Switch to: uk
19 May 2013 17:45PM

"BOI"เปิดสำนักงานใหม่ที่ปักกิ่ง ปักธงลงทุนชวนนักธุรกิจแดนมังกร13มณฑลมาไทย

08 Apr 09 ,  ประชาชาติธุรกิจ
  • 0
BOI เปิดสำนักงานใหม่ในปักกิ่ง นักธุรกิจจีนตอบรับเข้าร่วมงานกว่า 2,000 ราย เปิดการเจรจาธุรกิจกว่า 40 คู่ คาดดึงสินค้าอาหารส่งออกมาจีนเพิ่มขึ้นจาก 2.8% เป็น 10%

ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานภายหลังพิธีเปิดสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุน ประจำกรุงปักกิ่งของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ว่า การเปิดสำนักงานครั้งนี้ถือเป็นแห่งที่ 2 ของ BOI ในประเทศจีน หลังจากเปิดแห่งแรกไปแล้วที่นครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งการเปิดสำนักงาน BOI ทั้ง 2 แห่งก็เพื่อจะชักจูงนักลงทุนจีนเข้าไปลงทุนในไทย และมีการสนับสนุนความร่วมมือด้านการค้าของทั้งสองประเทศได้มากขึ้น ซึ่งหลังจากเปิดสำนักงานในปักกิ่งแล้ว BOI ก็มีแผนจะเปิดสำนักงานที่กวางโจว เป็นแห่งที่ 3 ในจีนต่อไป

"ประเทศจีนเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวค่อนข้างน้อย จีนจึงเป็นตลาดที่สำคัญต่อประเทศไทย ทั้งในด้านการค้า การลงทุน กระทรวงอุตสาหกรรมได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการขยายความร่วมมือด้านการลงทุนระหว่างไทยและจีน จึงได้พัฒนาโอกาสและความร่วมมือทางด้านการลงทุนของไทยและจีนขึ้น" นายชาญชัย

ชัยรุ่งเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าว

ในระหว่างการเปิดสำนักงานได้มีการจัดสัมมนาเรื่อง "Thailand Means Business" ซึ่งมีผู้นำภาครัฐและเอกชนของทั้ง 2 ประเทศกว่า 2,000 คนเข้าร่วม

ถือเป็นโอกาสที่สำนักงานจะได้ชักชวนกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพ มีชื่อเสียง มีความพร้อมที่จะลงทุน ให้เข้ามาลงทุนในไทย นอกจากนี้ยังมีการเจรจาจับคู่ทางธุรกิจ ซึ่งจะมีนักธุรกิจไทยกว่า 40 ราย

ด้านนายสรยุทธ เพ็ชรตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การเจรจาต่อยอดทางการค้า การลงทุนของไทยครั้งนี้ อุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับไทยได้มากขึ้นคืออุตสาหกรรมอาหาร ที่จีนนำเข้าจากไทยปีละประมาณ 14,000 ล้านบาท คิดเป็น 2.8% ของการนำเข้าอาหารของจีน เป็นอันดับ 9 จากอันดับ 1 คือสหรัฐอเมริกา รองลงมาคืออาร์เจนตินา ซึ่งการเจรจาครั้งนี้จีนก็มีความสนใจจะนำเข้าสินค้าอาหารของไทยมากขึ้น ซึ่งก็จะพยายามผลักดันภายใน 3 ปี เพิ่มสัดส่วนการนำเข้าเป็น 10% มูลค่าประมาณ 175,000 ล้านบาท โดยสินค้าอาหารที่มีแนวโน้มส่งออกมาจีนมากขึ้น เช่น สินค้าอาหารทะเลแปรรูป, น้ำตาล

ขณะที่นายพินิจ จารุสมบัติ อุปนายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน กล่าวว่า ฝ่ายจีนเห็นว่าไทยมีการดำเนินการที่ดี ขนาดช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำยังเดินหน้าเปิดสำนักงาน BOI ในจีน ทำให้เกิดความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งเศรษฐกิจของจีนหลักๆ นั้นมี 3 ส่วนคือ

1) ส่วนของการพึ่งพาตนเอง ผลิตสินค้าและจำหน่ายใช้เองในประเทศ 2) การส่งออก จากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจในช่วงนี้ ออร์เดอร์ลดลง ก็ทำให้การส่งออกของจีนได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน และ 3) การลงทุน ซึ่งจีนเศรษฐกิจยังดีอยู่ นักลงทุนมีเงินทุนจำนวนมากที่จะขยายการลงทุน

ดังนั้นก็เป็นโอกาสที่ไทยจะเร่งดำเนินการชักจูงนักลงทุนจีนมากขึ้น

ด้านนางสาวกนกวรรณ สุถิรนาถ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุน ณ กรุงปักกิ่ง กล่าวว่า สำนักงาน BOI ที่ปักกิ่งจะรับผิดชอบดูแลให้ข้อมูลและชักจูงนักลงทุนทางตอนเหนือและตะวันออกของจีน ครอบคลุมประมาณ 13 มณฑล ถือเป็นกลุ่มนักลงทุนที่มีศักยภาพ ทั้งในกลุ่มอุตสาห กรรมอาหาร, อุตสาหกรรมหนัก แต่ที่ผ่านมาการลงทุนในประเทศไทยยังน้อยเนื่องจากขาดข้อมูลข่าวสาร ดังนั้นการมีสำนักงานก็ทำให้นักลงทุนได้เข้าถึงข้อมูล ทั้งการให้สิทธิประโยชน์, สภาพเศรษฐกิจของไทยได้ โดยขณะนี้ก็มีบริษัทใหญ่ๆ สนใจลงทุนในประเทศไทยแล้ว เช่น บริษัท เป่ยเปิน ผลิตรถยนต์แทรกเตอร์รายใหญ่

ขณะที่นางอรรชกา สีบุญเรือง บริมเบิล เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กล่าวว่า ตัวเลขการลงทุนของประเทศจีนในประเทศไทยตลอดช่วง 30 ปีที่ผ่านมามีทั้งสิ้น 264 โครงการ มูลค่าการลงทุน 35,000 ล้านบาท โดย 3 เดือนแรกของปี 2552 (มกราคม-มีนาคม) BOI ให้การส่งเสริมการลงทุนโครงการลงทุนของจีน 4 โครงการ มูลค่ารวม 84 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกัน 26.56% ที่มีมูลค่าการลงทุน 64 ล้านบาท ซึ่งประเทศจีนถือเป็นประเทศที่มีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและมีแนวโน้มที่จะขยายการลงทุนไปต่างประเทศมากขึ้น ดังนั้นการที่ไทยไปเปิดสำนักงานส่งเสริมการลงทุน ณ กรุงปักกิ่งครั้งนี้ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่ชักจูงการลงทุนจากประเทศจีนมาไทยมากขึ้น