Switch to: uk
22 May 2012 11:06AM

ผ่ากลยุทธ์'ประสาร'เบื้องหลังหั่น0.25%มองข้ามช็อตสู้เสี่ยงศก.โลก

02 Dec 11 ,  กรุงเทพธุรกิจ
  • 0

ผ่าเบื้องหลังทำไมลดดอกเบี้ยแค่ 0.25% ผ่านวิธีคิด"ประสาร ไตรรัตน์วรกุล"มองข้ามช็อต รักษากรอบนโยบายการเงิน สอดคล้องความเสีี่ยงศก.โลก

 

พลันที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย แถลงผลประชุมกนง.ครั้งสุดท้ายของปี 2554 มีมติ 5 ต่อ 2 ลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เหลือ 3.25% ซึ่งเป็นการลดครั้งแรกในรอบ 2 ปี แต่อัตราที่ลดถือว่าต่ำกว่าความคาดหมายของนักเศรษฐศาสตร์ และสร้างความผิดหวังให้แก่ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลไม่น้อย ด้วยเหตุที่ว่า ลดกระปริบ-กระปอย ไม่แรงอย่างที่คาด ไม่กระชากอย่างที่หวัง บางคนอาจจะบอกว่า ลดแบบนี้อย่าลดเสียยังดีกว่า

 

การลดดอกเบี้ยเพียง 0.25% ท่ามกลางความเสียหายจากมหาอุทกภับครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปีของประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่คาดว่าจะสูงถึง 1.5 ล้านล้านบาทนั้น บ่งบอกได้ ว่าคณะกรรมการนโยบายการเงินชุดนี้ ยัง กล้าๆกลัวๆ ไม่ออกตัวแรง

 

แต่อัตราดอกเบี้ย 0.25% ที่ลดลงนั้น สะท้อนถึงข้อกังวลล่าสุดของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ส่งผ่านถ้อยแถลงของ ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อสัปดาห์ก่อน ยังมีน้ำหนัก เป็นน้ำหนักที่คณะกรรมการการเงินอย่างน้อยอีก 4 คนรับฟัง

 

เพราะ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ประเมินผลกระทบน้ำท่วมที่เกิดขึ้นเป็นเพียงปัจจัยเสี่ยงชั่วคราว กระทบแค่เศรษฐกิจไตรมาส 4 เท่านั้น ซึ่งก็เห็นผลกระทบแล้ว จนทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย ต้องปรับลดประมาณการเศรษฐกิจปีนี้ลงมาจาก 2.6% เป็น 1.8% ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินรอบเดียวกัน

 

เพราะ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย มั่นใจว่า เมื่อปรับเข้าสู่โหมดของการฟื้นฟู เศรษฐกิจไทยจะกลับมาขยายตัวได้ดี ขยายตัวในอัตราที่เร่งตัว ฉะนั้นการปรับเพิ่มประมาณการจีดีพีปี 2555 จาก 4.1% เป็น 4.8% จึงเป็นเครื่องยืนยันข้อเท็จจริงข้อนี้ได้เป็นอย่างดี

 

เพราะ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย มีข้อกังวลว่า เมื่อใดก็ตามที่เศรษฐกิจฟื้นตัว และการอัดฉีดงบประมาณนับล้านล้านบาท เพื่อฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมสำลักน้ำ ประกอบกับนโยบายประชานิยม กระตุ้นกำลังซื้อรากหญ้าของรัฐบาล ที่ยังไม่เพลามือ แม้ว่า ความจำเป็นใช้ทรัพยากรเพื่อฟื้นฟูชาติสำคัญกว่า จะทำให้ความเสี่ยงเงินเฟ้อ เร่งตัวขึ้นแน่นอน แม้ว่าขณะนี้เงินเฟ้อจะนิ่งแล้ว แต่ก็เป็นการทรงตัวในระดับสูง 3.7-3.8%

 

การกลับมาขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งเพื่อสกัดเงินเฟ้อในเวลาที่ต่างกันไม่นานนัก จึงไม่ใช่สัญญานที่ดี และเป็นเรื่องที่ธนาคารกลางไม่ควรปฏิบัติ หากไม่จำเป็น

 

เพราะผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ประเมินว่า น้ำท่วมเปรียบเสมือนระเบิดลูกหนึ่ง ที่มาเร็ว สร้างความเสียหายเร็ว เคลมเร็ว และก็ไปเร็ว แต่ประเด็นเศรษฐกิจยุโรปและสหรัฐอเมริกา ที่ยังหาทางออกจากวิกฤติหนี้สินไม่ได้ในขณะนี้ต่างหาก จะเป็นความเสี่ยงร้ายแรง ที่กระทบต่อบรรยากาศเศรษฐกิจไทยในปีหน้า ความจำเป็นที่ต้องบริหารทรัพยากรที่มีจำกัด กักตุนกระสุนไว้สู้กับศัตรูการเงินข้ามชาติ เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญลำดับต้นๆ

 

เพราะฉะนั้น การลดดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงินเพียงแค่ 0.25% แม้ผิดความคาดหมายของบรรดานักเศรษฐศาสตร์ทั้งหลาย และผิดความคาดหวังของคนในรัฐบาล ที่ต้องการให้ลดเร็วและแรงกว่านี้ ชี้ให้เห็นวิธีคิด วิธีการวางกลยุทธ์ กรอบนโยบายการเงินของ ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ที่ขอใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายแบบมีข้อจำกัด และเป็นกรอบนโยบายที่มองข้ามความเสี่ยงจากมหาอุทกภัยที่อยู่ตรงหน้า แต่เป็นกรอบนโยบาย ที่พร้อมจะยืดหยุ่นได้ทุกเมื่อ หากเศรษฐกิจไทยต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากหายนะภัยของเศรษฐกิจโลกในปี 2555 กันไว้ดีกว่าแก้

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.