นายวิโรจน์ รั้งอันดับ 5 ด้วยมูลค่ารวม 4,380 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,218 ล้านบาท หรือร้อยละ 38.52 ต่อจากนายอนันต์ อัศวโภคิน เจ้าพ่อ บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ผู้บริหาร บมจ.พฤกษาเรียลเอสเตท นายนิติ โอสถานุเคราะห์ ผู้บริหารบริษัท โอสถสภา และ นายประวิทย์ มาลีนนท์ ผู้บริหาร บมจ.บีอีซี เวิลด์
ใครจะรู้ว่ากว่าจะรวยมั่งคั่งตามแบบฉบับ"ซาฟิน่า" ปราการด่านสุดท้าย เส้นทางนี้มีตำนาน
"วิโรจน์" เป็นบุตรชายคนที่ 2 ของ "อดุลย์- จินตนา ธนารลงกรณ์ " เจ้าของ บริษัท จินตนา อินเตอร์เทรด จำกัด เจเนอเรชันแรก ผู้ปลุกปั้นชุดชั้นในยี่ห้อ"จินตนา" ซึ่งปัจจุบัน"ให้ "วิชัย ธนาลงกรณ์" พี่ชาย และ "ศิรวดี ธนาลงกรณ์"พี่สะใภ้ ภรรยาของ"วิชัย" เข้ามาบริหารกิจการของครอบครัว
ขณะที่"วิโรจน์"ได้ฉีกตัวออกมาสร้างแบรนด์ใหม่ของตนเองภายใต้ชื่อ "ซาบีนา" โดยมุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงระดับบน ฉีกไลน์ไปจาก "จินตนา"แบรนด์ต้นตำรับที่มีฐานลูกค้าในระดับกลางลงมาถึงระดับล่าง
ก่อนมาเป็นชุดชั้นในยี่ห้อดัง "จินตนา" เดิมพี่สาวของ"จินตนา" ว่าจ้างคนอื่นผลิตชุดชั้นในยี่ห้อ "OK" มาก่อน ต่อมามีปัญหาผู้ผลิตส่งงานให้ไม่ทันจึงหันมาจ้าง"จินตนา-อดุลย์"แทน และเมื่อพี่สาวจะเลิกกิจการ "อดุลย์-จินตนา" จึงเข้ามารับช่วงต่อและตั้งชื่อยี่ห้อใหม่ว่า "จินตนา"ซึ่งมาจากชื่อของเธอนั่นเอง
เหตุผลง่ายๆก็คือ ฟังดูเป็นผู้หญิง และ จดจำง่าย
การทำตลาดของในยุคแรก เริ่มจากจ้างเด็กที่เดินขายลูกเหม็นแถวตลาดสะพานหันให้มาขายชุดชั้นในของเธอ ต่อมามีตลาดพาหุรัด "เถ้าแก่อดุลย์" จึงไปเปิดตลาดใหม่ โดยเอาชุดชั้นในจินตนาไปวางขายตามร้านขายเสื้อผ้า ปรากฏว่าขายดีมากทำให้เป็นที่รู้จักและแพร่หลายมากขึ้น
กลยุทธ์การทำพีอาร์ในรูปแบบเมื่อ 50 ปีก่อนคือ จ้างคนตัดสังกะสีเป็นแผ่น เจาะรูแล้วเอาเชือกคล้อง ใช้สีเขียนข้อความโฆษณาจินตนา แล้วก็เอาไปแขวน ตามหน้าร้านขายเสื้อผ้าในตลาดพาหุรัด ต่อมาก็เริ่มมีลูกค้ามาซื้อไปขายในต่างจังหวัด ตัวละ 8 บาท และเริ่มไปวิ่งรถส่งของที่ภาคใต้หลังจากนั้นก็มีพนักงานขายตรงตระเวนเอาชุดชั้นในใส่ตะกร้าไปขายตามหมู่บ้านและชุมชนต่างๆปรากฏว่าขายดีมาก
หลังประสบความสำเร็จ "จินตนา"ในยุคเจเนอเรชั่นที่ 2 และ 3 ได้สร้างแบรนด์ใหม่ขึ้นมาอีก 4 แบรนด์ ได้แก่
แบรนด์ "จีน่า"เจาะกลุ่มเด็กและกลุ่มวัยรุ่น , แบรนด์ "จันทนา" เจาะตลาดตะวันออกกลาง แต่เลิกผลิตไปแล้ว ,แบรนด์ "เมธินี" จับตลาดระดับบนภายในประเทศ ร่วมกับนางแบบชื่อดัง "ลูกเกด-เมทินี กิ่งโพยม" และ แบรนด์ "ราฟาเอลา" แนวแฟชั่นหรูหราเจาะลูกค้าระดับบนในตลาดต่างประเทศ ภายใต้ บริษัท บริษัท ราฟาเอลา (ประเทศไทย) จำกัด โดยมี "สาวิตรี ธนาลงกรณ์" ลูกสาวของ "วิชัย -ศิรวดี"เป็นคนดูแล
ปัจจุบัน "วิชัย" มีบริษัทในเครือข่าย 9 แห่ง ได้แก่ บริษัท จินตนาการ์เมนท์ จำกัด บริษัท จินตนา ฟูจิโบ คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัท จินตนา อินเตอร์เทรด จำกัด บริษัท จินตนาแอพพาเรล จำกัด บริษัท เจ.ที.เอ็น.ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด บริษัท ธนาลงกรณ์โฮลดิ้ง จำกัด บริษัท คัลเลอร์ เทค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัท ราฟาเอลา เมจิกา (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท อินเตอร์ทาวเวอร์ ดิเวลลอปเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด
