจะเป็นของเฉพาะบุคคล เพื่อให้เกิดการรองรับแรงกระแทกที่แตกต่างกัน

ช่วยในการบรรเทาความเจ็บปวดที่เกิดจากการใช้เท้า ทำกิจกรรมอื่นๆ อีกทั้งยังจะช่วยให้เกิดความสบายจาก

การสวมใส่ โดยเน้นเจาะตลาดกลุ่มคนรักสุขภาพ ซึ่งแตกต่างจากในโรงพยาบาล ที่ทำเพื่อการรักษาเท่า

นั้น"วงศ์ปกรณ์ กล่าว

      เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายเป็นตลาดเฉพาะ ดังนั้นกลยุทธ์ในการทำตลาดของรองเท้าเพื่อสุขภาพจึงต้อง

หันไปเน้นเรื่องของไดเร็กต์มาร์เกตติ้ง มากกว่าที่จะใช้สื่อมีเดีย อาทิการสร้างพันธมิตรกับกลุ่มโรงพยาบาล

เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการหาตลาด รวมถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

กับกลุ่มลูกค้าพร้อมทั้งให้ความรู้แนะนำถึงจุดแข็งของรองเท้าเพื่อสุขภาพในรูปแบบเป็นแผ่นพับหรือโบว์ชัวร์

นับว่าเป็นการสร้างแบรนด์เพื่อให้เป็นที่รู้จักของตลาดที่ไม่จำเป็นต้องหว่านงบประมาณไปตามสื่อต่างๆ

      ด้วยต้นทุนของการผลิตที่ค่อนข้างสูง กอปรกับราคาสินค้าเมื่อเทียบกับรองเท้าประเภทต่างๆ รองเท้า

เพื่อสุขภาพจะมีราคาที่สูงกว่าอัตราเฉลี่ยจะอยู่ที่คู่ละประมาณ 1,500 บาทขึ้นไป ตรงนี้เองที่ วงศ์ปกรณ์ ยอม

รับว่าเป็นเรื่องที่น่าหนักใจสำหรับการส่งรองเท้าเพื่อสุขภาพออกวางจำหน่าย เพราะจะไม่สามารถไปแข่งขัน

ในเรื่องของการตัดราคาได้เลย

       "การรุกตลาดรองเท้าเพื่อสุขภาพแม้ว่าจะมีราคาสูงก็จริง แต่ประโยชน์ที่จะได้รับนั้นเป็นสิ่งที่คุ้มค่าซึ่ง

เชื่อว่ากลุ่มลูกค้าเข้าใจและจุดขายสำคัญอยู่ที่ แผ่นรองเท้าพิเศษ ที่จะช่วยลดแรงกระแทก และคาดว่าผู้

ประกอบการธุรกิจหลายค่ายก็จะหยิบประโยชน์ตรงนี้มาเป็นจุดขาย เนื่องจากรองเท้าเพื่อสุขภาพยังไม่

สามารถพัฒนารูปแบบให้ทันตามแฟชั่นได้ดังนั้นการผลิตรองเท้าเพื่อสุขภาพจึงมักมีรูปแบบที่ไม่ตามแฟชั่น

เท่าไรนัก"วงศ์ปกรณ์กล่าว

      นอกจากนี้ช่องทางการจัดจำหน่ายยังเป็นตัวช่วยในการส่งเสริมธุรกิจให้เป็นที่รู้จัก ดังนั้นการเปิดบูธใน

ห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆทั้งในกรุงเทพฯและหัวเมืองหลักๆในแถบภูมิภาคจึงเป็นกลยุทธ์ที่กลุ่มผู้ผลิตรองเท้า

เพื่อสุขภาพพยายามเข้าไปเจาะตลาดถึงแม้ว่าจะช่วยได้บ้างสำหรับตลาดคนทำงานที่รักสุขภาพที่ไม่พอมี

เวลาเดินช้อปในห้างสรรพสินค้าแต่ก็ไม่เหมือนกับการรุกตลาดแบบขายตรงกลุ่มเฉพาะในสถานที่ที่มีลูกค้า

