Switch to: uk
22 May 2012 12:07PM

ไทยไม่หวั่นFTAจีน-ญี่ปุ่น-เกาหลี

19 Jan 12 ,  ฐานเศรษฐกิจ
  • 0

สภาหอการค้าฯ ไม่หวั่น เอฟทีเอ 3 ชาติยักษ์ใหญ่จีน-ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้แจ้งเกิด ระบุผลดีการค้าไทยมากกว่าผลเสีย ชี้อนาคตส่งผลเจรจาเอฟทีเออาเซียน+3 ง่าย และเร็วขึ้น กรมเจรจาฯ แฉจีนเล็งเข้าเป็นสมาชิก TPP เป็นลำดับถัดไป หวังคานอำนาจสหรัฐฯ ห่วงเอฟทีเออาเซียน+3ลดบทบาทความเป็นศูนย์กลางของอาเซียน


นายพรศิลป์  พัชรินทร์ตนะกุล ประธานคณะกรรมการกฎระเบียบและการค้าระหว่างประเทศ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ให้ความเห็นกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงกรณีที่ 3 ชาติผู้นำเศรษฐกิจของเอเชียประกอบด้วยจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ได้เปิดเจรจาเพื่อจัดทำความตกลงเขตการค้าเสรี หรือเอฟทีเอระหว่างกันว่า น่าจะเป็นผลดีต่อประเทศไทย และสมาชิกอาเซียนที่มีแผนเจรจาจัดทำความตกลงกับทั้ง 3 ชาติ(อาเซียน+3) มากกว่าผลเสีย เพราะหากทั้ง 3 ชาติข้างต้นสามารถเจรจาตกลงกันได้ในการเปิดเสรีการค้าสินค้า บริการ การลงทุน และอื่นๆ จะทำให้อนาคตการเจรจาจัดทำความตกลงเอฟทีเออาเซียน+3 จะง่ายขึ้น เพราะสามารถใช้รูปแบบความตกลงที่ 3 ชาติทำร่วมกันมาประยุกต์ใช้กับการเจรจากับอาเซียน(10 ประเทศ)ได้ อาทิ รูปแบบการลดภาษี กฎแหล่งกำเนิดสินค้า เป็นต้น

"ทราบว่าญี่ปุ่น-เกาหลีใต้มีการเจรจาเอฟทีเอระหว่างกันใกล้จบแล้ว ส่วนญี่ปุ่น-จีนยังไม่เริ่ม การที่เขาจะทำความตกลงเอฟทีเอ 3 ประเทศก็มีความเป็นไปได้ เวลานี้ทราบว่าญี่ปุ่นเดินหน้ามากเรื่องเจรจาเอฟทีเอ เพราะเขาขายของไม่ค่อยได้ ล่าสุดญี่ปุ่นได้แสดงเจตจำนงที่จะเข้าร่วมเจรจา TPP (ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก) ที่มีสหรัฐอเมริกาเป็นแกนนำ แต่ยังติดเรื่องสินค้าเกษตรซึ่งเป็นจุดบอดของเขา แต่เชื่อว่าระยะยาวเขาจะแก้ปัญหาได้"

นายพรศิลป์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันการค้าของไทย(ส่งออก+นำเข้า) สัดส่วนกว่า 20% อยู่ที่ตลาดอาเซียน รองลงมาคือญี่ปุ่น จีน  หากอาเซียนมีการขยายการทำเอฟทีเออาเซียน+3 (ปัจจุบันอาเซียนมีความตกลงเอฟทีเอทวิภาคีแล้วกับทั้งจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้) ในระยะยาวจะทำให้ภูมิภาคนี้หันมาค้ากันเองมากขึ้น และลดการพึ่งพาตลาดสหรัฐอเมริกา และยุโรปที่ปัจจุบันมีปัญหาเศรษฐกิจ และทั้งสองตลาดยังไม่มีเอฟทีเอกับไทยได้

ด้านแหล่งข่าวจากกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เผยว่า การเจรจาเอฟทีเอจีน-ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ได้ดำเนินการมาแล้วระยะหนึ่ง และจะเร่งให้เร็วขึ้น เรื่องดังกล่าวนี้ส่วนหนึ่งมองเป็นเกมเศรษฐกิจการเมืองระหว่างประเทศ เนื่องด้วยเวลานี้สหรัฐอเมริกาเป็นแกนนำในการเจรจากลุ่ม TPP  ดังนั้นทำให้จีนไม่สามารถอยู่นิ่งเฉยได้ โดยจากวงในทราบว่าอนาคตจีนมีแผนจะเข้าร่วมเจรจา TPP ด้วยเพราะหากตกขบวนจะกระทบต่อความสามารถในการแข่งขัน

"หากเอฟทีเอไตรภาคีจีน-ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้สามารถสรุปได้ มองว่าจะเป็นผลดีต่อเรา เพราะการเจรจาในกรอบอาเซียน+3 จะง่ายขึ้น และเร็วขึ้น แต่ดูแล้วการเจรจาเอฟทีเอของทั้ง 3 ประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะทั้ง 3 ประเทศมีโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ยังมีข้อกังวลกับการเปิดตลาดสินค้าเกษตร ขณะที่จีนซึ่งมีอัตราการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมอยู่ในระดับต่ำที่สุดของทั้งสามประเทศก็มีความกังวลกับการเปิดตลาดสินค้าอุตสาหกรรมเช่นกัน"

อนึ่ง จากข้อมูลของกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เผยว่า จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้มีเป้าหมายจะเจรจาจัดทำความตกลงเขตการค้าเสรี หรือเอฟทีเอระหว่างกันให้แล้วเสร็จก่อนการประชุมสุดยอดไตรภาคีในปี 2555 ทั้งนี้มีข้อสังเกตคือ เนื่องจากจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เป็นสมาชิกของกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออก หรืออาเซียน+3 ซึ่งขนาดเศรษฐกิจของทั้งสามประเทศคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 90% ของขนาดเศรษฐกิจรวมของสมาชิกอาเซียน+3 ดังนั้นหากเอฟทีเอของทั้ง 3 ชาติสามารถได้ข้อสรุป อาจถูกนำมาใช้เป็นแม่แบบในการเจรจาจัดทำเอฟทีเออาเซียน+3  ผลกระทบที่อาจะเกิดขึ้นคือความเป็นศูนย์กลางของอาเซียนในอาเซียน+3 อาจหมดไป หรือถูกลดความสำคัญลงไป

 

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.