Switch to: uk
05 February 2012 21:40PM

อลงกรณ์ยันไม่เสียเปรียบเวียดนาม-สิงคโปร์

08 Mar 10 ,  กรุงเทพธุรกิจ
  • 0

"อลงกรณ์" เผยไทยเตรียมเปิดเจรจาเอฟทีเอทวิภาคีกับอียูกลางปีนี้ หลังจาก ครม.ไฟเขียวตั้งคณะกรรมการศึกษาการเปิดเจรจาแล้ว เชื่อไทยไม่ตกขบวน

 

นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้ตั้งคณะกรรมการศึกษาผลกระทบการเปิดเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทย-สหภาพยุโรป (อียู) มี นายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง ที่ปรึกษาการพาณิชย์ เป็นประธานคณะทำงานดังกล่าว จะประเมินความสามารถการแข่งขันของไทย จุดแข็งและจุดอ่อน หากไทยต้องเปิดการค้าเสรีกับอียู คาดว่าผลการศึกษาจะเสร็จสิ้นได้อีก 2-3 เดือนจากนี้ และจะมีการหาข้อสรุปว่าจะเปิดการเจรจาหรือไม่ในช่วงกลางปีนี้ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการดำเนินการเปิดเจรจาจะเป็นไปอย่างรอบคอบ

 

ทั้งนี้ การค้าเสรีกับอียูจะทำให้ไทยมีโอกาสทางการค้าเพิ่มขึ้น และไม่เสียเปรียบประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค คือ สิงคโปร์และเวียดนาม ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ประกาศความพร้อม เริ่มต้นเปิดฉากเจรจาได้เร็วๆ นี้ กรณีที่ไทยเริ่มต้นการเจรจา หลังจากประเทศดังกล่าว จะไม่ทำให้ไทยตกขบวนทางการค้า เพราะเชื่อว่ารูปแบบการเจรจาภายใต้การศึกษาที่ชัดเจน จะทำให้ดำเนินการเป็นไปอย่างรวดเร็วและรอบคอบเป็นประโยชน์สูงสุด

 

“หากผลการศึกษาเสร็จตามกำหนด กลางปีนี้เปิดการเจรจาได้ ก็ไม่ถือว่าช้ากว่าคนอื่น ซึ่งไทยจะมีโอกาสทางการค้าเพิ่มขึ้นเพราะอียูเป็นกลุ่มความร่วมมือขนาดใหญ่ที่น่าสนใจในการเพิ่มสัดส่วนการค้าของไทย" นายอลงกรณ์ กล่าว

 

นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า กระบวนการเจรจาจะเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ปี 2550 มาตรา 190 ที่เชื่อว่าจะมีความรอบคอบเพราะไทยและอียูมีความแตกต่างระดับการพัฒนา ทำให้มีหลายไทยอาจเสียเปรียบ เช่น เรื่องสิ่งแวดล้อมกับกฎระเบียบทางการค้า แรงงาน และภาคบริการบางสาขา

 

“การเจรจาไทย-อียู จะเป็นข้อตกลงการค้าเสรีกับคู่ค้าขนาดใหญ่มากแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งจะเจรจาครบทุกด้าน ทั้งการค้าและบริการการส่งออกไทยไปอียู 15 ประเทศ ปี 2552 มูลค่า 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ คิดเป็นสัดส่วน 10.4% ของการส่งออกทั้งหมด” นางนันทวัลย์ กล่าว

 

นางนันทวัลย์ กล่าวอีกว่า เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงข้อมูลการเจรจาการค้าที่กรมฯ ดำเนินการอยู่ จึงได้เพิ่มช่องทางการบริการข้อมูลการค้าเสรี ทาง www.facebook.com โดยใช้ชื่อว่า dtn Thailand เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้สนใจที่ต้องการข้อมูล ข่าวสาร แลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมถึงสามารถให้ข้อเสนอแนะต่างๆ โดยการพิมพ์ข้อความบน face book ของกรมฯ ได้ จากที่ก่อนหน้านี้เปิดช่องทางการนำเสนอความเห็นผ่าน www.twitter.com /dtn_thailand ไปแล้ว

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.