ทั้งนี้ กรมจะเสนอความคืบหน้าการจัดทำแผนส่งออกระยะสั้น และยาว สถานการณ์การค้า และแนวทางเพิ่มมูลค่าการค้าของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (ทูตพาณิชย์)
แผนผลักดันการส่งออกเบื้องต้น กรมได้ว่าจ้างนักวิชาการศึกษาและรวบรวมปัญหา ความต้องการ จุดอ่อนจุดแข็ง โอกาสทางธุรกิจ และข้อจำกัดทางธุรกิจ เพื่อให้รัฐแก้ไขและสนับสนุน และนำไปสู่การจัดทำแผนยุทธศาตร์การส่งออกของไทยในระยะสั้นและยาว
แผนยุทธศาสตร์แบ่งออกเป็น คลัสเตอร์ 5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มอาหาร กลุ่มไลฟ์สไตล์ (เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่ง) กลุ่มแฟชั่น (สิ่งทอ เครื่องนุ่มห่ม) กลุ่มอุตสาหกรรมหนัก (ยานยนต์ ไอที) และกลุ่มธุรกิจบริการ และในปลายเดือน เม.ย.นี้ กรมจะจัดสัมมนากับผู้ส่งออกทุกกลุ่มสินค้า เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ
"ยุทธศาสตร์ใหม่ที่ทำขึ้นมานั้น จะปรับวิธีการของบประมาณเพื่อสนับสนุนใหม่ โดยคลัสเตอร์ใดที่มีศักยภาพสูง ก็จะได้งบสนับสนุนสูงขึ้น ทางเอกชนเสนอให้คิดจากเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าส่งออก ซึ่งจะนำเสนอ รมว.พาณิชย์ ให้พิจารณาต่อไป" นางสมจินต์ กล่าว
หลังจากที่ได้กลุ่มคลัสเตอร์นำร่องแล้ว แผนต่อไปคือ ผลักดันให้เพิ่มการค้าในประเทศ 10-20 อันดับแรกที่มีมูลค่าการค้าสูงสุด รวมถึงเป้าหมายการเข้าถึงตลาดใหม่ด้วย และตั้งแต่เดือน พ.ค.นี้ เป็นต้นไป จะจัดคณะภาครัฐและเอกชน เข้าเจรจาการค้าและการลงทุนกับนานาประเทศ
นางสมจินต์ กล่าวว่า ในส่วนการทบทวนสำนักงานทูตพาณิชย์ อยู่ระหว่างศึกษาว่าจะเพิ่มหรือลดในประเทศใดบ้าง โดยพิจารณาการขยายตัวของมูลค่าการค้า และที่ตั้งสำนักงานที่มีเขตติดต่อใกล้เคียงกัน อาจต้องปิดตัวและรวมเป็นสำนักงานเดียวกัน เช่น ในยุโรปตะวันออก จีน และอินเดีย มีโอกาสเพิ่มสำนักงาน เพราะมีพื้นที่กว้างใหญ่ การค้าขยายตัวได้อีกมาก
สำหรับเป้าหมายการส่งออก ยังคงเป้าหมาย 12.5% เพราะแนวโน้มการขยายตัวของแต่ละกลุ่มสินค้ายังสูง ยกเว้นส่งออกข้าวอาจลดลงได้ โดยการหารือกับเอกชนแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมต่างยังยืนยันเป้าหมายการเพิ่มขึ้นในอัตราเท่าเดิมคือ 12-15%













You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.