นายเวชสุวรรณ อาจวิชัย หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย จ.สระบุรี เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้รับรายงานจาก เจ้าหน้าที่ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ซึ่งเดินทางเข้าไปตรวาสอบในโรงงานเป็นลักษณะของสารคาร์บอนไดซัลไฟด์ที่ปนเปื้อนมากับตัวผลิตภัณฑ์ และพนักงานที่ยืนอยู่ตรงจุดนั้นไม่ได้สวมหน้ากากจึงสูดดมสารตัวนี้เข้าไป สารตัวนี้จะทำให้มีอาการเหมือนขาดออกซิเจนนี้จะไม่มีผลกระทบกับประชาชนใกล้เคียงเพราะตัวโรงงานอยู่ห่างจากบ้านเรือนประชาชน.
สธ.ล้อมคอกตั้งศูนย์ฯ รับมือผลกระทบสารพิษรั่ว
รองรับผู้ได้รับผลกระทบสุขภาพจากมลพิษสิ่งแวดล้อม หลังเกิดเหตุก๊าซสารเคมีรั่วถี่ขึ้น ช่วยให้ประชาชนที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรมมีความมั่นใจ...
เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังเดินทางไปติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาก๊าซกำมะถันรั่วที่โรงงานไทยเรยอน จ.สระบุรี และเยี่ยมอาการผู้ป่วยที่สูดก๊าซพิษดังกล่าวจำนวน 4 ราย ที่รักษาตัวในโรงพยาบาลสระบุรี ว่า ผู้ป่วย 4 ราย ที่นอนรักษาตัว เป็นวิศวกรของโรงงานไทยเรยอน อ.หนองแค ซึ่งเป็นโรงงานผลิตเส้นใยสงเคราะห์ที่มีสารคาร์บอนไดซัลไฟต์ในโรงงาน โดยมีอาการหนัก 2 ราย แพทย์ใส่เครื่องช่วยหายใจและนอนในห้องไอซียู ได้แก่ นายสมพล เปรมปรามอมร อายุ 34 ปี ล่าสุดยังไม่รู้สึกตัว อยู่ในความดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด และนายวิชัย จินดานาถ อายุ 40 ปี ขณะนี้อาการดีขึ้น รู้สึกตัวแล้ว ส่วนอีก 2 ราย ได้แก่นายณัฐกฤษ เลิศเอกธรรม อายุ 22 ปี และนายปราโมช ทัศนานุตรียกุล อายุ 24 ปี ขณะนี้อาการปลอดภัย ลุกเดินไป หายใจได้ดี ไม่มีอาการแน่นหน้าอก
รมว.สาธารณสุข กล่าวต่อว่า หากผู้ป่วยไม่มีอาการแทรกซ้อนใดๆ แพทย์จะอนุญาตให้กลับบ้านในวันนี้ สำหรับผู้เสียชีวิต 1 รายคือนายอภิชาต ศรีเมือง อายุ 23 ปี เสียชีวิตที่ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลหนองแค จ.สระบุรี ขณะนี้ ปัญหาสุขภาพที่เกิดจากมลพิษสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย มีความรุนแรงมากขึ้นและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีประชาชนร้องเรียนว่าได้รับผลกระทบต่อสุขภาพเพิ่มขึ้น การเจ็บป่วยจากมลพิษสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องที่กระทรวงสาธารณสุขได้ให้ความสำคัญและพัฒนาระบบบริการเป็นการเฉพาะ เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีที่นำมาใช้ในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ที่มีจำนวนมากกว่า 50,000 ชนิด ประชาชนยังมีความรู้เรื่องนี้น้อยมาก การแก้ไขมักจะอยู่ในลักษณะไล่ตามปัญหาเกิดขึ้น
กระทรวงฯ ยังมีนโยบายในการป้องกันภัยจากมลพิษสิ่งแวดล้อม โดยตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อรองรับการดำเนินงานด้านมลพิษสิ่งแวดล้อมกับ สุขภาพอนามัย ที่มีคณะกรรมการประกอบด้วย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานคณะกรรมการ คณะกรรมการประกอบด้วย อธิบดี นักวิชาการ จากกรมอนามัย กรมควบคุมโรค กรมการแพทย์ กรมสุขภาพจิต กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณ สุข เป็นที่ปรึกษา ศูนย์ดังกล่าว จะช่วยให้ประชาชนที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรมมีความมั่นใจและปลอดภัยมากขึ้น