ต้องการ

        แม้ว่าราคาขายจะสูง และเป็นตลาด "เฉพาะกลุ่ม" แต่ตลาดก็ไปได้ดี เพราะตัวเลขของยอดขายในแต่

ละปีมีอัตราการเติบโตร้อยละ 10 ซึ่งคาดว่าสิ้นปีนี้จะมียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 15%

        "ตลาดตอนนี้ยังเติบโตได้ดีต่อเนื่อง โดยตลาดของเรายังอยู่ที่กลุ่มคนรักสุขภาพโดยเฉพาะผู้หญิงและ

ผู้สูงอายุ ยิ่งกระแสสุขภาพที่กำลังมาแรง เรื่องสุขภาพเป็นสิ่งที่ไม่สามารถรอได้ ทำให้ตลาดของเราเติบโต

ได้ดีเรื่อยมา ซึ่งกลยุทธ์ของบริษัทในห้าปีแรกจะเน้นในเชิงวิชาการเป็นส่วนใหญ่ คือให้ความเข้าใจที่ถูกต้อง

ในเรื่องของผลิตภัณฑ์และสุขภาพเท้า"วงศ์ปกรณ์ กล่าว

       ในส่วนของการขยายตลาดนั้นผู้ประกอบการหลายค่ายต่างมุ่งการขยายไปตามสาขาของบริษัทที่อยู่ใน

ห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ จากเดิมที่มีแค่ขายเพียงในสำนักงานใหญ่เท่านั้น โดยมองสาขาในภูมิภาคที่มี

ศักยภาพโดยเฉพาะหัวเมืองหลัก

       การเติบโตในปี 50 นี้ผู้บริหารรองเท้าเพื่อสุขภาพหลายค่ายต่างยอมรับว่า คงมีไม่มากนัก เพราะด้วย

กระแสเศรษฐกิจที่ไม่ดีเท่าที่ควรรวมถึงนโยบายของภาครัฐที่ยังไม่มีความชัดเจนเท่าไรนัก แต่คาดหวังว่าคง

มียอดขายไม่ต่ำกว่าปีที่ผ่านมาหรืออาจจะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย เพราะสินค้าที่แต่ละแบรนด์จากหลายค่ายนำ

มาโปรโมทก็มีวัตถุประสงค์เหมือนกันคือไว้รองรับกลุ่มสำหรับคนรักสุขภาพ "ตัวจริง"

       แกะรอย...รองเท้าเพื่อสุขภาพ

       เหตุผลที่แผ่นรองฝ่าเท้าต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำขึ้นมาเฉพาะบุคคล เพราะปกติเท้าของคนเรานั้นจะ

ประกอบด้วยโครงกระดูก 26 ชิ้น ที่คอยแบกรับบทหนักอยู่ตลอดในแต่ละวัน

       นอกจากนี้เท้ายังแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือ คนที่มีเท้าปกติ คือ มีความโค้งเว้าของอุ้งเท้าเล็กน้อย

การเรียงตัวของกระดูกเป็นไปอย่างหมาะสม ทำให้เกิดการกระจายตัวของน้ำหนักที่ดี

       สองคือ คนเท้าสูง โดยมีความเว้าอยู่มากกว่าปกติ ช่องว่างระหว่างพื้นกับฝ่าเท้ามีมาก และสุดท้ายคน

เท้าแบน คือ คนที่มีฝ่าเท้าแบนราบไม่มีส่วนโค้งเว้า อันเกิดจากการเรียงตัวของกระดูกที่แบนราบ

        เท้าในลักษณะต่างๆ นั้น เกิดได้ทั้งจากกรรมพันธุ์ รวมไปถึงพฤติกรรมการเดิน การใส่รองเท้า ที่จะส่ง

ผลให้เกิดการทำงานของกล้ามเนื้อที่ผิดปกติ

        เมื่อลักษณะของเท้ามีความหลากหลาย การใส่ใจที่จะเลือกผลิตภัณฑ์มารองรับจุดอ่อน จึงเป็นเรื่อง

