เสื้อผ้าแฟชั่นซึ่งมีมูลค่ารวมนับหมื่นล้าน เป็นอีกธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อุทกภัยในปีที่ผ่านมา เนื่องจากการปิดตัวของช่องทางการจำหน่ายกำลังซื้อและอารมณ์ในการจับจ่ายของผู้บริโภค โดยฝั่งห้างใหญ่อย่าง เดอะมอลล์ ได้ประเมินมูลค่าการสูญเสียไว้ถึง 6-7 พันล้านบาท แต่ขณะนี้มีรายงานจากหลายแบรนด์ว่าสินค้าเริ่มส่งสัญญาณที่ดีแล้ว
แฟชั่นเมืองท่องเที่ยวยังบูม
นายสุรเชษฐ มุ้งทอง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท คิวเอส รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้แทนจัดจำหน่ายเสื้อผ้าแฟชั่นแบรนด์ควิกซิลเวอร์ (Quiksilver) ร็อกซี่ (Roxy) และ ดีซี (DC) เปิดเผยว่า ยอดขายเสื้อผ้าแฟชั่นกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง หลังจากชะลอตัวไปในช่วงน้ำท่วม แต่ในส่วนของบริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว เนื่องจากยอดขายที่มีการชะลอตัว มีเพียงบางจุดในกรุงเทพฯ แต่ช่องทางการจำหน่ายในแหล่งท่องเที่ยวเติบโตขึ้นมาก ทั้งในหัวหิน พัทยา และภูเก็ต ส่งผลให้ปีที่ผ่านมายังมียอดขายที่ 350 ล้านบาท เติบโต 25% ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้เพียง 2-3% ขณะที่ปี 2555 ยังคง
ตั้งเป้าหมายการเติบโตอย่างน้อย 25%
สำหรับแผนการตลาดในปีนี้ จะมุ่งเน้นไปที่การขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ นอกเหนือจากกลุ่มเดิมที่มีจุดขายทางด้านกีฬาเป็นหลัก ล่าสุด มีโครงการ Quiksilver & Roxy Design Competition 2012 เวทีความคิดสร้างสรรค์สำหรับคนรุ่นใหม่ ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 โดยการจัดงานครั้งแรกในปี 2553 มีผู้เข้าร่วมส่งผลงานประกวดกว่า 1,100 ชิ้น ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก แต่ในช่วงปลายปี 2554 มีเหตุการณ์น้ำท่วม จึงเลื่อนการจัดงานครั้งที่ 2 มาเป็นต้นปีนี้
ผลของการจัดงานในครั้งแรก ส่งผลให้กลุ่มคนรุ่นใหม่รู้จักแบรนด์มากขึ้น อีกทั้งยังนำมาผลิตเป็นคอลเล็กชั่นพิเศษ โดยมีราคาประมาณ 950-1,000 บาท ต่ำกว่าคอลเล็กชั่นทั่วไปที่มีราคาเฉลี่ย 1,200 บาท
เพื่อสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้ทดลองซื้อสินค้า จนทำให้คอลเล็กชั่นพิเศษดังกล่าวถูกจำหน่ายจนหมด ส่งผลให้เกิดโครงการในปีที่ 2 มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้โครงการดังกล่าวยังมีจัดขึ้นที่ประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ด้วย โดยผู้ชนะของแต่ละประเทศจะเข้ามาทำการเวิร์กช็อป (Workshop) กันอีกครั้ง เพื่อชิงตำแหน่งสุดยอดผู้ออกแบบของเวทีแห่งนี้
ขยับดีไซน์รับสภาพอากาศ