ในจำนวนนี้ บริษัท จินตนา อินเตอร์เทรด จำกัด มีรายได้มากสุด ปี 2551 รายได้ 760.1 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1.6 ล้านบาท สินทรัพย์ 729 ล้านบาท บริษัท จินตนา ฟูจิโบ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ปี 2551 รายได้ 301.9 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3.9 ล้านบาท สินทรัพย์ 70.8 ล้านบาท และ บริษัท จินตนาแอพพาเรล จำกัด ปี 2551 รายได้ 466.1 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 98.7 ล้านบาท สินทรัพย์ 1,110.6 ล้านบาท
ทั้งนี้ธุรกิจในยุคบุกเบิกของ "อดุล-จินตนา" ได้แก่
1. หจก.ยกทรงห้างจินตนา จดทะเบียนก่อตั้งวันที่ 16 เมษายน 2508 ทุนจดทะเบียน 3 ล้านบาท อยูในซอยร่มไทร ถนนเพชรเกษม แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ เลิกกิจการปี 2546
2.หจก.ไซมิสเทรดดิ้ง ก่อตั้ง วันที่ 23 มิถุนายน 2515 ทุน 400,000 บาท เลิกกิจการ ปี 2520
3.หจก. สหธนากิจก่อสร้าง ก่อตั้งวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2519 ทุน 900,000 บาท เลิกกิจการ ปี 2520
4.บริษัท สหธนากิจเอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (ที่ปรึกษา สำรวจ) ก่อตั้งวันที่ 24 พฤษภาคม 2520 ทุน 5 ล้านบาท เลิกกิจการปี 2524
กล่าวสำหรับ "วิโรจน์ ธนาลงกรณ์" ผู้หันมาเอาดีกับแบรนด์ "ซาฟิน่า" ก่อตั้ง บริษัท เจ แอนด์ ดี แอพพาเรล จำกัด เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2538 ทุนเริ่มแรก 1 ล้านบาท ต่อมาเพิ่มทุนหลายครั้ง ล่าสุด 295 ล้านบาท มีโรงงานอยู่ในตำบลวังไก่เถื่อน อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท และจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ในชื่อ บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) วันที่ 18 พฤษภาคม 2550 ทุนล่าสุด 347.5 ล้านบาท นายวิโรจน์ถือหุ้น 74.5%
มีบริษัทในเครือ 1 แห่ง ชื่อ บริษัท ซาบีน่า ฟาร์อีสท์ จำกัด ก่อตั้งวันที่ 11 มกราคม 2520 ทุนจดทะเบียนปัจจุบัน 145 ล้านบาท อยู่แถวถนนอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ บมจ.ซาฟิน่าถือหุ้น 99.8%
ผลประกอบการ บมจ.ซาฟิน่า ปี 2550 รายได้ 991.3 ล้านบาท กำไรสุทธิ 84.9 ล้านบาท ปี 2551 รายได้ 1,028.2 ล้านบาท กำไรสุทธิ 148.8 ล้านบาท สินทรัพย์ 1,144.7 ล้านบาท
ส่วน บริษัท ซาบีน่า ฟาร์อีสท์ จำกัด ผลประกอบการปี 2549 รายได้ 1ม908.9 ล้านบาท กำไรสุทธิ 13.4 ล้านบาท ปี 2550 รายได้ 1ม747 ล้านบาท กำไรสุทธิ 44.5 ล้านบาท ปี 2551 รายได้ 1ม604.9 ล้านบาท กำไรสุทธิ 32.8 ล้านบาท สินทรัพย์ 1,332.8 ล้านบาท
"วิโรจน์"มีบริษัทที่เลิกกิจการแล้ว 4 บริษัท ได้แก่
บริษัท ฟิวเจอร์ แลนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด ก่อตั้งวันที่ 28 เมษายน 2538 ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท เลิกกิจการปี 2549
บริษัท ซาบีน่า (ขอนแก่น) จำกัด ก่อตั้งวันที่ 18 มีนาคม 2540 ทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท เลิกกิจการปี 2546
บริษัท ออร์กานิค ไรซ์ จำกัด ก่อตั้งวันที่ 12 เมษายน 2543 ค้าพืชผลทางการเกษตร ทุนจดทะเบียน 2.5 ล้านบาท เลิกกิจการ ปี 2545
และ บริษัท ซาบีน่า อินเตอร์แนชั่นแนล จำกัด ก่อตั้งวันที่ 9 กรกฎาคม 2544 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท เลิกกิจการปี 2549
การเป็นเจ้าของหุ้นมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาทของ"เสี่ยวิโรจน์" ถือเป็นความสำเร็จที่ใครๆ ยากจะเลียนแบบ !!














You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.