Alberto Castagnetti โค้ชทีมชาติอิตาลี กล่าวว่านี่คือ พฤติกรรมการ "โด๊ป" อย่างหนึ่งของนักกีฬา ที่ไม่ได้มาจากการใช้ยา หรือสารกระตุ้นกล้ามเนื้อต่างๆ แต่สมรรถภาพที่มากขึ้น และความได้เปรียบอย่างไม่เป็นธรรมของนักกีฬาเป็นเพราะ "เทคโนโลยี" หรือที่เรียกว่า Technology doping ที่เกิดขึ้นจากชุดว่ายน้ำ LZR Racer ของสปีโดนั่นเอง
ชุดนี้ผลิตจากเส้นใยที่พัฒนาให้เป็นเส้นใยที่เบาที่สุดในโลก และมีคุณสมบัติในการกระชับกล้ามเนื้อ ไม่อมน้ำ ลดแรงเสียดทาน และแห้งเร็ว โดยใช้ระบบตัดเย็บด้วยแสงเลเซอร์ ซึ่งการออกแบบชุดว่ายน้ำรุ่นนี้ สปีโดได้นาซ่ามาเป็นที่ปรึกษาในการออกแบบและนำเทคโนโลยีอวกาศมาพัฒนาให้ได้มาซึ่งชุดว่ายน้ำที่เร็วที่สุดในโลกเท่าที่เคยผลิตมา
หลังจากเปิดตัวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพียง 4 เดือนจากนั้น เหล่านักกีฬาชื่อดังทั่วโลกที่ลองใส่ LZR ในการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ต่างๆทั่วโลกก็สามารถทำลายสถิติโลกได้ถึง 38 ครั้ง
ดูเหมือนข้อกล่าวหานี้จะทำให้ผู้คนเอนเอียงเชื่อตามนั้นจริงๆ เพราะจากรายงานเมื่อเดือนพฤษภาคมพบว่า จากเหรียญรางวัลการแข่งว่ายน้ำในระดับโลกกว่า 41 รายการนั้น มีถึง 37 เหรียญทองมาจากนักกีฬาที่สวมใส่ชุดว่ายน้ำรุ่น LZR Laser ของสปีโด
และยิ่งมีน้ำหนักมากขึ้น เมื่อโอลิมปิกเกมส์ครั้งล่าสุด สปีโดก็ได้ฉลองชัยชนะร่วมกับนักว่ายน้ำทั้งหลาย เพราะเบื้องหลัง 8 เหรียญทองของไมเคิล เฟลฟ์ รวมทั้งความสำเร็จของทีมชาติอเมริกา และออสเตรเลีย ล้วนมีนวัตกรรมชุดว่ายน้ำจากสปีโดเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง
นวัตกรรมนี้ทำให้ผู้ที่ไม่ได้สวมใส่มัน "ยอมไม่ได้" ซึ่งในฝรั่งเศส Laure Manaudou ได้กล่าวหาว่าเทคโนโลยีเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เธอพ่ายแพ้เป็นครั้งแรกในการแข่งขันว่ายน้ำพร้อมเรียกร้องความรับผิดชอบจากอารีน่า สปอนเซอร์ชุดว่ายน้ำของเธอ
ซึ่งก็ไม่แตกต่างจาก Thomas Rupprath นักว่ายน้ำชาวเยอรมัน ที่ตัวเขาเองและทีมชาติเซ็นสัญญากับอาดิดาส ซึ่งต้องผิดหวังหลังจากสถิติโลกว่ายน้ำ 50 เมตรของเขาถูกทำลายด้วยนักว่ายน้ำที่สวมใส่ LZR Racer ของสปีโด
จึงไม่น่าแปลกใจว่า ทำไมนักกีฬาที่หวังจะได้ครองเหรียญรางวัลต่างพึงปรารถนาที่จะได้สวมใส่ LZR Race เพื่อลงสระชิงชัย
ก่อนหน้าโอลิมปิกเกมส์เริ่มต้น นักว่ายน้ำญี่ปุ่นที่ต้องการทำผลงานให้ดีเป็นอันดับ 3 รองจากอเมริกากับออสเตรเลีย ก็ต้องการสวมชุด LZR Racer ในการแข่งขันมหกรรมกีฬาระดับโลกนี้เช่นกันจนเกิดข้อพิพาทกับ Mizuno ซึ่งเป็นสปอนเซอร์หลักของทีมว่ายน้ำญี่ปุ่น ขณะที่ Nike ก็ออกมาประกาศว่านักกีฬาที่ทางไนกี้จ้างเป็นพรีเซนเตอร์ไม่จำเป็นต้องใส่ชุดว่ายน้ำของไนกี้ในโอลิมปิกครั้งนี้
เป็นการยอมแพ้อย่างศิโรราบและน่าเจ็บปวดใจอย่างที่สุดของคู่แข่งชุดว่ายน้ำทั้งหลายต่อสปีโด ที่มี "นวัตกรรม" เป็นหมัดเด็ดในการน็อกคู่ต่อสู้
สปีโด เองก็ออกมายอมรับว่าจากการทดสอบนักว่ายน้ำที่ใส่ LZR จะว่ายเร็วขึ้น 2% ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับนักกีฬาว่ายน้ำในโอลิมปิกที่ชนะหรือแพ้ตัดสินกันเพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น
"ธุรกิจนี้เกี่ยวข้องกับสถิติโลกและชุดว่ายน้ำ และสปีโดก็ตัดสินใจว่าจะลงทุนและลงแรงมหาศาลกับการพัฒนาชุดว่ายน้ำ เพราะนี่คือการแข่งขันระหว่างบริษัทผู้ผลิตชุดว่ายน้ำ และกีฬาว่ายน้ำก็เป็นธุรกิจหลักของบริษัท"
"ถ้าหากนักว่ายน้ำไม่รู้สึกว่าพวกเขาต้องการทำลายสถิติโลกให้ได้ในทุกครั้งที่พวกเขาเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ มันคงเป็นเรื่องแย่สำหรับสมาพันธ์ว่ายน้ำและเป็นการแข่งขันที่น่าเบื่อมากสำหรับผู้ชม ซึ่งมันก็เหมือนกับสปีโด แต่สิ่งที่สปีโดถูกวิพากษ์ วิจารณ์ เป็นเพราะนักว่ายน้ำเหล่านี้ทำได้ดีเกินไปนั่นเอง" Dr. Herve Morvan อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยน็อตติ้งแฮม ประเทศอังกฤษ ซึ่งมีส่วนร่วมในการพัฒนา LZR Racer กล่าว
โดยส่วนตัวเขาเชื่อว่าเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของการว่ายน้ำ และความรับผิดชอบจากนี้ไปคงตกอยู่กับคู่แข่งที่ต้องพัฒนามาตรฐานชุดว่ายน้ำของพวกเขาให้ดีขึ้น
และที่สำคัญเทคโนโลยีในชุดว่ายน้ำเพียงอย่างเดียวคงไม่สามารถช่วยอะไรได้ หากนักว่ายน้ำไม่พัฒนาสมรรถภาพของตัวเองให้ดีพอสำหรับชัยชนะ













You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.