
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยน้ำท่วม ที่มาขึ้นทะเบียนขอรับความช่วยเหลือ 1,751 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการ SMEs โดยความจำเป็นเร่งด่วนในขณะนี้คือต้องการเงินทุนหมุนเวียนเพื่อประกอบกิจการอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ภายใต้โครงการ “สินเชื่อเพื่อฟื้นฟู SMEs หลังภัยพิบัติ ปี 2554” ที่กระทรวงอุตสาหกรรมได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับบรรษัทสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) และธนาคารออมสินร่วมกับธนาคารพาณิชย์อีก 14 แห่ง จึงได้เร่งหาวิธีช่วยเหลือผู้ประกอบการเพื่อฟื้นฟูกิจการโดยเร็ว โดยจะใช้ฐานข้อมูลผลสำรวจของกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อลดขั้นตอนตรวจสอบจากสถาบันการเงิน ซึ่งถือเป็นมาตรการล่าสุดที่เร่งดำเนินการในขณะนี้
“เรื่องเงินทุนหมุนเวียนเป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่ผู้ประกอบการโดยเฉพาะ SMEs ประสบปัญหาด้านนี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากสถาบันการเงินหลายแห่งมีเงื่อนไขในการปล่อยสินเชื่อที่ค่อนข้างรัดกุม มีขั้นตอนตรวจสอบหลายชั้นจึงกลายเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นฟูกิจการไป กระทรวงอุตสาหกรรมจึงได้มอบหมายให้กรมโรงงานฯ เป็นหน่วยงานหลักในการรับลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ประสบภัยน้ำท่วม และได้นำข้อมูลจากผลการสำรวจดังกล่าวมารวบรวมไว้ด้วยกันอย่างเป็นระบบที่ www.diw.go.th/flood54 เพื่อให้สถาบันการเงินที่ทำ MOU ได้ตรวจสอบข้อมูลจริงอย่างรวดเร็วส่งผลต่อการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อให้ผู้ประกอบการนำไปใช้ฟื้นฟูกิจการได้เร็วขึ้นต่อไป หลักการกู้เบื้องต้นของ SMEs สำหรับเงินกู้เพื่อนำไปบูรณะซ่อมแซมสถานประกอบการ วงเงินในการกู้ไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อ 1 สถาบันการเงิน เงินกู้เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนวงเงินในการกู้ไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อ 1 สถาบันการเงิน ถ้าต้องการวงเงินมากกว่านี้สามารถกู้เพิ่มเติมจากสถาบันการเงินอื่นได้ ซึ่งเมื่อเข้ามาลงทะเบียนแล้วกรมโรงงานฯ จะเข้าไปตรวจสอบว่าท่านเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและสามารถได้รับสิทธิในการกู้นี้หรือไม่” นพ.วรรณรัตน์กล่าว













You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.