นางสุณี เสรีภาณุ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีเค การ์เม้นท์ (อิมปอร์ต-เอ็กซ์ปอร์ต) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยีนส์ "แม็ค"เปิดเผยว่า สำหรับการผลิตแม็ค ยีนส์ ราคาวัตถุดิบได้ปรับตัวขึ้นไปตั้งแต่ปีที่แล้วประมาณ 30% สำหรับปีนี้ ภาวะยังไม่ชัดเจน หลังจากฝ้ายในตลาดโลกปรับขึ้นราคา ตอนนี้เกรงว่าฝ้ายอาจจะขาดตลาด จากราคาปัจจุบันอยู่ที่ 2 ดอลลาร์สหรัฐฯเศษๆ ต่อปอนด์ ขณะที่ปี 2552 ราคา 80 เซ็นต์ ปี 2553 ขึ้นเป็น 1-2 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นฝ้ายนำเข้าจาก อินเดีย บังกลาเทศ ยูเอส คอตตอน
การปรับขึ้นราคาของต้นทุน ทำให้แม็ค ปรับขึ้นราคาสินค้าประมาณ 10% โดยกลุ่มยีนส์เบสิก ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 60% ของรายได้ทั้งหมด จะไม่มีการปรับราคา ส่วนที่ปรับขึ้น จะเป็นสินค้าแฟชั่นเป็นส่วนใหญ่
นายบุญชัย คงปักไพศาล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอล เอ็ม อี จำกัด ผู้บริหารแบรนด์ ESPADA, ESP, Rock Express, LTD, FOX และ F Fashion กล่าวว่า บริษัทแบกรับต้นทุนวัตถุดิบ ที่ปรับขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว โดยราคาฝ้ายพุ่งขึ้นกว่า 30% โพลีเอสเตอร์ขยับสูงขึ้นกว่า 20% แต่ทั้งนี้ จะยังคงไม่ปรับราคา และยังได้เจรจากับพันธมิตรธุรกิจในการสนับสนุนทางด้านราคา การปรับกระบวนการผลิต เพื่อควบคุมต้นทุน ทำให้ยังสามารถตรึงราคาได้ และจะมีการพิจารณาอีกครั้ง ในช่วงไตรมาส 3 ซึ่งหากมีการปรับขึ้น จะขึ้นราคาประมาณ 15-20%
"เราเชื่อว่า ปัญหาต้นทุนวัตถุดิบ จะเป็นปัญหาในระยะสั้น และบริษัทสามารถบริหารจัดการได้ ซึ่งปีนี้บริษัทได้จัดสรรงบกว่า 100 ล้านบาท ทำตลาดเชิงรุกมากขึ้น ทั้งการเปิดคอลเลกชันใหม่ และการทำกิจกรรมการตลาด เพื่อผลักดันยอดขายให้เติบโตไม่ต่ำกว่า 25-30%" นายบุญชัยกล่าว
ด้านนางสาวลีลานุช กมลวิศิษฎ์ ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ บริษัท ฮาร่า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ต้นทุนวัตถุดิบในการผลิต เพิ่มขึ้นไปตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยเฉพาะฝ้าย ที่ปรับขึ้นเฉลี่ยประมาณ 30% แต่ปีนี้ราคาวัตถุดิบบางอย่างเริ่มทรงตัว ดังนั้น จึงขอรอสังเกตการณ์ก่อน และหากมีการปรับ คาดว่าจะปรับประมาณเมษายนนี้ ซึ่งจะเพิ่มขึ้นอีกราว 10% ตามราคาวัตถุดิบที่ปรับขึ้นมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว
นายพรศีล บุทกัสกา ผู้จัดการฝ่ายการตลาด กลุ่มเสื้อผ้าแฟชั่น บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปีนี้โดยภาพรวมเสื้อผ้าของดีเคเอสเอชปรับราคาขึ้นไม่เกิน 5% โดยปรับขึ้นมาตั้งแต่ต้นปี เป็นการทยอยขึ้นราคา เพราะราคาคอตตอนปรับขึ้นเยอะ มีบางช่วงปรับขึ้น 100-400% แต่อันนี้ต้องมาดูอีกว่า คอตตอนเป็นแค่ 10% ของต้นทุนการผลิต เพราะฉะนั้น ราคาต้นทุนจึงไม่ได้เพิ่มขึ้นทั้งหมด
"การปรับขึ้นราคาของลีวายส์ ลูกค้าของเราเข้าใจ เราไม่ได้ปรับราคามา 2-3 ปีแล้ว การปรับขึ้น ก็ปรับขึ้นเล็กน้อย จากราคาเดิม" นายพรศีลกล่าว
ส่วนแรงเลอร์ ของบริษัท เซ็นทรัลเทรดดิ้ง จำกัด ในเครือเซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้งกรุ๊ป(ซีเอ็มจี) มีนาคมที่ผ่านมา ได้ปรับขึ้นราคายีนส์ แรงเลอร์ไปแล้วประมาณ 20% หลังจากขาดแคลนวัตถุดิบกลุ่มฝ้าย ที่นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา เนื่องจากภัยธรรมชาติ ที่ส่งผลให้ต้นทุนฝ้ายขยับขึ้น 20% ในรอบ 5 ปี การปรับขึ้นราคาครั้งนี้ แรงเลอร์เชื่อว่า ไม่กระทบต่อยอดขาย เพราะลูกค้าส่วนใหญ่สนใจแบรนด์ และความเป็นแฟชั่นมากกว่าราคา
นางมาลินี ทรัพย์บริบูรณ์ ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสบริหารสินค้า บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ผู้บริหารกลุ่มเสื้อผ้าแฟชั่น W We Craze Fashion กล่าวว่า ต้นทุนวัตถุดิบแฟชั่นเสื้อผ้าทั้งสตรีและบุรุษ เพิ่มขึ้นกว่า 10% ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ทำให้ต้นทุนโดยรวมของผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น แต่จะเห็นได้ว่าแฟชั่นเสื้อผ้าประเภทไฮเอนด์จะยังไม่มีการปรับราคาเพราะตั้งราคาสูงอยู่แล้ว ขณะที่แบรนด์เล็กๆ หรือแบรนด์ไทยบางแบรนด์ ปรับกลยุทธ์โดยเลือกไปผลิตที่ประเทศจีนแทน แต่การเลือกไปผลิตที่จีนจะเน้นปริมาณจำนวนมาก เหมาะสำหรับแบรนด์ขนาดกลาง - ใหญ่ที่มีเคาน์เตอร์จำหน่ายมาก หากเป็นแบรนด์ระดับกลางลงมา จะไม่สามารถทำได้ ทำให้ต้องลดต้นทุนลง ซึ่งผลที่ตามมาคือทำดีไซน์ที่เป็นแฟชั่นได้ยาก
อย่างไรก็ดีต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ยังไม่ใช่ต้นทุนที่แท้จริง เพราะหากมีการปล่อยลอยตัวราคาน้ำมันดีเซล เชื่อว่าจะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นและส่งผลกระทบหนักต่อต้นทุนของผู้ประกอบการอย่างแน่นอน













You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.