เมื่อวันที่ 27 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2555 เป็นต้นไป สหภาพยุโรป (อียู) จะเริ่มบังคับใช้กฎระเบียบว่าด้วยการรวมเอาอุตสาหกรรมการบินเข้าเป็นส่วนหนึ่งของตลาดการค้าคาร์บอนเครดิตของอียู (European Union Emission Trading System : EU ETS) โดยจะเร่ิมเก็บค่าธรรมเนียมการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กับทุกสายการบิน รวมทั้งสายการบินของไทยที่บินเข้า-ออก ท่าอากาศยานในเขตเศรษฐกิจยุโรป (27 ประเทศ) และสายการบินของยุโรปที่บินภายในเขตดังกล่าวด้วย
อย่างไรก็ตาม สายการบินต่างประเทศจำนวนมากเห็นว่า กรณีดังกล่าวไม่เป็นธรรม และจะสร้างภาระค่าใช้จ่ายให้กับสายการบินเป็นอย่างมาก ที่สำคัญจะทำให้สายการบินที่ไม่ใช่สายการบินยุโรปต้องจ่ายค่าคาร์บอนเครดิตมากกว่าสายการบินยุโรป ขณะที่กระทรวงสภาพอากาศของอียู กลับเห็นว่า ภาระที่สายการบินต้องแบกรับมีไม่มากนัก แต่ปัญหาสำคัญคือ สายการบินส่วนใหญ่จะขึ้นค่าตั๋วเครื่องบินจากผู้โดยสารสูงเกินกว่าจำนวนเงินที่สายการบินต้องจ่ายเพื่อซื้อคาร์บอนเครดิต ซึ่งจะเป็นส่วนเพิ่มภาระให้ผู้โดยสารมากจนเกินไป
ด้านนายสุรศักดิ์ เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ องค์การการขนส่งทางอากาศของสหรัฐฯ ได้ฟ้องร้องอียูว่า กฎระเบียบดังกล่าวขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ แต่อียู ยืนยันว่ามาตรการนี้เป็นมาตรการปกป้องสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศที่มีประสิทธิภาพ จึงพยายามผลักดันให้ประเทศที่เป็นหุ้นส่วนด้านต่างๆ หันมาใช้ตลาด ETS เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ลดภาวะโลกร้อน













You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.