นายเกริกไกร จีระแพทย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงตัวเลขการส่งออกเดือนมีนาคมว่า มี
มูลค่า 1.31 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 18.4% เทียบจากเดือนเดียวกันของปีก่อน ถือว่าเป็นการส่ง
ออกที่มีมูลค่าสูงกว่า 1.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เป็นครั้งแรกในประวัติการณ์การส่งออกของไทย
ทางด้านการนำเข้ามีมูลค่า 1.08 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 0.58% จากเดือนเดียวกันปีก่อน ทำให้
ดุลการค้าเกินดุล 2.26 พันล้านเหรียญสหรัฐ เทียบช่วงเดือนเดียวกันปีก่อนที่เกินดุลการค้า 291.8 ล้าน
เหรียญสหรัฐ
สำหรับตัวเลขการส่งออก 3 เดือนแรกของปี 2550 (มกราคม-มีนาคม) มีมูลค่ากว่า 3.48 หมื่นล้านเหรียญ
สหรัฐ เพิ่มขึ้น 18.2% หรือคิดเป็น 23.86% ของเป้าหมายการส่งออก นำเข้ามีมูลค่า 3.05 หมื่นล้าน
เหรียญสหรัฐ เพิ่ม 2% ส่งผลให้ดุลการค้าเกินดุล 4.27 พันล้านเหรียญสหรัฐ เทียบช่วงเดียวกันของปี
ก่อนที่ขาดดุล 492.4 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยสินค้าที่มีการส่งออกสูงสุดในเดือนมีนาคม ได้แก่ สินค้า
เกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร เพิ่มขึ้น 20.4% โดยเฉพาะข้าว มันสำปะหลัง สินค้าอาหาร เช่น กุ้ง
แช่แข็งแปรรูป ผักและผลไม้สด ไก่แช่แข็งและแปรรูป น้ำตาล ยางพารา เป็นต้น
ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมขยายตัว 16.4% ได้แก่ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ วัสดุก่อสร้าง
ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องเดินทาง เครื่องหนังและรองเท้า เครื่องสำอาง สินค้าอื่นๆ ขยายตัว 24.6% สินค้าที่
ส่งออกเพิ่มขึ้น ได้แก่ เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ในด้านตลาดนั้นขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่าง
ต่อเนื่องทุกแห่ง ตลาดใหม่ที่ขยายตัว 26.2% ตลาดเพิ่มขึ้นสูงสุดได้แก่ ยุโรปตะวันออก 67.8% อินเดีย
55.1% ออสเตรเลีย 52.5% ตลาดหลักขยายตัว 12.6% ได้แก่ สหภาพยุโรป 20.9% ญี่ปุ่น 21.2% และ
อาเซียนเพิ่ม 9.1%
"การส่งออกในเดือนมีนาคมถือว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ใหม่ของการส่งออก ทำให้ในช่วง 3 เดือนแรก มี
อัตราขยายตัวที่สูงขึ้นตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีการปรับเป้าการส่งออกทั้งปี
ที่คาดว่าจะขยาย 12.5% เพราะเชื่อว่ามีโอกาสทำได้ตามเป้าสูง ส่วนการนำเข้ายอมรับว่าต้องจับตาอย่าง
ใกล้ชิด เพราะอาจจะกระทบต่ออัตราการผลิตในอนาคต ซึ่งการนำเข้าที่ลดลงในขณะนี้มาจากค่าเงินบาท
ที่ผันผวน ทำให้ผู้ประกอบการรอดูสถานการณ์" นายเกริกไกร กล่าว
นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจขณะนี้ไม่ใช่มี
แต่ข้อมูลไม่ดี แต่มีส่วนดีอยู่บ้าง เช่น ภาคการส่งออกที่เติบโตค่อนข้างดี ในช่วงไตรมาสแรกปี 2550
ขยายตัวถึง 18% ซึ่งเป็นอัตราที่สูงมาก แม้ค่าเงินบาทจะแข็งค่ากว่าปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามการส่งออก
ที่ขยายตัวไม่ได้มีในทุกกลุ่ม บางกลุ่มมาก บางกลุ่มน้อย บางกลุ่มติดลบ ดังนั้นควรมีการพิจารณาในราย
ละเอียดของกลุ่มที่มีปัญหา โดยดูว่ามีปัจจัยอะไรอยู่เบื้องหลัง เพื่อจะช่วยให้การส่งออกขยายตัวได้ยั่งยืน
ในอนาคต













You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.