นายวราวุธ มัทนพจนารถ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท เซ็นทรัลเทรดดิ้ง ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าภายใต้แบรนด์ "ลี" กล่าวว่า กำลังซื้อในกลุ่มสินค้าแฟชั่นยังไม่กระเตื้อง แม้จะมีรัฐบาลใหม่ แต่ภาพยังคงไม่ชัดเจน ทำให้ผู้บริโภคยังคงระมัดระวังการใช้จ่ายต่อเนื่อง โดยเฉพาะ 2 เดือนแรกของปีนี้ภาวะกำลังซื้อยังทรงตัว
"นอกจากนี้ ยังเริ่มเห็นชัดเจนว่า คู่แข่งหันไปเล่นเรื่องราคาเป็นหลัก ซึ่งการลดราคาแสดงให้เห็นว่ายอดขายมีปัญหา และแม้จะช่วยกระตุ้นยอดขายได้ในระยะสั้น แต่ในระยะยาว จะทำให้แบรนด์เสียไป" นายวราวุธ กล่าว
สำหรับกลยุทธ์การทำตลาดของแบรนด์ลีในปีนี้ จะเน้นทำกิจกรรมกับกลุ่มลูกค้าเป็นหลัก เพื่อกระตุ้นบรรยากาศการซื้อให้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ที่ยังขาดความชัดเจน ทำให้บริษัทต้องเร่งจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายให้เร็วขึ้นและเพิ่มความถี่มากขึ้นด้วย
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าผลิตภัณฑ์ในกลุ่มยีนส์ยังมีแนวโน้มการขยายตัวเพิ่มขึ้น จากไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป อาทิ สามารถใส่ยีนส์ในการทำงานได้มากขึ้น ทำให้เป็นการเพิ่มโอกาสและความถี่ในการสวมใส่
ปัจจุบันตลาดรวมยีนส์มีมูลค่า 3 พันล้านบาท และในปีนี้คาดว่าจะขยายตัวในอัตรา 10% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ขยายตัว 5-10%
ทั้งนี้ ยีนส์ลี จะเน้นทำตลาดมากขึ้น โดยเพิ่มงบการตลาดอีก 30% ในปีนี้ จาก 15 เป็น 20 ล้านบาท รวมทั้งเพิ่มความถี่ในการจัดกิจกรรมจากปกติไตรมาสละ 1 ครั้ง เป็น 2-3 ครั้ง พร้อมทั้งขยายฐานลูกค้าในกลุ่มอายุ 17-25 ปี ที่มีกำลังซื้อและนิยมเปลี่ยนแฟชั่นบ่อยกว่าลูกค้ากลุ่มเดิมในอายุ 25-35 ปี
กิจกรรมการตลาดหลักของลี จะเน้นที่กลยุทธ์บีโลว์ เดอะ ไลน์ เช่น การทำซีอาร์เอ็ม โดยเฉพาะในฐานสมาชิกลี คลับ ที่ปัจจุบันมีจำนวน 2 หมื่นคน และคาดว่าปีนี้จะเพิ่มเป็น 3 หมื่นคน ซึ่งสมาชิกกลุ่มลี คลับ จะมียอดซื้อ 2-3 พันบาทต่อครั้ง ขณะที่ลูกค้าทั่วไปจะมียอดซื้อ 1.5 พันบาทต่อครั้ง
ล่าสุดบริษัทได้จัดกิจกรรม ฟรี ฮัค รับเทศกาลวาเลนไทน์ ในวันที่ 14 ก.พ.นี้ โดยให้ส่วนลดพิเศษแก่คู่รักที่มาเป็นคู่ รับส่วนลด 50% โดยจะพร้อมกันในช็อปของลี 13 แห่งทั่วประเทศ
"ตอนนี้ ถ้าไม่ใช่เทศกาล คนก็จะไม่ซื้อ เพราะฉะนั้น เราต้องหันมากระตุ้นบรรยากาศในช่วงเทศกาล เพื่อให้คนออกมาซื้อของมากขึ้น" นายวราวุธ กล่าว
ในปีที่ผ่านมา ยีนส์ลี มีส่วนแบ่ง 20% จากตลาดยีนส์ มูลค่า 3 พันล้านบาท รองจากลีวายส์และ แรงเลอร์ ซึ่งทั้ง 3 รายมีส่วนแบ่งตลาดแตกต่างกัน 2-3% เท่านั้น และจากการบุกตลาดมากขึ้นในปีนี้ คาดว่าจะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้อีก 5-10% หรือเพิ่มส่วนแบ่งได้เท่ากับผู้นำตลาดในขณะนี้













You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.