Switch to: uk
09 February 2012 10:25AM

"ผ้าย้อมคราม" เสน่ห์แดนอีสาน

23 Feb 07 ,  คมชัดลึก
  • 0
 

เพราะความคลาสสิกและเสน่ห์ของ "ผ้าซิ่นคราม" หรือ "ผ้าม่อฮ่อม" รวมทั้งลวดลายที่ได้รับการสืบทอดมา

จากบรรพบุรุษ อีกทั้งยังเป็นผ้าที่มีความทนทานต่อแดดฝน และถือเป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน

 

 

ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์เป็นอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของการจัดนิทรรศการ "เสน่ห์งาม ผ้าครามอีสาน"

 ที่ แกลเลอรีอโรธยา

 

ทุกซอกทุกมุมของแกลเลอรี ถูกเนรมิตให้เป็นห้องจัดแสดงผ้าไทยหลากหลายชนิด ตั้งแต่ผ้าไหม ผ้าฝ้าย

แต่ที่เด่นที่สุดเห็นจะเป็นผ้าซิ่นคราม ซึ่งงานนี้ "แก้ว" แก้วสิริ เอเวอริ่งแฮม นักสะสมผ้าซิ่นคราม ได้นำผ้าที่

เธอเก็บสะสมมานานกว่า 40 ปี ประมาณเกือบ 200 ชิ้น มาจัดแสดงให้เราได้ชมกันอย่างจุใจ

 

"แก้ว" แก้วสิริ สาวที่หลงใหลผ้าซิ่น จนเธอเก็บสะสมผ้าซิ่นทั้งผ้าไทยและผ้าลาวอย่างทะนุถนอมมา

นานกว่า 20 ปี จนกระทั่งมีเกือบ 200 ชิ้น เล่าให้ฟังว่า เริ่มเก็บผ้าครามเหล่านี้มาตั้งแต่ตอนที่เธออยู่ศูนย์ผู้

อพยพ ที่เธอเดินทางมาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

 

"ผ้าที่แก้วเก็บส่วนมากจะเก็บเพราะลวดลายที่ทอ และบางผืนเป็นลายที่ไม่ทอกันแล้ว เป็นลายเก่าหายาก

บางคนอาจจะมองว่าทำไมเก็บผ้าที่ซีดเก่าๆ ดูไม่สวยเหมือนผ้าผืนอื่นๆ จริงๆ แล้วแก้วเก็บผ้าเหล่านี้เพราะ

ลวดลายสวย เป็นลายที่เราไม่ค่อยจะได้เห็นแล้วในปัจจุบัน ถ้าจะเทียบกันก็เหมือนกับยีนฟอกสีซีดๆ ซึ่งผ้า

เหล่านี้จะมีเสน่ห์ในตัวเอง คนอื่นอาจจะไม่ได้มองแบบแก้ว แต่แก้วเห็นว่าเป็นศิลปะเลยเก็บสะสมเรื่อยมา"

แก้ว เล่าถึงการเก็บสะสมผ้าครามที่เธอรัก

 

พร้อมกันนี้ในวันเปิดตัวนิทรรศการ ยังมีการสาธิตการมัดย้อมผ้าครามแบบญี่ปุ่น ซึ่งมีชื่อว่า "ชิโบริ" โดย อ.

แพททริเซีย และ ราโมนา ชีสแมน ซึ่งราโมนา อธิบายถึงวิธีการมัดย้อมแบบชิโบริว่า จะมีวิธีการทำลวดลาย

ที่ละเอียดกว่าการมัดย้อมของไทย ด้วยการเย็บด้ายเป็นลายต่างๆ เข้าไปในเนื้อผ้าแทนการใช้เชือกมัด ซึ่ง

หลังการย้อมจะได้ลวดลายที่ละเอียดและสวยงามกว่ามาก อีกทั้งการย้อมผ้าแบบชิโบริจะเป็นการย้อมผ้า

แบบเย็น ไม่จำเป็นต้องนำผ้าที่จะย้อมลงไปต้มในน้ำเดือด

 

"ผ้าที่ย้อมแบบชิโบริของชาวญี่ปุ่น เราจะเห็นได้จากชุดกิโมโนลายโบราณ ซึ่งศิลปินที่ทำผ้าเหล่านี้ เขาจะมี

เทคนิคในการทำลายเฉพาะตัวที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นลายนก ดอกซากุระ เขาจะทำได้อย่าง

ละเอียดมาก วิธีการย้อมแบบชิโบรินิยมย้อมกับผ้าเนื้อบาง เพราะจะทำการมัดได้แน่นกว่าเนื้อผ้าหนาๆ" รา

โมนา เล่าถึงการย้อมผ้าแบบชิโบริ

 

พร้อมกันนี้ ราโมนา ยังเล่าถึงขั้นตอนการทำสีครามว่า สีครามที่นำมาใช้ เป็นสีที่ได้มาจากใบของต้นคราม

หรือต้นม่อฮ่อม โดยการนำใบมาแช่น้ำเปล่าข้ามคืน วันรุ่งขึ้นสีจากใบไม้จะถูกสกัดออกมา ทำให้น้ำในหม้อ

ครามเป็นสีเขียวปีกแมลงทับ จากนั้นจะต้องนำไปตีเพื่อเป็นการเพิ่มออกซิเจนเข้าไปในน้ำ ซึ่งกระบวนการนี้

น้ำจะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นน้ำเงินเข้มๆ หรือที่เรียกว่าสีครามนั่นเอง

"พอเราได้น้ำสีครามมาแล้ว จริงๆ ส่วนนี้เราก็สามารถนำผ้ามาย้อมได้ แต่สีที่ได้ออกมาจะเป็นสีจางๆ แต่

เพื่อให้ได้น้ำสีที่เข้มข้นขึ้น เราจะนำน้ำสีครามที่ได้ไปกรองในผ้าอีกครั้ง ซึ่งส่วนนี้เราจะได้เนื้อสีที่เข้มข้น

มาก มีลักษณะคล้ายครีม เนื้อสีตัวนี้สามารถเก็บไว้ใช้ได้นานถึง 2 ปีเลยทีเดียว ส่วนวิธีการย้อมก็นำเนื้อ

ครีมมาผสมกับน้ำขี้เถ้าในหม้อคราม ซึ่งภายในน้ำขี้เถ้าจะมีเอนไซม์ ทำให้สีเกาะเส้นใยได้ดีขึ้นกว่าเดิมด้วย

การย้อมผ้าแบบชิโบริเมื่อนำขึ้นมาจากน้ำจะเป็นสีเขียว เมื่อโดนอากาศจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน ถ้าอยากจะได้

สีที่เข้มจะต้องย้อมประมาณ 5 ครั้ง และต้องรอจนถึงเช้าก่อนจะแกะเชือกที่มัดออกได้" ราโมนา เล่าถึงการ

ย้อมผ้าแบบชิโบริ

รู้แบบนี้ใครจะนำวิธีย้อมผ้าแบบ ชิโบริ ไปทำบ้างก็ดีนะคะ เป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายยามเบื่อเสื้อตัวเก่าด้วย

 

 

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.