ด้าน น.พ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ เกิดจากการใช้กำมะถันในกระบวนการผลิต โดยทำปฏิกิริยาเป็นก๊าซคาร์บอนไดซัลไฟต์ เมื่อเกิดการรั่วไหลอาจมีการทำปฏิริยากับความร้อนเกิดเป็นก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟ ต์ (Hydrogen sulfide) หรือที่รู้จักกันดีในชื่อของ "ก๊าซไข่เน่า" ก๊าซดังกล่าวจะมีกลิ่นฉุน คล้ายไข่เน่าหรือกลิ่นกำมะถัน มีฤทธิ์ระคายเคือง ทำให้แสบตา คอ จมูก หากสูดเข้าไปจำนวนมากจะระคายเคืองระบบหายใจ ทำให้วิงเวียนศีรษะ หายใจไม่ออก และเสียชีวิตได้ การรักษา จะให้การรักษาตามอาการ โดยใช้เครื่องช่วยหายใจและให้ออกซิเจน เพื่อให้ร่างกายขับสารพิษออกจากร่างกายเร็วที่สุด และป้องกันโรคแทรกซ้อน ที่สำคัญคือปอดบวมและน้ำท่วมปอด ส่วนมากร่างกายจะขับออกเองตามธรรมชาติ 85%
ขณะที่ นพ.มานิต ธีระตันติกานนท์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า อันตรายของการสูดก๊าซพิษกำมะถัน ขึ้นอยู่กับปริมาณก๊าซที่สูดเข้าไปในร่างกาย มีหลายระดับ คือ 0.2 พีพีเอ็ม ( 0.2 ส่วนใน 1 ล้านส่วน ) จะเริ่มได้กลิ่น หากความเข้มข้น 10 พีพีเอ็ม จะได้กลิ่นที่รุนแรงมาก ระดับ 50 พีพีเอ็ม จะเกิดอาการระคายตา และเยื่อบุทางเดินหายใจ ระดับ 150 พีพีเอ็ม ประสาทรับกลิ่นไม่ทำงาน ระดับ 200 พีพีเอ็ม จะไม่ได้กลิ่น แต่จะระคายเคืองทำให้ตาแดง เจ็บคอ หากระดับ 250 พีพีเอ็ม อาจมีน้ำท่วมปอด ถ้าสูดดมนานราวครึ่งถึง 1 ชั่วโมง เกิดอาการปวดศีรษะ หากระดับความเข้มข้น 500 พีพีเอ็ม จะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ หมดสติ และหยุดหายใจ และถ้าความเข้มข้นมากตั้งแต่ 500-1000 พีพีเอ็ม จะเกิดอาการขาดออกซิเจนในทุกระบบ และหยุดหายใจ เสียชีวิต.
1ใน 4 คนเจ็บจากเหตุก๊าซรั่วที่จังหวัดสระบุรี อาการยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากมีอาการปอดอักเสบ ส่วนอีก 2 คน แพทย์เตรียมให้กลับบ้านได้ในเย็นวันนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับอาการของผู้ได้รับบาดเจ็บจากการสูดดมก๊าซคาร์บอนไดซัลไฟด์ ที่รั่วออกมาจากโรงงานไทยเรยอน จำกัด ที่ อ.หนองแค จ.สระบุรี ล่าสุดยังมีเหลืออีก 1 คน ที่อาการน่าเป็นห่วงคือ นายวิชัย จินดานาถ ซึ่งสูดก๊าซเข้าไปมากที่สุด ยังคงต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา เนื่องจากมีอาการปอดอักเสบ
ส่วนนายสมพล เปรมปราบอมร อาการทั่วไปดีขึ้นมาก แต่ยังต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลต่อไป ที่เหลืออีก 2 คน คือ นายณัฐกฤษ เลิศเอกธรรม และนายปราโมช ทัศนานุตริยกุล แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้วในเย็นวันนี้
ด้านบรรยากาศหน้าโรงงาน ซึ่งถูกสั่งปิดปรับปรุงแก้ไข พบว่า ยังคงมีเจ้าหน้าที่บางส่วนทำงานอยู่ภายใน เนื่องจากยังมีเครื่องจักรบางตัวทำงานตามปกติ.














You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.