|
นายอดิศักดิ์ โรหิตะศุน รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงผลการสำรวจความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2550 จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างครอบคลุม 35 กลุ่มอุตสาหกรรม ยังมีตัวเลขที่ไม่ดีต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 โดยอยู่ที่ระดับ 82.7 ลดลง เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม อยู่ที่ระดับ 83.6 และถือว่าต่ำสุดในรอบ 6 เดือน ซึ่งปัจจัยที่ยังทำให้ผู้ประกอบการมีความกังวลในอันดับแรก คือ การเมือง และความไม่สงบภายในประเทศ รวมทั้งปัญหาภาวะเศรษฐกิจ ส่งผลให้ความต้องการซื้อสินค้าลดลงไป ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งนี้ ในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา ระดับปริมาณสินค้าคงเหลืออยู่ในระดับเพิ่มขึ้น เนื่องจากยอดคำสั่งซื้อและยอดขายไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้น โดยดัชนียอดคำสั่งซื้อในประเทศอยู่ที่ระดับ 85.4 ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อน อยู่ที่ระดับ 88.9 ในขณะที่ยอดคำสั่งซื้อต่างประเทศอยู่ที่ระดับ 96 ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนอยู่ที่ระดับ 97.6 สำหรับปัจจัยที่มีผลกระทบต่อกิจการในแต่ละอุตสาหกรรม พบว่าส่วนใหญ่ยังกังวลกับการชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจโลก สถานการณ์การเมืองในประเทศ รวมถึงราคาเชื้อเพลิงและค่าบริการสาธารณูปโภคที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ทำให้ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการลดลง ส่วนผลกระทบจาก ค่าเงินบาทที่แข็งค่ามากขึ้น ที่เกิดจากมาตรการสำรอง 30% ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นั้น มีผลกระทบต่อการส่งออก แต่ถ้าจะมีการยกเลิกมาตรการดังกล่าวก็จะยิ่งทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นไปอีก "เอกชนคาดหวังว่าหากรัฐ เร่งการเบิกจ่ายงบประมาณให้ได้เดือนละ 2 แสนล้านบาท ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ รวมทั้งความพยายามในการแก้ไขปัญหาการเมืองและความไม่สงบในประเทศ ซึ่งเชื่อว่า การทำงานของ คมช. เริ่มจะรู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหนได้แล้ว น่าจะทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นกลับมาดีขึ้นได้บ้างในช่วงปลายไตรมาส 2 หรือต้นไตรมาส 3 ของปีนี้ ซึ่งคงต้องให้เวลากันบ้าง" นายอดิศักดิ์ ระบุ นายอดิศักดิ์ เปิดเผยอีกว่า สิ่งที่ภาคเอกชนต้องการให้รัฐบาลชุดนี้เข้ามาแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน คือ เร่งแก้ไขปัญหาความไม่สงบในประเทศ การออกมาตรการกระตุ้นการบริโภคของประชาชน เพราะปัจจุบันการบริโภคลดลงเป็นอย่างมาก และสร้างบรรยากาศทางการเมืองให้มีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น |
















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.