Switch to: uk
22 May 2012 10:51AM

ทองไทยกรุ๊ปปรับใหญ่หลังน้ำลด

12 Dec 11 ,  ฐานเศรษฐกิจ
  • 0

"ทองไทยกรุ๊ป" สั่งปรับแผนธุรกิจครั้งใหญ่หลังน้ำลด เตรียมใช้โรงงานที่ขอนแก่นเป็นฮับธุรกิจในเครือแทน พร้อมขยายฐานตั้งอีก 1 โรงงานในกัมพูชาช่วยเพิ่มยอดขายและลดความเสี่ยง ชี้น้ำท่วมหนล่าสุดเสียหายกว่า 30 ล้าน แต่มั่นใจทั้งปียอดขายยังตามเป้า 2,000 ล้าน ประกาศปีหน้าหากท่วมกรุงอีกเลิกโรงงานในเมืองหลวง


นายเดช  พัฒนเศรษฐพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทองไทยการทอ จำกัด หนึ่งในบริษัทผู้ผลิตและส่งออกเสื้อผ้ากีฬารายใหญ่ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่า จากน้ำท่วมครั้งใหญ่ในช่วงที่ผ่านมา บริษัทซึ่งมีที่ตั้งโรงงานในเขตหนองแขม ของกรุงเทพมหานครได้ถูกน้ำท่วมรอบๆ  โรงงานทำให้ไม่สามารถผลิตและส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าได้ จึงได้สั่งให้หยุดกิจการชั่วคราวนานประมาณ 3 สัปดาห์ระหว่างวันที่ 3-24 พฤศจิกายน 2554 จากการหยุดดำเนินกิจการในครั้งนี้ส่งผลให้การผลิตเสื้อผ้าของบริษัท หายไปประมาณ 1-6-1.7 แสนตัว จากกำลังผลิตของทองไทยกรุ๊ปซึ่งมีฐานการผลิตอยู่ 4 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพฯ ขอนแก่น มหาสารคาม ลพบุรี กำลังผลิตรวมเดือนละกว่า 1 ล้านตัว หรือกำลังการผลิตได้หายไปประมาณ 17-18% ของภาพรวม

จากกำลังการผลิตที่หายไปครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบต่อยอดขายที่เสียโอกาสไปกว่า  20 ล้านบาท รวมกับค่าป้องกันน้ำท่วม และอื่นๆ เสียหายร่วม 30 ล้านบาท ล่าสุดโรงงานที่หนองแขมได้กลับมาผลิตได้แล้ว แต่ได้มีค่าใช้จ่ายในการเร่งส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าเพิ่มขึ้น เพราะต้องส่งทางอากาศ โดยสินค้าที่ต้องเร่งส่งมอบมีประมาณ 1 แสนตัว มีค่าใช้จ่ายในการขนส่งเพิ่มขึ้น 7-8 ล้านบาท

"ผลกระทบครั้งนี้เรามีแผนจะปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนธุรกิจโดยจากนี้ไปจะใช้สำนักงานโรงงานของเครือที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งมีความเสี่ยงน้ำท่วมน้อยกว่าเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ด้านวัตถุดิบ คลังสินค้า และศูนย์แสดงสินค้า แทนกรุงเทพฯ"

ขณะเดียวกันล่าสุดทางกลุ่มยังได้เข้าไปตั้งโรงงานผลิตเสื้อผ้าส่งออกอีก 1 โรงในประเทศกัมพูชา ที่ตั้งโรงงานอยู่ลึกเข้าไปในเมืองปอยเปต ความคืบหน้าได้จดทะเบียนตั้งบริษัทแล้วในนามบริษัท ทองไทยเท็กซ์ไทล์(คัมโบเดีย) จำกัด โดยได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากรัฐบาลกัมพูชา ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงงาน ใช้เงินลงทุนราว 200 ล้านบาท(ตัวอาคาร+เครื่องจักร) ไม่รวมค่าที่ดิน ในเฟสแรกคาดจะเริ่มผลิตได้ในอีกไม่เกิน 12 เดือนข้างหน้า จะมีการว่าจ้างแรงงานชาวกัมพูชาประมาณ 1,000 คน มีกำลังผลิตเสื้อผ้ากีฬาเริ่มต้นที่ประมาณ 1 ล้านตัว/ปี และเต็มกำลังการผลิตที่ประมาณ 5 ล้านตัว/ปี

ในอนาคตอีก 2-3 ปีข้างหน้า กำลังการผลิตของกลุ่มจากโรงงานทั้งในและนอกประเทศรวม 5 แห่ง จะมีกำลังการผลิตรวม 20 ล้านตัว จากปัจจุบันโรงงาน 4 แห่งในไทยมีกำลังผลิตรวม 14 ล้านตัว คนงานราว 3,000 คน มีตลาดส่งออกหลักที่ยุโรป

"สาเหตุที่เราไปกัมพูชา เพราะค่าแรงยังถูก แม้ค่าแรงเขาจะปรับเพิ่ม แต่ฐานค่าแรงเขายังต่ำ และยังถูกกว่าไทย ที่สำคัญในกัมพูชามีแรงงานจำนวนมาก ขณะที่รัฐบาลชุดปัจจุบันพยายามผลักไสให้เราออกไป เห็นได้จากมีการปรับเพิ่มค่าแรงแบบก้าวกระโดด แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานฝีมือก็ไม่ได้ ประกอบกับเวลานี้ประเทศไทยมีความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมใหญ่อีกในปีต่อๆ ไป การขยายฐานการลงทุนในต่างประเทศถือเป็นกระจายความเสี่ยงเพื่อตอบสนองลูกค้าอีกทางหนึ่ง"

นายเดช กล่าวอีกว่า แม้การผลิตและส่งออกของกลุ่มจะสะดุดจากปัญหาน้ำท่วม แต่เวลานี้สถานการณ์ได้เริ่มคลี่คลายแล้ว ดังนั้นจึงยังเชื่อว่าเป้าหมายการส่งออกของกลุ่มในปี 2554 ที่ตั้งไว้ที่ 2,000 ล้านบาทจะเป็นไปตามเป้าหมาย โดยยอดขายในปีนี้จะขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วกว่า 10% ส่วนในปี 2555 คาดยอดขายจะไม่มากไปกว่าปีนี้ เนื่องจากตลาดส่งออกหลักของไทยทั้งยุโรป อเมริกา และญี่ปุ่น เศรษฐกิจยังไม่ดี ดังนั้นจึงจะเน้นในเรื่องการปรับปรุงกิจการภายในให้ดีขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต  อย่างไรก็ดีเขากล่าวทิ้งท้ายว่า หากในปีหน้าเกิดน้ำท่วมใหญ่อีก มีโอกาสสูงที่ทางกลุ่มจะเลิกกิจการในกรุงเทพฯ และเปลี่ยนไปหาที่อื่นอยู่แทน

 

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.