
คุณโอฬาร รวยฟูพันธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วาย.ยู.ดี. เท็กซ์ไทล์
สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอเดินหน้าโครงการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มในภาคกลางและเขตปริมณฑล จำนวน 2 ห่วงโซ่ ห่วงโซ่แรกคือกลุ่มฟอกย้อม โดย บริษัท วาย.ยู.ดี. เท็กซ์ไทล์ จำกัด เป็นบริษัทในเครือ YUD Group ประกอบด้วย ห้างหุ้นส่วนจำกัด ยงอุดมการทอ (โรงงานถักผ้า) บริษัท ไพลอตนิท สปอร์ตแวร์ จำกัด (โรงงานตัดเย็บ) บริษัท ไฮเทค เอ็มบรอยเดอรี่ จำกัด (โรงงานปักผ้า) บริษัท กรุงเทพ เลเบิล จำกัด (โรงงานผลิตป้ายผ้า) บริษัท มหาชัยอาหารไทย และห่วงโซ่ในกลุ่มผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป คือ บริษัท แชมป์เอช จำกัด บริษัทในเครือสหพัฒน์ ผลิตสินค้า 4 กลุ่มคือ ชุดชั้นในชาย ชุดว่ายน้ำ ชุดกีฬา และเครื่องหนัง
สำหรับผลของการพัฒนาประสิทธิภาพในการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่อุปทานของทั้งห่วงโซ่นั้น บริษัท วายยูดี สามารถมีผลิตภาพเพิ่มขึ้น Right First time เพิ่มขึ้น 8.8% ลดต้นทุนวัตถุดิบคงคลังที่ใช้บ่อย แบ่งเป็น สี 16-28% เคมี 3-4% ส่วนปริมาณวัตถุดิบคงคลังที่ใช้บ่อย สามารถลดการใช้สี 40-68% ลดเคมี 65-68% และลดเวลาในการปรับตั้งเครื่องจักรได้ 50%
ส่วนบริษัท แชมป์เอช สามารถลดเวลาในการส่งมอบวัตถุดิบที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศจาก 90 วันเหลือ 60 วัน ถ้าเป็นวัตถุดิบในประเทศลดจาก 3-4 สัปดาห์เหลือ 3 วัน ลดต้นทุนวัตถุดิบคงคลังที่ใช้บ่อย 10-20% ลดปริมาณวัตถุดิบคงคลังที่ใช้บ่อย 61-77%
คุณโอฬาร รวยฟูพันธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วาย.ยู.ดี. เท็กซ์ไทล์ เปิดเผยว่า หลังจากเข้าร่วมโครงการทำให้ระบบการวางแผนการผลิตดีขึ้น มีการคำนวณกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับคำสั่งซื้อ การวางแผนซ่อมบำรุงเครื่องจักร และระบบการจัดการสินค้าคงคลังที่ดีขึ้น โดยเปลี่ยนนโยบายการจัดซื้อวัตถุดิบจากที่เคยสั่งซื้อตามความเคยชิน เป็นพิจารณาจากออร์เดอร์เป็นหลัก
“บริษัทใช้สีและเคมีกว่า 200 ชนิด ปกติซื้อตามใจฉัน เดือนที่แล้วเคยสั่งสี 500 กิโลกรัม เดือนนี้ก็สั่งเพิ่มอีก 500 กิโลกรัม ซึ่งบางครั้งสี 500 กิโลกรัมอาจใช้ได้ถึงสองเดือน อยากให้ขยายโครงการเพิ่ม เพราะระยะเวลาเพียงแค่ 6 เดือนเราเริ่มลุกได้แล้ว แต่เราอยากเดินและวิ่งได้ต่อไป”

คุณแสงสว่าง จงประสพโชคชัย กรรมการบริหาร บริษัท แชมป์เอช
สำหรับ บริษัท แชมป์เอช ประสบปัญหาหลักคือ ต้นทุนสูง เนื่องจากความผันผวนของความต้องการกำลังการผลิตซึ่งเกิดจากผลิตสินค้าแฟชั่นที่มีการเปลี่ยนแปลงเร็ว และขาดการวางแผนการผลิตที่ดี ทำให้ช่วง low season พนักงานไม่ได้รับค่าล่วงเวลาจึงมีการลาออกสูง ในขณะที่ช่วง high season ต้องรับพนักงานใหม่ที่ขาดทักษะจำนวนมาก จึงต้องมีการทำงานล่วงเวลามาก
“ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เราวางแผนการผลิต อย่างช่วง low season เสนอราคาพิเศษให้กับลูกค้า หรือมองสินค้าอื่นๆ ทดแทน แต่ผลที่เห็นชัดๆ คือสินค้าคงคลังลดลง เช่น ด้ายเย็บ บริษัทเราผลิตสินค้าเยอะมาก ใช้ด้ายหลากหลาย จากที่เคยใช้ด้ายเดือนละ 2 ล้านกว่าบาท ลดเหลือ 8 แสนกว่าบาท แก้ปัญหาโดยวิธีจัดกลุ่มสินค้า สั่งสินค้าเท่าที่จำเป็น เจรจากับซัพพลายเออร์ให้เก็บสต็อกตัวที่เป็น running item ให้เตรียมผ้าดิบ ย้อมสีบางส่วนไว้ เช่น สีดำ ถ้าเราต้องการก็ได้ของเร็วขึ้น” คุณแสงสว่าง จงประสพโชคชัย กรรมการบริหาร แชมป์เอซ เปิดเผย
โครงการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มในภูมิภาคครั้งนี้จัดเป็นครั้งที่ 3 โดยครั้งแรกเริ่มปี 2551 จัดขึ้นที่ภาคเหนือ ครั้งที่ 2 ปี 2552 จัดขึ้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และปี 2553 จัดขึ้นในเขตกรุงเทพ ปริมณฑล สำหรับครั้งที่ 4 จะจัดในเขตภาคตะวันออก โดยจะเริ่มเปิดรับสมัครผู้ร่วมโครงการในเดือนตุลาคม 2553













You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.