สำคัญ ส่งผลให้ค่ายธุรกิจรองเท้าบางรายนำมาเป็นกลยุทธ์เพื่อที่จะได้รับการตรวจเช็คสภาพเท้าของตนเอง

ก่อน

            การเข้าไปเช็คเท้าไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ป่วยหรือมีความผิดปกติเท่านั้น เพราะคนปกติทั่วไปก็ต้องการ

 รองเท้าที่เหมาะกับตัวเองทั้งนั้น จึงสามารถเข้ามาตรวจสอบได้เช่นเดียวกัน

       กระบวนการขั้นตอนวิธีการตรวจเริ่มจากการทดสอบการเดินผ่านเครื่องสแกนเท้า ที่ใช้ในการวิเคราะห์

หาน้ำหนักเท้าที่เดินอย่างละเอียด โดยน้ำหนักเท้าที่ตกในการเดินนั้นจะแสดงผลผ่านทางจอคอมพิวเตอร์

ด้วยเครื่อง 3D Foot Monitor ในลักษณะภาพ 3 มิติ

        ภายหลังจากที่ผลการวิเคราะห์แสดงออกมา นักกายภาพบำบัดจะอธิบายถึงสภาพการณ์ที่เกิดขึ้น รวม

ถึงปัญหาที่มีอยู่ เพื่อกำหนดหาแนวทางการแก้ไข ต่อมาคือขั้นตอนการส่งผลวิเคราะห์เบื้องต้น

       ซึ่งผลที่ได้จากการสแกน พร้อมทั้งภาพบันทึกการเดินของผู้ทดสอบส่งไปทำการวิเคราะห์อย่าง

ละเอียดอีกครั้งหนึ่ง เมื่อผลวิเคราะห์เท้าออกาจึงจะถูกนำไปผลิตแผ่นรองเท้าขึ้นอีกครั้ง โดยผ่านเครื่องเจียร

ที่มีความแม่นยำสูง

      ขณะที่ในเมืองไทยบางบริษัทจะมีนักกายภาพบำบัดที่คอยดูแล ตรวจวัดแรงกระแทกของฝ่าเท้าอันเกิด

มาจากสภาพการลงน้ำหนักของเท้า และวิเคราะห์ถึงสาเหตุในเบื้องต้น เพื่อความใส่ใจในการคัดสรรแผ่นรอง

ฝ่าเท้าและนำไปสู่กระบวนการผลิตรองเท้าให้เหมาะกับผู้ใช้มากที่สุด

       ราคาขาย เฉพาะแผ่นรองฝ่าเท้านำเข้าจากต่างประเทศจึงตกอยู่ที่ 5,800-7,300 บาท แต่หากลูกค้าราย

ใดต้องการให้ตัดออกมาเป็นรองเท้าด้วยนั้น จะอยู่ที่ราคาตั้งแต่ 6,000 บาทขึ้นไปจนถึงกว่าหมื่นบาท ขึ้นอยู่

กับรูปแบบของรองเท้า

        แม้ว่าแบรนด์ของคนไทยจะไม่มีกระบวนการที่ซับซ้อนเหมือนอย่างต่างประเทศ แต่คุณภาพของขั้น

ตอนการผลิตก็มีการวิจัยศึกษาจนได้แผ่นรองเท้าพิเศษที่คุณภาพมาตรฐานทัดเทียมกับต่างประเทศ แต่จะ

แตกต่างกันที่ราคาซึ่งแบรนด์ของคนไทยจะมีราคาค่อนข้างถูกกว่า โดยเริ่มต้นที่คู่ละ 1,500 บาทขึ้นไป ซึ่ง

ปัจจุบันการแข่งขันเรื่องของรองเท้าเพื่อสุขภาพยังคงดำเนินต่อไป หากแต่เพียงผู้ประกอบการคนไทยยังคง

ต้องพัฒนารูปแบบใหม่ให้เพิ่มขึ้น ซึ่งเชื่อว่าในอนาคตอีก 5 ปีข้างหน้าความนิยมรองเท้าเพื่อสุขภาพจะเป็นเท

รนด์หนึ่งที่ได้รับความสนใจสูงสุดไม่แพ้รองเท้าแฟชั่น....

 

 

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.