นางสาวประวรา เอครพานิช กรรมการบริหาร บริษัท บูติคนิวซิตี้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดเสื้อผ้าในเมืองไทยปีนี้ มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี จากภาพรวมของเศรษฐกิจและความชัดเจนทางการเมือง โดยดูจากยอดขายของ 10 แบรนด์เสื้อผ้านำเข้าในเครือของบริษัท ที่สามารถสร้างยอดขายครึ่งปีเติบโตตามเป้า ล่าสุด ปีนี้ยังขยายฐานลูกค้าสู่แบรนด์เสื้อผ้าลักชัวรี จากเดิมที่จับกลุ่มลูกค้าทั่วไป ด้วยการนำเข้าแบรนด์ดังจากสเปน อะดอลโฟ โดมิงเกซ (Adolfo Dominguez) พร้อมลงทุนกว่า 10 ล้านบาท เปิดแฟล็กชิพสโตร์ ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งคาดว่าในปีแรกจะสามารถสร้างรายได้ 15-20 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าภายใน 5 ปีจะสามารถทำรายได้ไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท
"แบรนด์อะดอลโฟ โดมิงเกซ เป็นแบรนด์ที่มีสินค้าหลากหลายนอกจากเสื้อผ้า ที่เริ่มต้นจากเสื้อผ้าผู้หญิง ขยายตลาดสู่เสื้อผ้าผู้ชาย และสินค้าอื่นๆ เช่น เสื้อผ้าเด็ก เสื้อผ้าสุนัข เครื่องประดับ น้ำหอม นาฬิกา และเฟอร์นิเจอร์ โดยปีแรกบริษัทจ้ำเข้าเสื้อผ้าหญิงและชายเข้ามาทำตลาดก่อน หลังจากนั้นจะค่อยๆ นำเข้าสินค้าอื่นๆ มาทำตลาด ตามความเหมาะสม" นางสาวประวรากล่าว
ส่วนแผนการตลาด จะเน้นการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายด้วยการจัดกิจกรรมการตลาด การเปิดตัวสินค้าเพื่อแนะนำแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก โดยการชูจุดแข็งของแบรนด์ที่เป็นแบรนด์เสื้อผ้าที่เน้นศิลปะดีไซน์ และการเลือกใช้วัสดุที่ไม่อนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยประมาณตุลาคมนี้ จะมีกิจกรรมใหญ่ และมีการจัดแคมเปญการตลาดต่อเนื่อง ด้วยงบการตลาดเฉลี่ย 15% ของยอดขาย
สำหรับการขยายฐานสาขา หรือการเปิดช็อปใหม่ๆ ปีนี้ยังไม่มีแผน เนื่องจากต้องการให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ และสร้างตลาดในปีแรกก่อน ส่วนปีหน้ามีแผนขยายสาขาเพิ่มอีก 2-3 สาขา โดยเน้นโลเกชันในเมืองเป็นหลัก ซึ่งจะต้องได้รับการยอมรับจากบริษัทแม่ และยังไม่มีแผนที่จะขยายสู่ตลาดต่างจังหวัด
นางสาวประวรา กล่าวว่า จากภาพรวมของบริษัท ซึ่งมีแบรนด์เสื้อผ้านำเข้าประมาณ 10 แบรนด์ อาทิ GUY LAROCHE, FERAUD, GSP, LOFFICIEL, C&D, JOUSSE ครึ่งปีที่ผ่านมา สามารถสร้างยอดขายเติบโตตามเป้า โดยครึ่งปีหลังคาดว่าจะมีการขยายตลาด เปิดสาขาใหม่ๆ เพิ่มเติมอีกไม่น้อยกว่า 4 สาขา อาทิ เซ็นทรัลลาดพร้าว รวมทั้งการขยายตัวไปพร้อมกับห้างสรรพสินค้าใหม่ๆ จากปัจจุบันที่มีช็อปทั้งหมด 60-70 สาขา และยังมีเคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้าต่างๆ โดยปีนี้ทั้งปี คาดว่าจะสามารถสร้างยอดขายได้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท เติบโตจากปีที่ผ่านมาประมาณ 30% โดยแบรนด์ที่สร้างยอดขายได้สูงสุดของบริษัท คือ GUY LAROCHE และ GSP
นอกจากนี้ จากประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC) ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้อาเซียนเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียว มีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน แรงงานฝีมือโดยเสรี และการเคลื่อนย้ายเงินทุนที่เสรีมากขึ้น บริษัทได้เริ่มศึกษาตลาด และมีการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับการแข่งขันและตลาดใหม่ๆ โดยปีนี้ ได้ขยายตลาดสู่ต่างประเทศ โดยการนำแบรนด์ Switch ไปบุกตลาดสหรัฐอเมริกา เปิดโชว์รูมที่นิวยอร์กเป็นสาขาแรก พร้อมกันนี้ยังมีตัวแทนนำแบรนด์สินค้าดังกล่าวไปจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นแล้ว อย่างไรก็ตาม การเตรียมพร้อมดังกล่าว ต้องศึกษาตลาดอย่างละเอียด เนื่องจากตลาดเสื้อผ้า ต้องคำนึงถึงวัฒนธรรม สีผิว และรูปร่างของคนในประเทศนั้นๆ ที่จะเข้าไปทำตลาดได้ ซึ่งตรงนี้ต้องใช้เวลาพอสมควร













You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.