Switch to: uk
11 February 2012 03:55AM

อลงกรณ์คัดเหลือ 10 โครงการ เล็งเคาะงบครีเอทีฟฯพันล้านล็อตแรก

28 Jan 10 ,  creativeenterprise
  • 0
นายกฯ เตรียมถกคณะกรรมการครีเอทีฟ อีโคโนมีสัปดาห์หน้า เฟ้นโครงการใช้งบไทยเข้มแข็ง 1 พันล้านบาท

นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในการสัมมนา "อุตสาหกรรมสร้างสรรค์กับการพัฒนาเศรษฐกิจไทย" ซึ่งจัดโดยสถาบันคีนันแห่งเอเชีย ว่า สัปดาห์หน้านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งชาติ เพื่อพิจารณาโครงการเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ขอรับการจัดสรรงบประมาณตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 สำหรับขับเคลื่อนพันธสัญญา 12 ข้อของรัฐบาลในจำนวนเงินที่กันไว้ 1,000 ล้านบาท จากยอดเงินตาม พ.ร.ก. 1.5 แสนล้านบาท ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง
 ล่าสุดมีโครงการที่ได้รับการคัดเลือก ให้เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมแล้ว 10 โครงการ เช่น โครงการครีเอทีฟ ชาแนล โครงการครีเอทีฟ อคาเดมี จากโครงการที่เสนอขอใช้งบประมาณทั้งหมดมากกว่า 20 โครงการ ทั้งนี้ยอมรับว่า ที่ผ่านมามีการรายงานแผนพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ยังไม่ค่อยชัดเจน จึงเสนอว่าควรเน้นดำเนินการเป็นรายเซคเตอร์ เพื่อให้เป็นผลเป็นรูปธรรม

ส่วนความคืบหน้าการดำเนินการตามนโยบายนี้ ด้านอื่นๆ ได้แก่ การเปิดสถาบันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่จะเป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อนนโยบาย กำหนดเปิดในก.พ.นี้ และในปีการศึกษาหน้า (พ.ค.) จะมีตำราเกี่ยวกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนตั้งแต่ชั้นประถม มัธยมต้นและมัธยมปลาย รวมถึงอาชีวะ

"ปัจจุบันมูลค่าการส่งออกสินค้าเชิงสร้างสรรค์ของไทยสูงถึง 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ มีส่วนแบ่งตลาด 5.1% ของการค้าโลก มีอัตราขยายตัวเฉลี่ยปีละ 5% ทำให้รัฐบาลกำหนดนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมนี้ มีสัดส่วนต่อการเติบโตของจีดีพีจากปัจจุบัน 12% เป็น 20% ในปี 2555" นายอลงกรณ์ กล่าว
 ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้เปิดตัวโครงการเมืองไทย เมืองนักคิด หรือ Creative Thailand  ภายใต้โครงการดังกล่าว รัฐบาลได้จัดสรรงบกระตุ้นเศรษฐกิจ ตามแผนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 (SP2) วงเงิน 20,130 ล้านบาท เพื่อเป็นเงินกองทุนสำหรับการขับเคลื่อนให้กับอุตสาหกรรม นำร่อง 15 อุตสาหกรรม

โครงการดังกล่าว เป็นหนึ่งในโครงการไทยเข้มแข็ง ที่รัฐบาลมีแผนที่จะดำเนินการ ซึ่งจะเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแนวใหม่ ที่จะให้คนไทยที่มีความคิดสร้างสรรค์ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยรัฐบาลจะเข้าไปให้ความช่วยเหลือ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อผลักดันให้เกิดเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ใหม่ๆ ขึ้นมา

นายนิตย์ พิบูลสงคราม ประธานกรรมการมูลนิธิสถาบันคีนันแห่งเอเชียและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ทางสถาบันได้ทำการศึกษาเรื่อง "มูลค่าทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมเชิงสร้างสรรค์ที่มีต่อเศรษฐกิจในภาพรวม" ผลการศึกษาพบว่า อุตสาหกรรมที่อยู่ในข่ายศึกษามีมูลค่าต่อจีดีพีหนึ่งล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 9.53% ของจีดีพี และมีทิศทางจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น เป็นเท่าตัว เช่น การใช้จ่ายเพิ่ม 1 บาทในอุตสาหกรรมโรงภาพยนตร์ จะส่งผลให้อุตสาหกรรมอื่นสร้างผลผลิตเพิ่มขึ้น 2.14 บาทและมูลค่าเพิ่มขึ้น 1.50 บาท

อุตสาหกรรมที่เข้าข่ายสร้างสรรค์จำนวน 9 สาขาได้แก่ การพิมพ์และสื่อสิ่งพิมพ์ เทคโนโลยีสารสนเทศ เฟอร์นิเจอร์และเครื่องเรือนทำด้วยไม้ การผลิตยารักษาโรค อัญมณีและเครื่องประดับ ภาพยนตร์ โรงภาพยนตร์ วิทยุ โทรทัศน์ โดยอุตสาหกรรมอื่นที่ไม่นำมาศึกษา เพราะแม้จะเข้าข่ายเศรษฐกิจสร้างสรรค์แต่ไม่มีฐานข้อมูลที่เพียงพอ

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.