ส่วนแผนการขยายสาขาในปีนี้ จะมุ่งเน้นไปที่แหล่งท่องเที่ยวเป็นหลัก โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีอัตราการเติบโตที่ดีมาก โดยในปีนี้บริษัทจะเปิดช่องทางการจำหน่ายประมาณ 10 แห่ง ใช้งบลงทุนแห่งละประมาณ 7-15 ล้านบาท หลังจากนี้จะขยายช่องทางการจำหน่ายไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ใช่ทะเลต่อไป เนื่องจากได้รับความนิยมจากลูกค้าในวงกว้าง นอกเหนือจากการสวมใส่เพื่อเล่นกีฬาทางน้ำ แต่เป็นเสื้อผ้าแฟชั่นที่เหมาะสมกับกิจกรรมกลางแจ้งและสำหรับชีวิตประจำวันโดยทั่วไป และในปีนี้บริษัทได้เตรียมแผนการสร้างคลังสินค้าแห่งใหม่ในจังหวัดภูเก็ต พื้นที่ 250 ตร.ม. คาดการณ์ว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 20-30 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นคลังสินค้าแห่งที่ 2 หลังจากที่บริษัทได้สร้างคลังสินค้า ในถนนบางนาพื้นที่ 1,200 ตร.ม. เบื้องต้นบริษัทจะเริ่มสร้างเป็นคลังสินค้าขนาดย่อม พื้นที่ 80-100 ตร.ม. ในปีแรก ทั้งนี้ เพื่อรับกับการเติบโตของช่องทางการจำหน่ายในภาคใต้ ซึ่งมีทะเลเป็นจุดขาย โดยปีนี้
คาดว่า ยอดขายจากทางภาคใต้ จะเพิ่มจาก 35% จาก 25% ขณะที่ยอดใช้จ่ายต่อครั้งยังสูงกว่าพื้นที่อื่นๆ กว่า 25% เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ
สำหรับแผนการนำเข้าแบรนด์ใหม่ มีแผนการทำตลาดแฟชั่นของกลุ่มสุภาพสตรีมากขึ้น หลังจากที่เคยทำตลาดกลุ่มเด็กไปในช่วงที่ผ่านมา โดยในเดือน ส.ค.นี้ บริษัทจะเปิดแบรนด์ ควิกซิลเวอร์ วูแมน อย่างเป็นทางการ เพื่อเข้าในตลาดวัยรุ่นอายุ 24 ปีขึ้นไป และรวมถึงการนำเข้าแบรนด์ TONY HAWK เพื่อมาทำตลาดต่างประเทศอีก 1 แบรนด์ นอกจากนี้ บริษัทยังใช้งบประมาณอีก 100 ล้านบาท สำหรับการขยายสาขา แบ่งเป็นเพิ่มจุดกระจายสินค้าทั้งสิ้นจำนวน 10 แห่ง และ Shop 4 แห่งด้วยกัน
นายสุรเชษฐ์ กล่าวในตอนท้ายว่า ภาพรวมของตลาดแฟชั่นในปีนี้มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก โดยคาดว่าแต่ละแบรนด์จะมีการปรับตัวเพื่อรับกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ขณะที่ภาพรวมของตลาดจะเติบโตอย่างน้อย 10% ส่วนการแข่งขันทางด้านราคายังคงรุนแรงอย่างต่อเนื่อง แต่บริษัทจะไม่เน้นการทำโปรโมชั่นลดราคามากนัก โดยแบรนด์ควิกซิลเวอร์ มีราคา 1,250-1,450 บาท ส่วนแบรนด์ร็อกซี่ มีราคา 850-1,200 บาท ซึ่งสินค้าของ 2 แบรนด์มีราคา ต่างจากคู่แข่งประมาณ 50%
ซีเอ็มจีจัดหนักดึงยอด 60 ล้าน
นางปิยพรรณ จิราธิวัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาด เซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้งกรุ๊ป (ซีเอ็มจี) เปิดเผยว่า กำลังซื้อของผู้บริโภคที่มีต่อตลาดแฟชั่นในช่วงต้นปีเริ่มมีแนวโน้มฟื้นตัวดี หลังจากชะลอตัวไปในช่วงน้ำท่วมในปีที่ผ่านมา โดยสัญญาณที่ฟื้นตัวเริ่มมาตั้งแต่ช่วง คริสต์มาส ปีใหม่ ต่อเนื่องไปจนถึงตรุษจีน ดังนั้นจึงเป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับการจัดรายการส่งเสริมการขายงาน “ซีเอ็มจี แวร์เฮ้าส์ เซล” ครั้งที่ 13 (CMG Warehouse sale 2012) ถือเป็นการจัดงานลดราคาสินค้าประจำปีที่กำหนดการเดิมวางไว้ที่เดือนพ.