นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ เปิดมุมมองการเมืองไทย กับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง และผลที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย ในมุมมองทั้งเชิงบวกและเชิงลบ ในระหว่างการเข้าพบของคณะกรรมการสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ วานนี้ (20 เม.ย.) ว่า การชุมนุมของเสื้อแดงขณะนี้ ไม่มีเรื่องดีที่สุด ใครจะชนะหรือแพ้ก็ไม่ดี
"ผมมองว่า วิกฤตินี้ต้องแก้ด้วยวิธีสันติเท่านั้น ถ้าทุกคนยอมลดราวาศอก ที่เรียกว่า “ชนะคือแพ้ แพ้คือชนะ” อย่างไรก็ตาม แม้ท้ายที่สุดผู้ชุมนุมเสื้อแดงจะมีการยุติการชุมนุมไป แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะจบสิ้นได้ง่ายๆ เพราะอาจจะเป็นแค่การเปลี่ยนรูปแบบของการชุมนุมเป็นแบบ “ใต้ดิน” ซึ่งจะยิ่งก่อกวนมากขึ้น ไม่ว่าทางไหน เราผู้เป็นพ่อค้าก็คงมีแต่รับกรรม ส่วนประชาชนก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร หากจะให้ประชาชนได้ประโยชน์ก็ต้องถอยคนละก้าว ทุกอย่างเสร็จยิ่งเร็วยิ่งดี
จีดีพีกระทบแน่
สำหรับผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ จีดีพีของไทยต้องกระทบแน่ เพราะการลงทุนไม่มี การท่องเที่ยวก็ไม่มี ผมเชื่อว่าเศรษฐกิจต้องมีทางออก อย่างไร ทุกอย่างก็ต้องเดินไปข้างหน้า ถ้าสถานการณ์วุ่นวายทุกอย่างจบเร็ว ก็สามารถเดินไปข้างหน้าได้เร็ว ถ้าช้าก็เป็นบุญเป็นกรรม
ในมุมมองของนักธุรกิจครั้งนี้ ดูเหมือนไม่ได้ออกมาแสดงว่าคิดเห็นอะไรมากมาย สำหรับจุดยืนของผมมองว่าสถานการณ์ขณะนี้เป็นกลางดีที่สุด ตอนนี้นักธุรกิจก็คงไม่อยากทำอะไร อยู่เฉยๆ ปลอดภัยที่สุด
คิดบวก-เน้นสันติ หนุนประเทศทันสมัย
จริงๆ แล้วผมกลับมองสถานการณ์นี้แง่บวก ถ้าไทยผ่านวิกฤตินี้ไปได้ สามารถคุยกันได้รู้เรื่อง แก้แล้วไม่มีเหตุการณ์อะไรร้ายแรง อาจเป็นผลบอกของประเทศ นำประเทศไทยก้าวไปสู่ความทันสมัย เพราะรัฐบาล หรือคนที่จะมาเป็นรัฐบาลต่อไปต้องคิดแล้วว่าหากม็อบเสื้อแดงยังสามารถชุมนุมกันได้ขนาดนี้ ต่อไปรัฐจะมาทำอะไรซุ่มซ่ามไม่ได้อีกแล้ว มันเหมือนประเทศไทยก้าวขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง
การต่อสู้ของคน 2 ฝ่าย คือการวัดกันว่าใครสามารถอดทนได้มากกว่ากัน เพราะต่างคิดว่าคนเป็นผู้นำก็ต้องมีอาการเบื่อ อย่างแกนนำเสื้อแดงซึ่งมีเพียง 4-5 คน เป็นไปได้ที่อาจจะเลิกราไปเอง
มองบวกอีกด้านหนึ่งในฝั่งกลุ่มม็อบเสื้อแดง ต้องบอกว่า ม็อบของไทยใช้ได้ ยังอยู่ในความสงบเรียบร้อย ไม่มีการปล้น หรือสร้างความเสียหาย ไม่เหมือนสมัยก่อน จริงๆ การคุมม็อบแบบนี้อันตรายมาก ดังนั้น ผมจึงมองเรื่องนี้ในแง่บวก ที่เป็นห่วงคือเรื่องมือที่ 3 มากกว่าเพราะไม่รู้ว่าเป็นกลุ่มไหน
แต่จะไปว่าตอนนี้ม็อบเป็นเหมือนเฟสติวัล (Festival) ปะทะกันรุนแรงขนาดนี้แล้วยังคุยกันรู้เรื่อง แสดงว่าคนไทยมีความอดทนสูง ต่างประเทศมองเข้ามายังชื่นชมทั้งฝ่ายรัฐบาลและม็อบ เพราะเค้าเข้ามาแล้วประเทศไทยขณะนี้ดูอันตรายมาก แต่คนไทยก็ยังมองเหมือนไม่มีอะไร มากกว่านั้น หากครั้งนี้เราสามารถจบลงได้อย่างสันติอย่างแท้จริง ไทยจะกลายเป็นแพทเทิร์นของการชุมนุมทางการเมือง หรือม็อบให้กับประเทศอื่นๆ นำไปปฏิบัติตาม
เลือกทางที่ดีที่สุดให้กับประชาชน
ถามว่าทางออกไหนน่าจะดีที่สุด ถ้าผมเป็นนายกรัฐมนตรี หรือคนที่สามารถตัดสินใจได้ในเหตุการณ์นี้ว่าจะทำอย่างไร จริงๆ ถ้าเป็นผม ผมจะไปคุย หาก 2 รอบยังไม่พอ ก็จะขอคุยรอบที่ 3 และหากเจรจาจนถึงที่สุดแล้ว จำเป็นจริงๆ ก็อาจต้องให้ตามขอ คือยุบสภา ถ้าจำเป็นก็ต้องโอเค แต่ก็ต้องให้ประชาชนรู้ว่าทำไมถึงตัดสินใจเช่นนี้ เพื่อประโยชน์ของประเทศอย่างไร เพราะปัจจุบันรัฐบาลก็แนวหนึ่ง เสื้อแดงก็แนวหนึ่ง แบบนี้นักธุรกิจยิ่งเครียด ดังนั้น หากมีการยุบสภาตอนนี้ ฐานะนักธุรกิจก็รับได้ ดีกว่าให้ยืดเยื้อแบบนี้
หากมีทางออกอยู่ 3 ทาง คือ ยุบสภา, ลาออก, รัฐประหาร ผมขอเลือกให้นายกรัฐมนตรีลาออก น่าจะดีที่สุด และเลือกคนที่ดีที่สุดขึ้นมา เพราะแน่นอนว่าหากปฏิวัติประเทศไทยก็จะไม่เป็นที่ยอมรับของต่างประเทศ และจะยิ่งทำให้ทุกอย่างแย่ลง













You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.