Switch to: uk
22 May 2012 10:59AM

เอกชนมั่นใจส่งออกครึ่งหลังฉลุย + อานิสงส์จีนคู่แข่งต้นทุนพุ่ง-คุณภาพสินค้าเดี้ยง/บาทอ่อนช่วยเพิ่มขีด

16 Jul 08 ,  ฐานเศรษฐฏิจ
  • 0
ส่งออกไทยสวนกระแสเศรษฐกิจโลกซบ เอกชนประสานเสียงครึ่งหลังยังขยายตัวต่อเนื่อง อานิสงส์จีนคู่แข่งสำคัญต้นทุนการผลิตพุ่งได้เปรียบไทยลดลง ขณะที่ลูกค้าเชื่อมั่นมาตรฐานสินค้าไทยเหนือจีนแห่นำเข้า อาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ สิ่งทอ ของขวัญ ของชำร่วย รองเท้า คุยออร์เดอร์คึกคัก

ากภาคการส่งออกของไทยในครึ่งปีแรกยังขยายตัวได้ดี โดยตัวเลข 5 เดือนส่งออกแล้วมูลค่า 70,944 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ล่าสุดศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยได้ออกมาคาดการณ์การส่งออกของไทยช่วงครึ่งปีหลังจะขยายตัวเพียง 13.2% จากครึ่งปีแรกที่คาดขยายตัว 21.1% มีปัจจัยสำคัญจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง และอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลกกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค

อย่างไรก็ดี จากโครงสร้างการส่งออกของไทยในปัจจุบันที่ได้ลดการพึ่งพิงตลาดหลัก(สหรัฐฯ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น)ลง และหันพึ่งพิงตลาดใหม่อย่างจีน อินเดีย อินโดจีน ตะวันออกกลาง และแอฟริกา เพิ่มขึ้น บวกกับทิศทางเงินบาทที่เริ่มอ่อนค่าลงตั้งแต่เดือนเมษายนถือเป็นปัจจัยบวกสำคัญ ที่จะส่งผลต่อการส่งออกของไทยในปี 2551 จะยังขยายตัวในระดับสูงแต่ในอัตราที่ชะลอตัวลงจากปี 2550 โดยคาดจะขยายตัวที่ 16.9% (สูงกว่าเป้าหมายของนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รัฐมนตรีพาณิชย์ที่ตั้งเป้าหมายขยายตัวที่ 15%) จากปีที่แล้วขยายตัว 17.5% อย่างไรก็ตามจากการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการในหลายสินค้าของ "ฐานเศรษฐกิจ" ต่างระบุในทิศทางคล้ายกันว่า การส่งออกในครึ่งปีหลังยังมีแนวโน้มการขยายตัวต่อเนื่อง

นายไพบูลย์ พลสุวรรณา ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ในภาพรวมการส่งออกสินค้าอาหารครึ่งปีแรกยังขยายตัวดี และช่วงครึ่งปีหลังยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องเป็นผลพวงจากเวลานี้โลกกำลังเผชิญกับปัญหาวิกฤติอาหารที่ขาดแคลนและมีราคาสูง ถือเป็นโอกาสของไทยในการส่งออก นอกจากนี้ภาพลักษณ์สินค้าอาหารของไทยในสายตาผู้บริโภคทั่วโลกได้รับการยอมรับเรื่องคุณภาพมาตรฐานที่เหนือกว่าคู่แข่งสำคัญอย่างจีน คาดทั้งปีไทยจะสามารถส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารได้มากกว่า 600,000 ล้านบาท

