นายสมบุญ ประสิทธิ์จูตระกูล นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากปัจจัยลบทาง
เศรษฐกิจและการเมือง ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ตั้งแต่เหตุวางระเบิดในกรุงเทพฯ ช่วงส่งท้ายปีเก่า นอกจากนี้
ความรุนแรงจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ไม่เคยส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ มาปีนี้กลับ
ส่งผลกระทบโดยตรง โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว ปัจจัยทั้งหมดทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจชะลอตัว
กระทบกำลังซื้อของ ผู้บริโภคที่ระวังการใช้จ่ายมากขึ้น
นอกจากนี้ การเลือกตั้งครั้งใหม่ที่จะเกิดขึ้นในปลายปีนี้ ซึ่งยังไม่มีความแน่นอน ก็เป็นอีกปัจจัยที่ฉุด
ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในการอออกมาจับจ่ายใช้สอย เช่นเดียวกับการที่ภาครัฐออก พ.ร.บ.ค้าปลีก
ออกกฎหมายควบคุมการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ และออก พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
รวมไปถึงมาตรการกันสำรอง 30% ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นปัจจัยลบที่ฉุดความ เชื่อมั่นของผู้
บริโภคทั้งสิ้น
สำหรับธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยที่เกิดขึ้นโดยตรง ประกอบไปด้วย สินค้าฟุ่มเฟือย เช่น เสื้อผ้า
นาฬิกา เครื่องประดับ และเครื่องใช้ไฟฟ้า นอกจากนี้ ธุรกิจค้าปลีกก็ถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ได้รับผล
กระทบจากปัจจัยลบที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในช่วงแรกของเหตุการณ์ลอบวางระเบิดในกรุงเทพฯ ซึ่งบาง
แห่งผู้บริโภคลดลงถึง 80% แม้ปัจจุบันเหตุการณ์จะเริ่มคลี่คลายในทิศทางที่ดีขึ้น แต่จนถึงขณะนี้ ยอด
ลูกค้ายังลดจากปกติ 20%
ขณะที่พฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค ก็หันมาซื้อสินค้าที่จำเป็นต่อการใช้ในชีวิตประจำวัน
แทนซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย ส่งผลให้ห้างค้าปลีกรายใหญ่ ต้องหันมาทำโปรโมชันสินค้าถี่ขึ้น หนักขึ้น
นายสมบุญ กล่าวว่า จากปัจจัยลบดังกล่าว ผู้ประกอบการควรปรับแผนหันมาวิเคราะห์การทำงานมากขึ้น
ต้องปรับแผนถี่ขึ้นทุกไตรมาส เนื่องจากผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมตลอดเวลา คาดครึ่งปีหลังทุกอย่างน่า
จะปรับตัวดีขึ้น และภาพรวมของสินค้าอุปโภค-บริโภค หรือคอนซูเมอร์ทั้งปี น่าจะโตไม่ถึง 5% ลดลง
จากปีที่ผ่านมา ที่เติบโตอยู่ที่ 5%
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าว
ว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยปีนี้ ยังห่างไกลจากปี 2540 เพราะยังมีภูมิคุ้มกันอีกมาก ยังมีเงินในระบบ แต่ไม่
มั่นใจในการใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลบริหารงานผิดพลาด อาจทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจเช่น
เดียวกับปี 2540 เนื่องจากขณะนี้การลงทุนของภาคเอกชนเริ่มชะลอตัวลง ซึ่งรัฐต้องเร่งกระตุ้นการ ใช้
จ่ายให้มากขึ้น แม้ปัจจุบันได้เบิกจ่ายงบประมาณกระจายไปจังหวัดต่างๆ แล้ว ทั้งนี้ เมื่อมีการเลือกตั้ง
รัฐบาลชุดใหม่ รวมถึงโครงการลงทุนขนาดใหญ่ (เมกะโปรเจกต์) คาดว่าจะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยเริ่มดี
ขึ้นปลายไตรมาส 3 หรือ ต้นไตรมาส 4
ขณะที่ นายบุญฤทธิ์ มหามนตรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและจำหน่าย
สินค้าอุปโภคบริโภค ให้ความเห็นว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคเริ่มเงียบ เพราะผล
กระทบจากปัญหาระเบิด ราคาน้ำมัน และล่าสุดคือเรื่องค่าเงินบาท ส่งสัญญาณไม่ดีต่อผู้ผลิตสินค้า
อุปโภคบริโภค ซึ่งโดยปกติสินค้ากลุ่มนี้เป็นปัจจัย 4 จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน จะได้รับผลกระทบน้อย
ต้นปีที่ผ่านมา อัตราการเติบโตของสินค้าอุปโภคบริโภคอยู่ที่ประมาณ 2-3% จากปีที่แล้ว ตลาดรวมมี
การเติบโต 5%
นางชฎาทิพย์ จูตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามพิวรรธน์ ผู้บริหาร ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์
สยามดิสคัฟเวอรี่ กล่าวว่า ช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ กำลังซื้อของผู้บริโภคที่เข้ามาจับจ่ายใช้สอยในศูนย์
การค้าอยู่ในภาวะทรงตัว
ขณะที่จำนวนผู้ใช้บริการไม่ได้ลดลง โดยสยามเซ็นเตอร์ มีผู้ใช้บริการประมาณ 1 แสนคนต่อวัน ส่วน
สยามดิสคัฟเวอรี่มี ผู้ใช้บริการประมาณวันละ 7.5 หมื่นคน ลดลงเล็กน้อย เนื่องจาก มีการปรับปรุง โรง
ภาพยนตร์ ซึ่งคาดว่าจะเสร็จในเดือนพฤษภาคมนี้













You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.