09 September 2010 11:12AM

ยูเอฟพี' ทุ่ม250ล.ต่อเรือไฮเทค +มุ่งจับปลาฝูงกลางทะเลลึก มั่นใจช่วยลดต้นทุนราคาวัตถุดิบ

14 Dec 06 ,  ฐานเศรษฐกิจ
  • 0
 

เปิดมิติใหม่อุตสาหกรรมประมง-อาหารทะเลไทย "ยูเอฟพี" ผู้ส่งออกอาหารทะเลรายใหญ่เจ้าของแบรนด์ดัง "พรานทะเล" ทุ่มทุน 250 ล้านบาท ต่อเรือประมงไฮเทคติดตั้งอุปกรณ์เทคโนโลยีทันสมัย โฟกัสจุดจับปลาได้ไม่ต้องเสียเวลาตระเวนหาแหล่งฝูงปลา เชื่อช่วยลดต้นทุน เตรียมโชว์พัฒนาการในงาน THAI FISH EXPO 2006 ปลายเดือนนี้

 

นายธงชัย ธาวนพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูเนี่ยนโฟรเซ่นโปรดักส์ จำกัด (ยูเอฟพี) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่าปีที่ผ่านมายูเอฟพี ได้ใช้เงินลงทุน 250 ล้านบาท เพื่อต่อเรือประมง จำนวน 2 ลำ จากปัจจุบันยูเอฟพีมีเรือประมงอยู่แล้ว 13 ลำ โดยเรือ 2ลำใหม่นี้จะมีความแตกต่างจากเรือเดิมที่มีอยู่แล้ว กล่าวคือจะเป็นเรือประมงจับปลาทะเลน้ำลึกติดตั้งด้วยระบบเทคโนโลยีทันสมัยที่นำเข้ามาจากประเทศเดนมาร์กและนอร์เวย์ เทคโนโลยีใหม่นี้ยังไม่มีการติดตั้งบนเรือประมงของผู้ประกอบการไทย ยูเอฟพีเป็นบริษัทแรกที่ลงทุน

ทั้งนี้เทคโนโลยีใหม่ สามารถโฟกัสหาฝูงปลาที่อยู่ระยะไกลออกไป 10 ไมล์ทะเล เมื่อเข้าไปถึงฝูงปลาจะมีอุปกรณ์จับปลาเป็นอวนขนาดใหญ่ความกว้าง 30-40 เมตร สูง 20-25 เมตร เหมาะสำหรับจับปลาฝูงใหญ่ หลังจากจับปลาได้แล้วจะนำเข้าเก็บในห้องเย็นด้วยระบบความเย็นที่สามารถเก็บรักษาคุณภาพของปลาให้คงคุณภาพปลาได้เป็นอย่างดี เฉพาะระบบความเย็นเป็นจุดที่ใช้เงินลงทุนมากที่สุดประมาณ 30 ล้านบาทต่อลำ

เรือประมงที่ต่อใหม่มีชื่อว่าเรือ "พรานทะเล1" และ "พรานทะเล2" ขณะนี้เรือทั้งสองลำได้นำออกทดลองจับปลากลางอ่าวไทยแล้วผลการทดลองอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ราวสัปดาห์หน้ามีจุดหมายปลายทางออกไปจับปลากลางมหาสมุทรอินเดียเป็นครั้งแรก ซึ่งที่นั่นจะเป็นภูเขาไฟใต้ทะเล พื้นที่ 18,000 ตารางกิโลเมตร ระยะทางจากจังหวัดภูเก็ตถึงกลางมหาสมุทรอินเดียจะใช้เวลาประมาณ 12 วัน เรือสองลำนี้เน้นจับปลาฝูงเช่นทูน่า แมคคาเรล ปลาน้ำดอกไม้ ปลาเหล่านี้จะไม่อยู่หน้าดินแต่จะอยู่กลางทะเลลึก

เขากล่าวด้วยว่ายูเอฟพีตัดสินใจใช้เงินลงทุนจำนวนดังกล่าวเพื่อต่อเรือและติดตั้งด้วยระบบเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพราะคลุกคลีอยู่กับอุตสาหกรรมประมงและอุตสาหกรรมต่อเนื่องมานาน คิดว่าอุตสาหกรรมนี้จะต้องมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับปัจจุบันอุตสาหกรรมประมงเผชิญปัญหาราคาน้ำมันซึ่งคิดเป็น 65% ของค่าใช้จ่าย แหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่อยู่หน้าดินได้ลดจำนวนลงไปมาก การพัฒนาการประมงด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่เชื่อว่าจะช่วยลดต้นทุนลงได้ระดับหนึ่ง

"ความต้องการใช้น้ำมันของเรือประมงสองลำใหม่ไม่ได้ลดลงไป แต่เนื่องจากเทคโนโลยีที่ติดตั้งซึ่งสามารถโฟกัสหาฝูงปลาในระยะไกล 10 ไมล์ทะเล ทำให้เรือไม่ต้องเสียเวลาตระเวนว่าแหล่งใดที่เป็นแหล่งชุมนุมของปลา ตรงนี้สามารถช่วยประหยัดได้ ส่วนเทคโนโลยีการจับปลาที่สามารถจับปลาได้เป็นฝูงช่วยลดเวลาการหาปลาลง เหล่านี้คือการบริหารจัดการที่เกิดจากเทคโนโลยีใหม่ ที่จะช่วยให้เกิดการประหยัดการใช้น้ำมันและควบคุมค่าใช้จ่าย นอกจากนี้เรือสองลำนี้สามารถบรรจุสินค้าได้ถึงลำละ 700 ตัน"

นายนิวัติ สุธีมีชัยกุล รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่าเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ในปี 2549 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อวงการประมงไทย กรมประมงได้ร่วมกับภาคเอกชนจัดงาน "THAI FISH EXPO 2006"ขึ้น ณ อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 24-27 มิถุนายน ศกนี้ โดยบริษัทยูเนี่ยนโฟรเซ่นโปรดักส์ จำกัด เป็นบริษัทหนึ่งที่ตอบรับเข้าร่วมงานดังกล่าว โดยจะนำพัฒนาการประมงดังกล่าวข้างต้นของบริษัทร่วมเผยแพร่ในงานด้วย

นายธงชัย กล่าวตอนท้ายว่ายูเอฟพี เป็นบริษัทซึ่งดำเนินธุรกิจประมงและผลิตอาหารทะเลรายใหญ่รายหนึ่งจำหน่ายทั้งในประเทศที่รู้จักกันดีภายใต้แบรนด์ "พรานทะเล" และส่งออก เทคโนโลยีจับปลาใหม่ของบริษัทปลาส่วนหนึ่งที่จับได้จะป้อนสู่โรงงานแปรรูปของบริษัท ส่วนหนึ่งจะจำหน่ายเป็นวัตถุดิบให้กับโรงงานอื่นๆ โดยปีนี้บริษัทได้ตั้งเป้าหมายยอดขายไว้ที่ประมาณ 12,000 ล้านบาท ช่วงครึ่งแรกของปีนี้ผลประกอบการไม่สู้ดีนัก เนื่องจากเผชิญกับปัญหาหลายด้านทั้งราคาน้ำมัน ค่าเงินบาท แต่มั่นใจว่าครึ่งปีหลังจะสามารถทำยอดขายให้บรรลุเป้าหมายได้

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.