นายไมเคิล บิงเกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ไมเนอร์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้นำเข้าเสื้อผ้าแฟชั่นแบรนด์ "แก๊ป" (Gap) จากประเทศสหรัฐอเมริกา เข้ามาทำตลาดในไทยอย่างเป็นทางการ โดยได้เปิดร้านต้นแบบ หรือแฟลกชิพสโตร์ สาขาแรกขึ้นที่ศูนย์การค้า เซ็นทรัลเวิลด์ บนพื้นที่ 700 ตร.ม. ซึ่งจะวางสินค้าครบไลน์ ทั้งเสื้อผ้าผู้ใหญ่ เด็ก และเด็กแรกเกิด
โดยร้านต้นแบบแห่งแรกนี้ จะรองรับโอกาสทางการตลาดแฟชั่นในประเทศไทย ที่ปัจจุบันตลาดเสื้อผ้าแฟชั่นมีอัตราการเติบโตสูงต่อเนื่องทุกปี ประกอบกับปัจจุบันคนไทย หันมาให้ความสำคัญการแต่งตัวมากขึ้น ให้การยอมรับและเลือกใช้สินค้าอินเตอร์แบรนด์มากขึ้น
ทั้งนี้ บริษัทวางแผนขยายสาขา 4 แห่งในปีนี้ สาขาต่อไปเตรียมเปิดบริการที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน ในเดือนพ.ค.นี้ ตามด้วยศูนย์การค้า พาราไดซ์ พาร์ค และเซ็นทรัล ลาดพร้าว
สำหรับแผนการทำตลาด บริษัทจะเน้นทำกิจกรรมการตลาดอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายของบริษัทแม่ แต่จะมีการนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับผู้บริโภคไทย โดยในเดือนมี.ค.นี้ จะจัดแฟชั่นโชว์ เพื่อสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์ ให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย อายุ 15-35 ปี และวางเป้าหมายว่า ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า จะเปิดสาขาใหม่อีก 6-7 สาขา พร้อมนำเข้าคอลเลคชั่นใหม่เข้ามารุกตลาด 4 คอลเลคชั่นต่อปี
เสื้อผ้าแบรนด์ Gap ที่นำเข้ามาจำหน่ายในไทย จะมาจาก 55 ประเทศทั่วโลกในราคาขายเริ่มต้นที่ 490 บาท โดยในปีแรก คาดว่าจะมียอดขายเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลัก แบ่งเป็นรายได้จากเสื้อผ้าผู้ใหญ่ 60% และเสื้อผ้าเด็ก 40%
นายบิงเกอร์ กล่าวด้วยว่า สำหรับแบรนด์เสื้อผ้าอื่นๆ ในเครือ ในส่วนของร้านเอสปรี จะเปิดอีก 3 สาขา เน้นสาขาขนาดใหญ่เป็นหลัก ขณะที่ร้าน ชาวล์แอนด์คลีท จะเปิดเพิ่มอีกหลายสาขา ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะเปิดสาขาได้ทั้งหมดว่าจะอยู่ที่กี่สาขา เพื่อให้สิ้นปีนี้มียอดขายกลุ่มเสื้อผ้าแฟชั่นทุกแบรนด์ เติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก ขณะที่ยอดขายปีก่อนเติบโตเป็นที่น่าพอใจ แม้ว่าจะมีปัจจัยลบเกิดขึ้นในประเทศ โดยลูกค้ายังคงมียอดการใช้จ่ายต่อครั้งไม่ต่ำกว่า 3,000 บาท
นายรอน ยัง รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส กลุ่มพันธมิตรต่างประเทศ Gap Inc. กล่าวว่า มีความยินดีที่สามารถขยายตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมกับพันธมิตรที่เป็นที่ยอมรับอย่างไมเนอร์ คอร์เปอเรชั่น ซึ่งมีประสบการณ์ในธุรกิจจัดจำหน่าย ในประเทศไทยมายาวนาน ทั้งยังมีความเข้าใจในพฤติกรรมของตลาดผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง เชื่อว่าจะเป็นผลดีในการเปิดตลาด Gap ในประเทศไทย