ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ของไทยในระยะ 5 ปีข้างหน้า ควรให้ความสำคัญเร่งด่วนต่อการพัฒนา “3 ท่า 3 ระบบราง และโครงข่ายเชื่อมโยงทางถนน” อันประกอบด้วยโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ดังต่อไปนี้
โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิขั้นที่ 2 เนื่องจากแผนการพัฒนาดังกล่าวอาจล่าช้ากว่าแผนที่วางไว้ 1 ปี จากที่อาจมีการทบทวนแผนการพัฒนาใหม่ ขณะที่ปริมาณผู้โดยสารผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะเริ่มสูงเกินขีดความสามารถรองรับที่ 45 ล้านคนในปี 2555
โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังขั้นที่ 3 ซึ่งมีแผนที่จะพัฒนาเปิดให้ดำเนินการได้ในปี 2562 แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่ช่วงประมาณปี 2560 ปริมาณการขนส่งสินค้าอาจเข้าใกล้ขีดความสามารถรองรับของท่าเรือแหลมฉบังที่มีอยู่รวม 10.8 ล้านทีอียูต่อปี
โครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกชายฝั่งตะวันตก ที่ยังมีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาเพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมและการค้าระหว่างประเทศของไทย และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาการใช้ประโยชน์จากท่าเรือน้ำลึกทวายในประเทศพม่า
โครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความรวดเร็วในการเดินทางในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ลดปัญหาการจราจร และช่วยประหยัดพลังงาน
โครงการรถไฟทางคู่ ซึ่งช่วยจะสนับสนุนการปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสินค้าจากทางถนนมาใช้ระบบราง ซึ่งเป็นรูปแบบการขนส่งที่มีต้นทุนต่ำกว่าและยังสามารถขนส่งสินค้าได้ในปริมาณที่มาก
โครงการรถไฟความเร็วสูง แต่การพัฒนาอาจต้องใช้เงินลงทุนสูง จึงควรมีการพิจารณาจัดลำดับความสำคัญ ความคุ้มค่าของโครงการ และรูปแบบการจัดหาแหล่งเงินลงทุนที่เหมาะสม
โครงข่ายเชื่อมโยงทางถนน ด้วยการพัฒนาถนนเชื่อมโยงสู่ภูมิภาคหลัก ซึ่งจะช่วยร่นระยะทางและเวลาในการขนส่ง รวมทั้งการพัฒนาเส้นทางถนนรองให้มีการเชื่อมโยงกับเส้นทางสายหลักและระบบขนส่งรูปแบบอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรที่จะนำไปสู่การลดต้นทุนโลจิสติกส์ รวมทั้งดึงดูดให้เกิดการปรับเปลี่ยนมาใช้รูปแบบการขนส่งที่เหมาะสมและมีต้นทุนที่ต่ำกว่า ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นสิ่งท้าทายสำหรับรัฐบาลใหม่ต่อโจทย์ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ของไทยเพื่อรองรับกิจกรรมเศรษฐกิจที่จะเติบโตขึ้น ภายใต้ข้อจำกัดด้านเวลาและงบประมาณ รวมทั้งการสร้างความชัดเจนและต่อเนื่องของนโยบาย
ทั้งนี้ ภาครัฐอาจต้องมียุทธศาสตร์ระดับชาติด้านการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ที่ชัดเจน มีการบูรณาการกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งมีหน่วยงานกลางที่ดูแลวางแผนระบบโลจิสติกส์ และสามารถผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อให้การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ไทยดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน













You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.