ย.2554 แต่ต้องเลื่อนมาจัดในวันที่ 20-29 มกราคมนี้ ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว เนื่องจากเหตุการณ์น้ำท่วม ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม คาดว่าจะมียอดขาย 60 ล้านบาท จากลูกค้ากว่า 10,000 รายเพิ่มขึ้นจากปี 2553 ซึ่งมียอดขายภายในงาน 50 ล้านบาท
การจัดงานในครั้งนี้มีสินค้าแฟชั่นและสินค้าอื่นๆ ในเครือซีเอ็มจีกว่า 60 แบรนด์ อาทิ G2000, Miss Sixty, Energie, FCUK, Benetton, izzue, 5CM, Wrangler, Lee, Lee Cooper, S’Fare, Casualist, Jockey, นอกจากนี้ ยังมีเครื่องสำอาง อาทิ Elizabeth Arden, Payot, H2O Plus, Jurlique, Restoria นาฬิกา กล้องดิจิตอล กระเป๋า แบรนด์เนม และสินค้าเบ็ดเตล็ด รวมกว่า 10,000 รายการ โดยมีสิทธิพิเศษภายในงาน อาทิ ส่วนลดสูงสุด 80% สินค้า Shop Plus ราคาเริ่มต้น 50 บาท อั่งเปาตรุษจีน 100 บาท เมื่อซื้อสินค้าครบ 3,000 บาท
สินค้าแฟชั่นมุ่งจับแนวรบภูธร
นางปิยพรรณ กล่าวว่า สินค้าแฟชั่นที่มีแนว โน้มเติบโตดีคือ กลุ่มยีนส์ และกลุ่มรองเท้าซึ่งมียอดจำหน่ายที่ดีอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งกลุ่มนาฬิกา และเครื่องสำอาง ถือเป็นกลุ่มที่ลูกค้ายังให้ความสนใจ แต่ยอดการใช้จ่ายภายในงานถือว่ายังอยู่ในระดับที่ไม่เพิ่มมากนัก แต่ยอดรายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากจำนวนลูกค้าที่เข้ามาภายในงานเพิ่ม มากขึ้นทุกปี โดยกลุ่มอายุ 20-30 ปี เป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนการเข้ามาซื้อสินค้าเพิ่มมากขึ้นทุกปี จากเดิมที่เป็นกลุ่มผู้ใหญ่เป็นหลักทั้งนี้ ภาพรวมการแข่งขันของกลุ่มสินค้าแฟชั่นในปีนี้ ยังคงมีความรุนแรงต่อเนื่อง ทั้งจากแบรนด์ใหม่ที่เข้ามาเปิดตัวมากขึ้น อีกทั้งยังมีช่องทางการขายแห่งใหม่เกิดขึ้นอีกหลายจุด รวมทั้ง คนในต่างจังหวัดหันมาให้ความสำคัญกับแฟชั่นและการแต่งกาย แต่ละแบรนด์จึงหันมาจับกลุ่มคนต่างจังหวัดมากขึ้น ในส่วนกลยุทธ์การแข่งขัน จะไม่อยู่ที่การลดราคาแต่จะขึ้นอยู่กับกลยุทธ์การทำตลาดของแต่ละแบรนด์ ในส่วนของซีเอ็มจีจะมีการจัดงานลดราคาครั้งใหญ่ปีละ 2 ครั้ง และครั้งนี้ถือเป็นการลดราคาครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด นอกจากนั้น ยังคงมุ่งเน้นสร้างแบรนด์ และสร้างความ สัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า โดยปัจจุบันซีเอ็มจีมีสมาชิกบัตร CMG Plus Card รวมเกือบ 200,000 ราย เป็นลูกค้าที่มีความเคลื่อนไหวด้านการใช้จ่ายประมาณ 100,000 ราย













You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.