นายอาทิตย์ วุฒิคะโร อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวว่า ตามที่กระทรวงการคลังได้ออกประกาศยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักร และอุปกรณ์ให้กับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ล่าสุดกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้เสนอร่างประกาศการออกหนังสืออนุมัตินำเข้าเครื่องจักร และอุปกรณ์เพื่อทดแทน หรือซ่อมแซมส่วนที่เสียหายจากน้ำท่วม โดยเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสหากรรมเห็นชอบร่างประกาศดังกล่าว เพื่อให้อุตสาหกรรมจังหวัดในพื้นที่ออกหนังสือรับรองโรงงานที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม ซึ่งจะได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักร มีผลย้อนหลังถึงวันที่ 25 ต.ค.2554 และต้องนำเข้าภายในวันที่ 30 มิ.ย.2555
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ได้ลงทะเบียนถึงวันที่ 13 ม.ค.2555 จำนวน 3,661 ราย แบ่งเป็นภาคการผลิต 2,414 ราย ภาคบริการ 262 ราย ภาคการค้า 329 ราย และธุรกิจอื่นๆ 656 ราย โดยมีความเสียหายต่อเครื่องจักรและอุปกรณ์ 70,707 ล้านบาท คิดเป็น 56% ของความเสียหายทั้งหมด และมีผู้ประกอบการที่ต้องการความช่วยเหลือด้านเครื่องจักร 641 ราย โดยภาคการผลิตมีความเสียหายเกี่ยวกับเครื่องจักร และอุปกรณ์มากที่สุด 69,622 ล้านบาท และต้องการให้ภาครัฐให้ความช่วยเหลือด้านเครื่องจักร 478 ราย รองลงมาเป็นภาคบริการเสียหาย 412 ล้านบาท ต้องการความช่วยเหลือ 25 ราย ภาคการค้าเสียหาย 157 ล้านบาท ต้องการความช่วยเหลือ 53 ราย และภาคธุรกิจอื่นๆ เสียหาย 514 ล้านบาท ต้องการความช่วยเหลือ 85 ราย
หากแยกตามขนาดกิจการ พบว่า ภาคการผลิต 2,414 ราย มีโรงงานขนาดใหญ่ที่มีแรงงาน 201 คนขึ้นไป ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 237 ราย คิดเป็น 9.8% โรงงานขนาดกลาง 326 ราย คิดเป็น 13.5% และโรงงานขนาดเล็ก 1,851 ราย คิดเป็น 76.7% โดยโรงงานเอสเอ็มอีมีความเสียหายรวม 42,708 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเครื่องจักรและอุปกรณ์เสียหาย 22,228 ล้านบาท และต้องการความช่วยเหลือด้านเครื่องจักร 395 ราย
นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาประเภทกิจการเอสเอ็มอีที่มีเครื่องจักร และอุปกรณ์ได้รับความเสียหายมากที่สุด พบว่า กิจการโรงสีหรือขัดข้าวเสียหาย 5,265 ล้านบาท โรงงานผลิตภัณฑ์โลหะเสียหาย 1,750 ล้านบาท และโรงงานผลิตเครื่องใช้ เครื่องเรือนหรือเครื่องประดับเสียหาย 886 ล้านบาท ซึ่งเอสเอ็มอีที่เครื่องจักรเสียหาย และมีเงินทุนหมุนเวียนไม่มากนั้น ต้องการสินเชื่อมาฟื้นฟูกิจการ โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมต้องการให้สถาบันการเงินช่วยพิจารณาสินเชื่อให้กับเอสเอ็มอีมากขึ้น ซึ่งรัฐบาลได้จัดสรรวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้เอสเอ็มอีกู้ผ่านสถาบันการเงินไว้แล้ว แต่มีปัญหาขั้นตอนการพิจารณาล่าช้า และธนาคารให้กู้เงินของธนาคารมีดอกเบี้ยสูงกว่าสินเชื่อของรัฐบาล













You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.