สอดคล้องกับ ดร.ขัติยา ไกรกาญจน์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ส.อ.ท.ที่กล่าวว่า การส่งออกสินค้ากลุ่มนี้ในช่วงครึ่งปีแรกยังขยายตัวได้ดี โดยเครื่องใช้ไฟฟ้าขยายตัวสูงถึง 15% และอิเล็กทรอนิกส์ขยายตัวประมาณ 12% เป็นผลจากจีนคู่แข่งสำคัญมีต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น อันเนื่องมาจาก 3 ปัจจัยหลักคือ หนึ่ง รัฐบาลจีนได้ลดการอุดหนุนการส่งออก สอง กฎหมายแรงงานฉบับใหม่ ส่งผลให้ผู้ประกอบการของจีนมีต้นทุนค่าจ้างแรงงานที่สูงขึ้น และสาม นโยบายค่าเงินลอยตัว ส่งผลให้เงินหยวนของจีนมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น และจะทำให้สินค้าส่งออกของจีนมีราคาสูงขึ้น ขณะที่เงินบาทอ่อนค่าลงเฉลี่ยเวลานี้อยู่ที่ระดับ 33 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลดีทำให้ความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในภาพรวมปรับตัวดีขึ้น

คาดการณ์ว่าช่วงครึ่งปีหลังการส่งออกสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จะยังขยายตัวได้ดี ภาพรวมจะขยายตัว 10-12%(ปี 2550 ไทยส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์มูลค่า 47,342 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯคิดเป็นสัดส่วน 31% ของการส่งออกในภาพรวม)

นายวัลลภ วิตนากร เลขาธิการ สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย กล่าวว่า การส่งออกเครื่องนุ่งห่มของไทยครึ่งปีแรกยังขยายตัวได้ดีในทุกตลาดทั้งสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น อาเซียน ยกเว้นตลาดใหญ่คือสหรัฐอเมริกาซึ่งการส่งออกขยายตัวประมาณ 1% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัญหาซับไพรม์(หนี้ด้อยคุณภาพภาคอสังหาริมทรัพย์) ทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง สำหรับครึ่งปีหลังการส่งออกเครื่องนุ่งห่ม และสิ่งทอของไทยมีแนวโน้มส่งออกได้มากขึ้นเพราะเป็นฤดูการซื้อขาย นอกจากนี้เป็นผลจากจีนได้ลดการส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มโดย หันไปทำตลาดในประเทศมากขึ้นเพราะเป็นตลาดที่ใหญ่ และเริ่มมีกำลังซื้อสูงขึ้นตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ยังร้อนแรง ซึ่งจะส่งผลดีต่อการส่งออกของไทย

เช่นเดียวกับนายจิรบูลย์ วิทยสิงห์ นายกสมาคมของขวัญของชำร่วยไทย และของตกแต่งบ้าน ที่กล่าวว่า จากการที่สินค้าจีนมีปัญหาเรื่องคุณภาพมาตรฐาน และต้นทุนการผลิตสูงขึ้น มีผลให้ขณะนี้ลูกค้าที่เคยสั่งซื้อสินค้าจีนได้หันมาสั่งซื้อสินค้าจากไทยมากขึ้น และผลจากนโยบายการขยายตลาดส่งออกใหม่ๆ ของกระทรวงพาณิชย์ กำลังส่งผลให้ผู้ประกอบการของขวัญของชำร่วยฯของไทยได้ลูกค้าเพิ่มขึ้นในแถบยุโรปตะวันออก ตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย และรัสเซีย คาดทั้งปีการส่งออกสินค้าในกลุ่มนี้จะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 10% จากเดิมตั้งเป้าขยายตัวไว้ที่ 6.2-6.5% (ปี 2550 ไทยส่งออกสินค้ากลุ่มนี้ประมาณ 50,000 ล้านบาท)

ขณะที่นายมิ่งพันธ์ ฉายาวิจิตรศิลป์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมรองเท้า ส.อ.ท. กล่าวว่า จากการที่สินค้ารองเท้าจากจีน ถูกอียูใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด(เอดี)ทำให้ต้องเสียภาษีนำเข้าในอัตราสูง ส่งผลไทยได้เปรียบและได้รับคำสั่งซื้อจากอียูเพิ่มขึ้น ครึ่งปีหลังการส่งออกรองเท้าของไทยในภาพรวมน่าจะยังขยายตัวได้ดี ทั้งปีคาดขยายตัว 5-10%

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.