Switch to: uk
22 May 2012 10:53AM

'ไนซ์กรุ๊ป'สยายปีกรุกกัมพูชา

09 Jan 12 ,  ฐานเศรษฐกิจ
  • 0

 "ไนซ์กรุ๊ป"โดดลุยกัมพูชาเต็มสูบ  ประกาศผุดโรงงานผลิตเสื้อผ้ากีฬาอีก 4 โรงรวด เพิ่มกำลังการผลิตอีก 28 ล้านตัวใน 8 ปี  จ้างงานชาวกัมพูชากว่า 10,000 คน เฟสแรกผลิตได้กลางปีนี้ ชี้ปัจจัยหลักบีบลงทุนเพื่อนบ้าน จากแรงงานขาดแคลนหนัก ค่าแรง 300 บาท จ่อขยับดันต้นทุนพุ่ง เล็งเป้าปี 55 ยอดขายโต 5% ได้อีเวนต์บอลยูโร 2012 ช่วยดัน จากปี 54 ยอดขาย และยอดผลิตหดตัวกว่า 20%


นายประสพ  จิรวัฒน์วงศ์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไนซ์กรุ๊ป ผู้ผลิตและส่งออกเสื้อผ้ากีฬารายใหญ่สุดของประเทศ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่า จากปัญหาการขาดแคลนแรงงานในไทย ปัจจัยจากค่าจ้างขั้นต่ำที่จะปรับเพิ่มเป็น 300 บาท/วัน ตามนโยบายของรัฐบาล รวมถึงปัจจัยเสี่ยงใหม่คือปัญหาน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นอีก  ส่งผลให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้นถูกบีบให้ออกไปลงทุนต่างประเทศ

ล่าสุดทางกลุ่มได้ตัดสินใจขยายการลงทุนตั้งโรงงานในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเลือกประเทศกัมพูชาเป็นฐานการผลิตแห่งใหม่ ความคืบหน้าได้ลงมือก่อสร้างโรงงานในเฟสแรกแล้ว โรงงานแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรมเกาะกง คาดจะแล้วเสร็จและเริ่มผลิตได้ในกลางปีนี้ สำหรับในเฟสแรกนี้ได้ใช้เงินลงทุนประมาณ 200 ล้านบาท เพื่อใช้ก่อสร้างโรงงาน การซื้อเครื่องจักร และค่าเช่าที่ดินสัญญาเช่า 10 ปี

"ตามแผนที่วางไว้ในเฟสแรกจะใช้ทั้งหมด 1,500 จักร ผลิตได้ประมาณปีละ 7 ล้านตัว จะค่อยๆ เพิ่มกำลังการผลิตให้ได้ตามเป้าหมายไม่เกิน 2 ปี จากนั้นมีแผนจะลงทุนในเฟสที่ 2 , 3 และ 4 เฟสละประมาณ 2 ปี ลงทุนอีกเฟสละ 150-200 ล้านบาท หรือรวมทั้ง 4 เฟส กำลังผลิต 28 ล้านตัวใน 8 ปี หรืออาจเร็วกว่านั้น  หากเต็มโครงการจะเพิ่มการจ้างงานให้ชาวกัมพูชากว่า 1 หมื่นคน เหตุผลที่เราเลือกกัมพูชา เพราะอยู่ใกล้ไทย  มีแรงงานจำนวนมาก ค่าจ้างยังไม่สูงตกประมาณ 100 บาท/วัน ขณะเดียวกันการส่งออกสามารถเลือกได้ 2 ทางคือ ผ่านท่าเรือสีหนุวิลล์ หรือท่าเรือแหลมฉบังของไทยก็ได้เพราะระยะทางพอๆ กัน"

นายประสพ กล่าวอีกว่า การตั้งโรงงานในกัมพูชาจะช่วยกระจายความเสี่ยง ช่วยลดต้นทุน ช่วยรองรับความต้องการของลูกค้าที่จะขยายตัวเพิ่มมากขึ้น รวมถึงช่วยเพิ่มรายได้ให้กับกลุ่มในอนาคต อีกทั้งการตั้งฐานในกัมพูชามีผลดี เพราะการส่งออกสินค้าจากกัมพูชาได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าจากสหภาพยุโรป(อียู) และแคนาดา เวลานี้มีผู้ประกอบการเครื่องนุ่งห่มหลายกลุ่มจากประเทศไทยได้เริ่มขยายฐานการผลิตไปในกัมพูชา ตั้งโรงงานในพนมเปญ ปอยเปต เป็นต้น

สำหรับผลประกอบการของไนซ์กรุ๊ป ในปี 2554 ที่ผ่านมา มีมูลค่าการส่งออกลดลงจากปี 2553 ประมาณ 20% จากปี 2553 ไนซ์กรุ๊ป ซึ่งมีโรงงานผลิต 6 แห่ง ใน 4 จังหวัดของไทย ได้แก่ นนทบุรี ขอนแก่น นครราชสีมา หนองบัวลำภู และอีก 1 แห่งที่เมืองชิงเต่าของจีน มียอดขายรวม 210 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 6,500 ล้านบาท) ส่วนด้านปริมาณการส่งออกลดลงจากปี 2553 ประมาณ 25% (ปี 2553 ส่งออก 34 ล้านตัว ลดลงเหลือ 27.2 ล้านตัว) มีปัจจัยหลักจากการขาดแคลนแรงงาน ส่งผลถึงการผลิตไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ทำให้คำสั่งซื้อส่วนหนึ่งของลูกค้าได้กระจายไปที่อื่น และผลจากช่วงปลายปี 2554 เกิดน้ำท่วมใหญ่ในไทย การผลิตไม่สามารถทำได้เต็มประสิทธิภาพ เพราะโรงงานที่เกี่ยวเนื่อง เช่น โรงงานทอผ้าผืนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมส่งผ้าให้ไม่ทัน

"ในปี 2555 นี้ ทางกลุ่มได้ตั้งเป้ายอดขายจะเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 5% ส่วนยอดผลิตตั้งเป้าจะอยู่ที่ระดับ 28-29 ล้านตัว ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่น่าไว้ไจ ปัญหาขาดแคลนแรงงาน ปัญหาต้นทุนค่าจ้างขั้นต่ำที่จะปรับเพิ่มขึ้น แต่การปรับราคาสินค้าปรับไม่ได้มากปัญหาภัยธรรมชาติที่เราต้องบริหารจัดการให้ดี ขณะที่ลูกค้าหลัก 3 รายใหญ่(ไนกี้, อาดิดาส,ฟุต ล็อคเกอร์)ก็ทำแผนธุรกิจแบบค่อนข้างระมัดระวังตัว แต่ในปีนี้มี 2 อีเวนต์ใหญ่คือ ฟุตบอลยูโร 2012  และบาสเกตบอล NBA ที่จะกลับมาแข่งขันตามปกติ น่าจะช่วยเพิ่มยอดสั่งซื้อได้"

นายประสพ กล่าวถึงอนาคตของโรงงานผลิตของกลุ่มในไทยว่า อยากจะรักษาฐานไว้ให้นานที่สุด แต่จะอยู่ได้นานแค่ไหนขึ้นกับหลายปัจจัย อาทิ การเมืองในประเทศ  สถานการณ์ด้านแรงงาน ต้นทุนการผลิต รวมถึงสถานการณ์ด้านค่าจ้างแรงงานในประเทศเพื่อนบ้านหากปรับเพิ่มใกล้เคียงกับไทย การย้ายฐานก็จะยืดออกไป โดยเขาระบุว่า พม่าเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ทางกลุ่มให้ความสนใจในการลงทุน

 

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.